Young Sherlock

ซีรี่ส์ บันเทิง

ข้อมูลซีรีส์ Young Sherlock

  • ชื่อเรื่อง: Young Sherlock (กำเนิดนักสืบ เชอร์ล็อก โฮล์มส์)
  • นักแสดง: Hero Fiennes Tiffin, Dónal Finn, Zine Tseng, Joseph Fiennes, Natascha McElhone, Max Irons และ Colin Firth
  • ผู้กำกับ: Guy Ritchie
  • โชว์รันเนอร์ และผู้เขียนบท: Matthew Parkhill
  • ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร: Guy Ritchie, Matthew Parkhill, Dhana Gilbert, Marc Resteghini, Simon Maxwell, Ivan Atkinson, Simon Kelton และ Colin Wilson
  • ผู้อำนวยการสร้างร่วม: Harriet Creelman และ Steve Thompson
  • ผลิตโดย: Motive Pictures // Colin Wilson, Max Keene (ตอนที่ 1 และ 2)
  • จำนวนตอน: 8 ตอน
  • กำหนดสตรีม: วันพุธที่ 4 มีนาคม 2026
  • รายละเอียดการสตรีม: สตรีมพร้อมกันทั้ง 8 ตอน

ข้อมูลเครดิตในแต่ละตอน

  • ตอนที่ 1: กำกับโดย Guy Ritchie / เขียนบทโดย Peter Harness, Matthew Parkhill
  • ตอนที่ 2: กำกับโดย Guy Ritchie / เขียนบทโดย Steve Thompson
  • ตอนที่ 3: กำกับโดย Anders Engström / เขียนบทโดย Melissa Bubnic
  • ตอนที่ 4: กำกับโดย Anders Engström / เขียนบทโดย Steve Thompson
  • ตอนที่ 5: กำกับโดย Anders Engström / เขียนบทโดย Matthew Parkhill
  • ตอนที่ 6: กำกับโดย Dennie Gordon / เขียนบทโดย Matthew Parkhill
  • ตอนที่ 7: กำกับโดย Tricia Brock / เขียนบทโดย Melissa Bubnic
  • ตอนที่ 8: กำกับโดย Tricia Brock / เขียนบทโดย Matthew Parkhill

 

Young Sherlock เป็นซีรีส์เรื่องราวการสืบสวนสุดห่ามและอัดแน่นด้วยแอ็กชั่น เผยให้เห็นเรื่องราวต้นกำเนิดอันเป็นตำนานของนักสืบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ผลงานจากผู้กำกับเปี่ยมวิสัยทัศน์ กาย ริชชี่ เรื่องราวของ Sherlock Holmes ในวัยหนุ่มผู้เปี่ยมเสน่ห์และดื้อรั้น เมื่อเขาได้พบกับ James Moriarty และพบว่าตัวเองเข้าไปพัวพันกับคดีฆาตกรรมที่คุกคามอิสรภาพของเขา การไขคดีแรกในชีวิตของเขาจะเปิดโปงแผนสมคบคิดระดับโลกที่จะนำไปสู่การเผชิญหน้าที่ดุเดือดซึ่งจะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของเขาไปตลอดกาล ท่ามกลางบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาของอังกฤษยุควิกตอเรียและการผจญภัยในต่างแดน ซีรีส์เรื่องนี้จะเผยให้เห็นถึงวีรกรรมแสบสันในวัยขบถของเชอร์ล็อก ก่อนที่เขาจะกลายเป็นผู้พักอาศัยที่โด่งดังที่สุดแห่งถนนเบเกอร์ในเวลาต่อมา

 

เกร็ดน่าสนใจเกี่ยวกับงานสร้างและเบื้องหลัง ซีรีส์ Young Sherlock

  • ซีรีส์เรื่องนี้เน้นการถ่ายทำที่สถานที่จริงเป็นหลัก มากกว่าการสร้างฉากในสตูดิโอ โดยมีเมือง Oxford เป็นสถานที่หลักและเปรียบเหมือน “ตัวละครสำคัญ” ในช่วงต้นของเรื่อง
  • Oxford เหมาะกับการถ่ายทำงานย้อนยุค เพราะยังคงสภาพสถาปัตยกรรมที่ใกล้เคียงยุคศตวรรษที่ 19 และมีโครงสร้างสมัยใหม่น้อย
  • ห้องวัยเด็กของ Sherlock ถูกออกแบบให้สะท้อนความเป็น “อัจฉริยะตั้งแต่วัยเยาว์” ผ่านองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และธรรมชาติ
  • ทีมออกแบบเครื่องแต่งกาย มีการปรับเสื้อผ้ายุควิกตอเรียนในซีรีส์ ให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น โดยการเลือกใช้ผ้าเดนิม และโทนสีสันจัดจ้าน รวมถึงโครงสร้างที่สะท้อนความเป็นวัยรุ่น เพื่อให้เหมาะกับคาแรคเตอร์ของตัวละคร และเข้าถึงผู้ชมยุคปัจจุบัน
  • ตามประวัติศาสตร์เครื่องแต่งกายในยุคสมัยของซีรีส์ เครื่องแต่งกายบุรุษโดยทั่วไปจะยังไม่มีกระเป๋ากางเกงด้านข้างแต่ทีมออกแบบตัดสินใจเพิ่มกระเป๋ากางเกงด้านข้างเข้าไป เพื่อให้นักแสดงสามารถสอดมือเข้าไปในกระเป๋าและสร้างบุคลิกที่ดูมั่นใจขึ้น โดยกำชับว่าไม่ให้ใส่โทรศัพท์มือถือไว้ในนั้น
  • เครื่องแต่งกายของ James Moriarty ใช้โทนสีจัด เช่น ส้มและเหลือง พร้อมลายพิมพ์ที่โดยทั่วไปอาจไม่ใช่ตัวเลือกที่นิยมในยุคนั้น แต่เขาสวมใส่ออกมาได้อย่างโดดเด่น สะท้อนบุคลิกที่กล้าและแหวกขนบ ส่วนเสื้อผ้าของ Sherlock Holmes ถูกออกแบบให้สวมผ้าทวีดอังกฤษเป็นหลัก แม้จะเป็นโทนจัดจ้านก็ตาม เพื่อเน้นรากเหง้าความเป็นอังกฤษของตัวละคร
  • ทีมแต่งหน้าและทำผมเลือกให้ Sherlock และ Moriarty “ไม่มีหนวดเครา” เพื่อให้ดูต่อต้านขนบธรรมเนียม และแตกต่างจากชายส่วนใหญ่ในยุคนั้นที่นิยมไว้หนวดเครา
  • ช่วงท้ายเรื่อง เมื่อเดินทางไปปารีส ภาพลักษณ์ของตัวละครจะดูผ่อนคลายและทันสมัยมากขึ้น แต่ยังคงอยู่ในกรอบยุคสมัย
  • อาวุธประจำตัวของเจ้าหญิง Gulun Shou’an’ คือแหวนและกิ๊บติดผมที่สามารถใช้เป็นอาวุธได้ ขณะที่ Sherlock มีมีดยุควิกตอเรียนซึ่งเป็นของสะสมในห้องของเขา ส่วน Moriarty ใช้อาวุธปืนเป็นหลักตลอดเรื่อง
  • นักแสดงใน Young Sherlock ต้องฝึกฉากแอ็กชั่นแบบเข้มข้นในเวลาจำกัด เปรียบเหมือนการเรียนและจดจำท่าเต้น เพื่อให้ท่าทางแม่นยำและพร้อมสำหรับการถ่ายทำ โดย Hero Fiennes Tiffin เริ่มจากตัวละครที่ไม่มีทักษะด้านการต่อสู้ แต่จะค่อยๆ พัฒนาทักษะผ่านการฝึกกับ Moriarty ขณะที่เจ้าหญิง Gulun Shou’an ถ่ายทอดอิทธิพลศิลปะการต่อสู้แบบจีนเข้ามาในเรื่อง

 

บทสัมภาษณ์นักแสดง

 

Hero Fiennes Tiffin (รับบท Sherlock Holmes)

อะไรคือสิ่งแรกที่ดึงดูดคุณให้สนใจรับบท Sherlock Holmes ในวัยหนุ่ม?

ผมคิดว่าผมหลงใหลในบท Sherlock Holmes ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะรู้ด้วยซ้ำว่าจะมีโอกาสได้เล่นบทนี้ ผมเป็นแฟนตัวยงของทุกเวอร์ชั่นที่เคยสร้างมา ภาพยนตร์ของ Guy Ritchie ที่มี Robert Downey Jr. และ Jude Law นั้นยอดเยี่ยมมาก

คุณได้รับแรงบันดาลใจจากการตีความ Sherlock Holmes ในเวอร์ชั่นก่อนหน้าหรือไม่?

เวอร์ชันของ BBC ที่นำแสดงโดย Benedict Cumberbatch คือภาพของ Sherlock Holmes ในความคิดของผมตอนที่โตขึ้น ผมคลั่งไคล้ซีรีส์เรื่องนั้นมาก ทันทีที่เริ่มมีการพูดคุยเกี่ยวกับการรับบท Sherlock มันแทบไม่ต้องตัดสินใจอะไรเลย สำหรับผมมันคือคำว่า “รับ” ตั้งแต่แรก

Sherlock Holmes เวอร์ชั่นนี้แตกต่างจากเวอร์ชันอื่นอย่างไร?

ผมรู้สึกว่าเมื่อคุณรับบทเป็นตัวละครที่มีอยู่แล้วในเวอร์ชั่นที่อายุน้อยกว่า คุณต้องทำงานย้อนกลับ ผมเริ่มพัฒนาและสร้างแนวคิดว่าเขาจะเติบโตและพัฒนาขึ้นอีกมากแค่ไหน ทั้งในแง่ความสามารถด้านการอนุมานและการสืบสวน ผมจึงไม่ได้ยึดแรงบันดาลใจโดยตรงจาก Sherlock Holmes เวอร์ชั่นใดเวอร์ชั่นหนึ่ง แต่ใช้สิ่งที่ผมซึมซับจากผลงานต่างๆ ของ Sherlock Holmes ทั้งหมด แล้วทำงานย้อนกลับ Guy ช่วยผมอย่างมากในการทำให้เข้าใจว่า Sherlock Holmes อยู่ในจุดใด ณ จุดเริ่มต้นของเรื่องราวของเรา

เรากำลังเล่าเรื่องราวของ Sherlock Holmes ในวัยหนุ่ม ซึ่งเป็นโอกาสที่สนุกมากในการสำรวจว่าอะไรอาจเกิดขึ้นก่อนผลงานของ Conan Doyle จะเริ่มต้นขึ้น สิ่งที่ท้าทายจริง ๆ คือการทำให้แน่ใจว่าเราจะยังไม่พาเรื่องไปถึงจุดที่ทุกคนรู้จักดี อย่างการพบกับ Watson ซึ่งเกิดขึ้นค่อนข้างเร็ว เพราะทันทีที่เราไปถึงจุดนั้น เราก็จะพ้นจากช่วง Sherlock วัยหนุ่มไปแล้ว ดังนั้นจึงเป็นเรื่องน่าสนใจในการชั่งน้ำหนักว่าเราควรเก็บงำและค่อยๆ สร้างอะไรไว้มากน้อยเพียงใด และควรมอบอะไรให้ผู้ชม ผู้คนจำนวนมากรู้ดีว่าพวกเขาคาดหวังอะไรจาก Sherlock Holmes เราจึงต้องมอบให้พอเหมาะ แต่ก็ต้องทำให้พวกเขายังอยากติดตามเรื่องราวของ Sherlock Holmes เวอร์ชั่นนี้ต่อไป

เล่าให้เราฟังเกี่ยวกับการได้ร่วมงานกับน้าของคุณ Joseph Fiennes ซึ่งรับบทเป็น Silas ผู้เป็นพ่อของคุณ?

ผมโชคดีมากที่ได้ร่วมงานกับ Joseph Fiennes ซึ่งเป็นน้าชายของผม โดยเขารับบทเป็นพ่อของผมในซีรีส์เรื่องนี้ ผมชอบแนวคิดของการได้ร่วมงานกับสมาชิกในครอบครัวที่อยู่ในวงการนี้มาโดยตลอด แม่ของผมกับ Joseph เป็นพี่น้องกัน และครอบครัวของเราก็ค่อนข้างใหญ่ ทำให้เราไม่ได้เจอกันบ่อยนัก ในแง่หนึ่งมันจึงเป็นข้ออ้างที่ดีที่ได้เจอน้าของผมบ่อยขึ้น แต่การได้แสดงประกบเขาถือเป็นโชคดีมาก ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย ผมมองเขาเป็นน้าชาย แต่ขณะเดียวกันก็เห็นเขาในฐานะ Joseph Fiennes นักแสดงผู้ยอดเยี่ยม การได้ร่วมงานกับเขาในฐานะนักแสดงถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง

ความสัมพันธ์อันซับซ้อนของครอบครัว Holmes ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างไร?

ครอบครัว Holmes นั้นมีเอกลักษณ์ในแบบของตัวเอง ทั้งโดดเด่นและน่าทึ่ง และอาจจะแปลกประหลาดอยู่เล็กน้อยด้วยซ้ำ มันให้ความรู้สึกเหมือนเราค่อยๆ เติบโตไปกับสิ่งนั้นอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ผมเชื่อว่า Matthew Parkhill โชว์รันเนอร์และผู้เขียนบทของเรา  จะคอยดูแลทั้งภาพรวมและรายละเอียดเพื่อให้แน่ใจว่าพลังและจังหวะของกลุ่มตัวละครในครอบครัว Holmes จะดำเนินไปในทิศทางที่ควรจะเป็น

การทำงานร่วมงานกับ Guy Ritchie เป็นอย่างไรบ้าง?

ผมชอบการทำงานกับเขามาก ผมโชคดีที่เคยร่วมงานกับเขามาก่อน ซึ่งเป็นบทที่เล็กกว่า ดังนั้นการได้ใช้เวลาร่วมกันมากขึ้นเพื่อพัฒนาฉากต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่สนุกมาก ผมได้เรียนรู้จากเขาถึงความสำคัญของการเปิดใจปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆ หน้างาน เพราะหากไม่ทำเช่นนั้น บางอย่างอาจเริ่มรู้สึกจำเจ เมื่อผมได้ทำงานในลักษณะนั้นกับเขาบ่อยครั้ง ผมแทบจินตนาการไม่ออกว่า จะเพียงแค่มาถึงกองถ่ายแล้วพูดตามบทที่ท่องจำมาได้อย่างไร มันน่าดึงดูดและน่าสนใจมากกว่า ที่เราจะปรับเปลี่ยนไปตามไอเดียที่เราคิดว่าดี แม้มันอาจจะไม่ได้ดีเสมอไป แต่การเปิดโอกาสให้ตัวเองมีอิสระในการปรับเปลี่ยนและพยายามทำให้มันดีขึ้น คือความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่ผมสัมผัสได้จากการทำงานกับ Guy ผมสนุกกับมัน Guy เองก็สนุกกับมัน และเขามีทีมงานที่ยอดเยี่ยมอยู่รอบตัว ไม่ว่าเขาจะขอให้ผมทำอะไรต่อไป ผมก็คงตอบรับอยู่แล้ว แต่การที่มันคือ Sherlock Holmes ยิ่งเป็นสิ่งที่พิเศษมาก

การทำงานร่วมกับ Dónal Finn และเคมีของพวกคุณในฐานะ Sherlock กับ Moriarty เป็นอย่างไร?

เขาเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยมมาก อีกทั้งยังเป็นคนที่น่ารักที่สุดคนหนึ่ง การได้ร่วมงานกับ Dónal จึงเหมือนความฝัน มันง่ายมากที่จะรู้สึกว่าเรากำลังสร้างเคมีร่วมกัน เรามักปรึกษากันว่า “ลองแบบนี้ดีไหม” หรือ “เราไปเสนอไอเดียนี้กับ Guy ดูไหม” และเราก็สนุกกับมันมาก เราทั้งคู่ใส่ใจงานจริงๆ อยากทำให้ดีที่สุด และแน่ใจว่าเราได้ทุ่มเทเต็มที่ ดังนั้นเราจึงมีแนวทางการทำงานที่สอดคล้องกัน

ช่วงเวลาหรือความทรงจำที่คุณชื่นชอบในกองถ่าย?

ช่วงท้ายของการถ่ายทำ เราได้เดินทางไปสเปน ตอนนั้นพวกเราใช้เวลาร่วมกันมาหกเดือนแล้ว จึงไม่ได้รู้สึกเหมือนอยู่ในสเปนกับทีมงานซีรีส์เพียงอย่างเดียว ทุกคนเหมือนเป็นครอบครัวใหญ่ เพราะท้ายที่สุดเราก็มักกลายเป็นครอบครัวกันเสมอ การได้ไปพักผ่อนที่สเปนพร้อมกับถ่ายทำไปด้วย มันสนุกมากจริงๆ เราผ่านช่วงฤดูหนาวที่ฝนตกในเวลส์มาด้วยกันอย่างหนักหน่วง และเหมือนได้รับรางวัลเป็นการใช้เวลาสองเดือนในสเปนช่วงท้าย นับเป็นการปิดฉากการถ่ายทำที่งดงาม

หากคุณสามารถนำของหนึ่งชิ้นจากกองถ่ายกลับบ้านได้ คุณจะเลือกอะไร และเพราะเหตุใด?

ผมเลือกไม้เท้าของ Mycroft ในกองถ่าย Max Irons ผู้รับบท Mycroft มักจะมีกลเม็ดเล็กๆน้อยๆ มาเล่นกับไม้เท้าของเขาอยู่ตลอด อย่างเช่น การเลี้ยงไม้เท้าให้ทรงตัวด้วยนิ้ว ด้วยจมูก หรือแม้แต่บนคาง ซึ่งผมไม่เคยทำได้บนคางเลย แต่ถ้าเอาไม้เท้ากลับไปบ้านได้ ผมคงนำไปฝึกต่อ มันสนุกดีนะที่มีไม้เท้า

ที่จริงผมได้หยิบแหวนตราประจำตระกูลวงหนึ่งกลับบ้านด้วย ซึ่งผมขอกับทีมงานไว้ มีแหวนตราตระกูล Holmes ที่สมาชิกบางคนในครอบครัวสวม แต่ Sherlock ไม่มี ซึ่งผมอยากได้มาก จึงถามว่าพอจะทำเผื่อให้ผมอีกวงได้ไหม และพวกเขาก็ทำให้ นั่นคือสิ่งที่ผมนำกลับบ้านจริงๆ แต่ถ้าเลือกอย่างอื่นได้อีก ผมคงเลือกไม้เท้าของ Mycroft อย่างที่บอกไป

 

Dónal Finn (รับบท James Moriarty)

อะไรคือสิ่งแรกที่ดึงดูดคุณให้สนใจรับบท James Moriarty ในวัยหนุ่ม?

สิ่งที่ดึงดูดผมเข้าสู่บท Moriarty อย่างเรียบง่ายที่สุด คือปรัชญาการใช้ชีวิตของเขา เขาเป็นคนที่ลงมือทำ และมีแนวคิดที่ผมคิดว่า หากมองด้วยความพอดีก็สามารถใช้ได้กับทุกคน นั่นคือ “จงอยู่กับวันนี้ เพราะนี่คือช่วงเวลาที่มีความหมายที่สุด” เขาเป็นคนที่ให้คุณค่ากับความฉับไว ความเป็นธรรมชาติ และการผจญภัย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยพา Sherlock ในวัยหนุ่มเข้าสู่โลกของการสืบสวน

คุณคุ้นเคยกับเรื่องราว Sherlock มาก่อนหรือไม่?

ผมคุ้นเคยกับเรื่องราว Sherlock มาก่อนที่จะเข้าร่วมโปรเจกต์นี้ ตอนผมอายุเก้าขวบ ผมอยู่บ้านญาติ เขาเพิ่งกลับมาจากลอสแอนเจลิสพร้อมหนังสือของ Arthur Conan Doyle และเมื่อเขาอ่านจบ ผมก็แอบหยิบมาอ่านต่อ และพบว่าเป็นเรื่องยากที่จะไม่หลงรักตัวละครนี้ เพราะเขามีความสามารถพิเศษในการแยกเหตุผลทางอารมณ์ออกจากเหตุผลเชิงตรรกะ ทำให้เขากลายเป็นบุคคลที่มีหลักศีลธรรมชัดเจน ดำเนินชีวิตตามเข็มทิศของสิ่งที่ถูกและผิด ดีและชั่ว

อีกหนึ่งในความทรงจำที่ยอดเยี่ยมของผมคือการไปดูภาพยนตร์ Sherlock Holmes ที่นำแสดงโดย Robert Downey Jr ซึ่งกำกับโดย Guy Ritchie เช่นกัน

เมื่อเราได้พบ James Moriarty ครั้งแรกในซีรีส์ เขาเป็นอย่างไร?

ในเวอร์ชั่นนี้ เราจะได้พบ James Moriarty ในฐานะนักศึกษาที่อ็อกซ์ฟอร์ด ซึ่งอาจเป็นช่วงชีวิตที่ไม่เคยถูกจินตนาการมาก่อน สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อเราได้พบ Sherlock และ Moriarty จะเห็นถึงสายสัมพันธ์บางอย่างระหว่างทั้งสอง มีมิตรภาพที่เกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งคู่รับรู้ถึงศักยภาพความยิ่งใหญ่ในตัวกันและกัน และเหมือนอยู่บนคลื่นความคิดเดียวกัน มีระดับสติปัญญาใกล้เคียงกัน

แม้ผู้ชมจะมีภาพจำของ James Moriarty ในช่วงเวลาต่อมา หาก Sherlock ถูกมองว่าเป็นเข็มทิศแห่งศีลธรรม Moriarty ก็อาจเป็นด้านตรงข้ามของสิ่งนั้น ซีรีส์เรื่องนี้แสดงให้เห็นอิทธิพลต่าง ๆ ที่หล่อหลอม Sherlock และในขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นว่าเหตุใด Moriarty จึงกลายเป็นบุคคลที่เรารู้จักในภายหลัง สิ่งที่โดดเด่นคือการชี้ให้เห็นว่าคุณสมบัติเหล่านั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด แต่เกิดจากสถานการณ์ และในทุกคนล้วนมีทั้งด้านดีและด้านร้าย เราได้เห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผลักดันให้เขาเดินไปสู่เส้นทางนั้น

คุณได้รับแรงบันดาลใจจากการตีความ Moriarty ในเวอร์ชั่นก่อนหน้าหรือไม่?

เมื่อเริ่มต้นโปรเจกต์นี้ ผมเก็บความทรงจำเกี่ยวกับเวอร์ชั่นก่อนๆ ไว้ โดยเฉพาะการแสดงของ Jared Harris และเวอร์ชั่น BBC ที่นำแสดงโดย Benedict Cumberbatch และ Andrew Scott ในฐานะนักแสดงผมรู้สึกโชคดีที่ได้เติบโตมากับผลงานของทั้งสองคน โดยเฉพาะ Andrew Scott ที่สร้างแรงบันดาลใจอย่างมาก ความกล้าหาญ ความละเอียดอ่อน และความสมดุลในบทบาทของเขานั้นน่าประทับใจ

อย่างไรก็ตาม เวอร์ชั่นนี้มีความแตกต่างออกไป เพราะเราได้พบตัวละครในช่วงเวลาและบริบทที่ต่างจากที่เคยเห็น จึงเป็นโอกาสในการจินตนาการถึงภาพของ Moriarty ในแบบที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

คุณสร้างตัวละคร Moriarty เวอร์ชั่นของคุณอย่างไร?

ผมย้อนกลับไปอ่านงานต้นฉบับของ Arthur Conan Doyle อีกครั้ง เพื่อทำความเข้าใจว่า Moriarty “ไปถึงจุดไหน” ในเรื่องราว จากนั้นจึงทำงานย้อนกลับควบคู่กับบทซีรีส์ในเวอร์ชั่นนี้ ผมพิจารณาภูมิหลังของเขา อิทธิพลทางประวัติศาสตร์ในไอร์แลนด์ รวมถึงสภาพแวดล้อมอย่างอ็อกซ์ฟอร์ดและชนชั้นนำอังกฤษ สิ่งเหล่านี้ช่วยให้ผมเข้าใจแรงจูงใจของตัวละครในช่วงเวลานั้น

การร่วมงานกับ Hero Fiennes Tiffin เป็นอย่างไร?

การมาทำงานและสร้างจังหวะความสัมพันธ์ระหว่าง Sherlock และ Moriarty เป็นความสุขอย่างแท้จริง สไตล์การทำงานของ Guy มีความเป็นจังหวะและดนตรี เขาช่วยให้เราค้นพบความสอดประสานระหว่างกัน Hero มีพลังงานที่ยอดเยี่ยม และเราทำงานร่วมกันได้อย่างดี เราแบ่งปันไอเดีย และนำเสนอให้ Guy และ Matthew ซึ่งพวกเขาให้การสนับสนุนเราอย่างเต็มที่

การร่วมงานกับ Guy Ritchie เป็นอย่างไร?

เป็นประสบการณ์ในฝัน Guy มีความสามารถในการจินตนาการและพัฒนาไอเดียหน้างานอย่างรวดเร็วและสร้างสรรค์ เขามีความเข้าใจด้านภาษาและจังหวะของบทพูดอย่างลึกซึ้ง ยกระดับบทให้มีมิติทางกวี เหมาะกับตัวละครอย่าง Sherlock และ Moriarty ที่สื่อสารได้อย่างเฉียบคมโดยธรรมชาติ

ช่วงเวลาหรือความทรงจำที่คุณชื่นชอบในกองถ่าย?

หนึ่งในวันที่ผมชอบที่สุดคือการถ่ายทำที่มหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด ในเดือนสิงหาคม แสงแดดสวยงาม ผมกับ Hero แต่งชุดตำรวจ เป็นฉากที่เต็มไปด้วยบทสนทนาที่คมคายและรับส่งกันอย่างมีชั้นเชิง

การถ่ายทำที่ Appleton Manor ก็เป็นช่วงเวลาสำคัญ เพราะเป็นจุดที่เราเริ่มเข้าใจอิทธิพลในวัยเยาว์ของ Sherlock

หากคุณสามารถนำของหนึ่งชิ้นจากกองถ่ายกลับบ้านได้ คุณจะเลือกอะไร และเพราะเหตุใด?

ผมประทับใจการออกแบบเครื่องแต่งกายของ Jany Temime มาก มีแจ็กเก็ตตัวหนึ่งในตอนสุดท้ายที่ผมชอบมาก และใครจะไปรู้ บางทีมันอาจจะแอบตามผมกลับบ้านก็ได้

ผู้ชมจะได้เห็นอะไรจาก Young Sherlock?

ผู้ชมจะได้พบกับ Sherlock Holmes ในมุมมองที่แตกต่าง สดใหม่ เต็มไปด้วยไหวพริบ สไตล์ และฉากแอ็กชั่น มีทั้งความลึกลับ ความน่าค้นหา ความโรแมนติก อันตราย และพลังของวัยหนุ่ม เป็น Sherlock Holmes เวอร์ชั่นที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

 

Zine Tseng (รับบท เจ้าหญิง Gulun Shou’an)

คุณเข้ามามีส่วนร่วมกับ Young Sherlock ได้อย่างไร?

คนแรกที่ฉันได้พบคือ Matthew และดูเหมือนว่าฉันคงแสดงอะไรที่เข้าตาเขาเป็นอย่างมาก จนทำให้เขาเรียกฉันมาทดสอบเคมีกับ Hero นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ฉันเข้ามามีส่วนร่วมกับโปรเจกต์นี้

อะไรคือสิ่งแรกที่ดึงดูดคุณให้สนใจบทเจ้าหญิง Gulun Shou’an?

ตอนแรกฉันได้รับบทเพียงสี่ตอน แต่ Matthew ทำสิ่งที่ค่อนข้างบ้าบิ่นมาก เพราะเขามอบอำนาจในการกำหนดตัวละครให้ฉัน เขาขอให้ฉันเป็นคนตั้งชื่อเจ้าหญิง นั่นทำให้ฉันเริ่มค้นคว้าประวัติศาสตร์ในช่วงเวลานั้น ฉันคัดเลือกคำหลายคำให้ Matthew พิจารณาว่าคำใดควรถูกใช้กับตัวละครเจ้าหญิง และนั่นคือจุดที่ทำให้ฉันหลงใหลในชีวิตและโลกของเจ้าหญิงคนนี้

คุณสร้างเคมีที่สนุกสนานระหว่าง Sherlock กับเจ้าหญิงได้อย่างไร?

มันเป็นการเดินทางอย่างหนึ่ง Matthew เคยบอกฉันว่า Hero กลัวฉัน ฉันคิดว่านั่นเข้ากับเรื่องมาก เพราะมันควรจะเป็นแบบนั้น และดูเหมือนว่าฉันจะมีพลังบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกถูกคุกคามเมื่อฉันอยู่ในห้อง ฉันพยายามหาคำตอบว่าเขากลัวอะไร และเขาก็พยายามหนีฉัน เราจึงสร้างเคมีที่ดีมากในลักษณะ “ผู้ล่าและเหยื่อ”

คุณคุ้นเคยกับเรื่องราว Sherlock มาก่อนหรือไม่?

ฉันเคยดูภาพยนตร์ Sherlock Holmes: A Game of Shadows ของ Guy Ritchie ภาพยนตร์เรื่องนั้นสร้างภาพจำเกี่ยวกับ Sherlock Holmes ให้กับฉัน

และมีสิ่งหนึ่งที่น่าสนใจที่ฉันค้นพบในกองถ่าย นั่นคือ Hero กับ Dónal มักเล่นหมากรุกด้วยกันตลอดเวลา พวกเขาเล่นหมากรุกกันไป พูดคุยกันไป ฉันยังจำได้ว่าในภาพยนตร์ของ Guy Ritchie มีฉากที่ Moriarty เล่นหมากรุกกับ Sherlock พร้อมสนทนาเรื่องชัยชนะและความหมายของชีวิต ผู้ชายสองคนนั้นนำเกมหมากรุกมาสู่กองถ่ายจริง ๆ ซึ่งน่าทึ่งมาก

การร่วมงานกับ Guy Ritchie เป็นอย่างไร?

เขามาที่กองถ่ายและสร้างสนามเด็กเล่นขึ้นมา และสิ่งที่ดีที่สุดคือฉันได้สนุกไปกับมัน ยิ่งฉันสนุกมากเท่าไร ฉันก็ยิ่งสามารถนำตัวตนของฉันมาใส่ในตัวละครได้มากขึ้น และนั่นก็ทำให้เขามีความสุขไปด้วย เขาเพียงต้องการให้นักแสดงทุกคนสนุกกับการทำงาน

ช่วงเวลาหรือความทรงจำที่คุณชื่นชอบในกองถ่าย?

นี่เป็นงานแรกที่ฉันได้มีส่วนร่วมกับการฝึกสตันต์อย่างเต็มรูปแบบ และฉันคิดว่านั่นเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยม ฉันสนุกกับการฝึกดาบคู่ ฝึกอาวุธคู่ การฝึกท่าที่เรียกว่า “floating flower” และการใช้อาวุธหลากหลายรูปแบบ ฉันยังได้รับการฝึกมวยสมัยใหม่ และกังฟูจีนสมัยใหม่ ผสมผสานกับมวยไทย

ทุกช่วงเวลาล้วนมีค่าและน่าจดจำ ฉันสามารถวางแผนพัฒนาการของตัวละคร และใช้เวลาร่วมกับนักแสดงคนอื่นๆ อย่างเต็มที่ เราพูดคุยและจินตนาการว่าซีรีส์เรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ทุกคนร่วมงานกันอย่างดีมาก เพราะบางครั้งในกองถ่ายบางเรื่องบรรยากาศไม่เป็นเช่นนั้น ฉันยังมีช่วงเวลาที่ดีมากกับ Matthew แม้ว่าฉันจะเป็นปัญหาสำหรับเขาเล็กน้อย เพราะเขามอบอำนาจให้ฉันเข้ามามีบทบาทกับตัวละครมากเกินไป แต่ท้ายที่สุดแล้วผู้คนเหล่านี้คือสิ่งที่ดึงดูดฉันเข้าสู่ซีรีส์เรื่องนี้

ผู้ชมจะได้เห็นอะไรจาก Young Sherlock?

หนุ่มหล่อมากมาย หนุ่มหล่อเต็มไปหมด นั่นคือสิ่งแรกที่ควรคาดหวังจากเรื่องนี้

 

Max Irons (รับบท Mycroft Holmes)

อะไรคือสิ่งแรกที่ดึงดูดคุณให้สนใจบท Mycroft Holmes ในวัยหนุ่ม?

สิ่งแรกที่ดึงดูดผมเข้าสู่บท Mycroft คือความสัมพันธ์ระหว่างเขากับน้องชาย รวมถึงสถานการณ์ที่รายล้อมความสัมพันธ์นั้น พวกเขาสูญเสียน้องสาวตั้งแต่อายุยังน้อย และหลังจากนั้นแม่ต้องลาพักยาว ขณะที่พ่อเดินทางทำธุรกิจต่างประเทศเป็นเวลานาน สิ่งเหล่านี้ทำให้ Mycroft ต้องรับผิดชอบมากขึ้น
เขามองเห็นการรับรู้โลกที่เป็นเอกลักษณ์ของ Sherlock และเข้าใจคุณค่าของมัน แต่ในอีกด้านหนึ่ง Sherlock ก็เป็นคนที่น่าหงุดหงิดตลอดกาล บางครั้งเข้าถึงยากมาก เป็นสมองที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง ทว่ารากฐานของความสัมพันธ์นั้นเต็มไปด้วยความรักอย่างมหาศาล และสัญชาตญาณในการปกป้องน้องชายอย่างแรงกล้า Mycroft เป็นสุภาพบุรุษที่เก็บอารมณ์ไว้ภายใน สุขุม เคร่งครัด ไม่แสดงความรู้สึก
ผมจำได้ว่าในวันทดสอบเคมี ผมเจอ Hero ในทางเดิน เขาเป็นคนที่อบอุ่นมากและผมรู้สึกเชื่อมโยงกับเขาได้ในทันที ผมรู้เลยตั้งแต่วินาทีนั้นว่าจะเป็นการทำงานที่สนุกมาก และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ

คุณและ Hero พัฒนาเคมีความเป็นพี่น้องอย่างไร?

ผมไม่รู้เหมือนกัน Hero ทำให้สิ่งนี้ง่ายมากสำหรับพวกเรา เขาเป็นคนใจกว้าง อบอุ่น มีเสน่ห์ และสนุกสนาน เขามักหยอกล้อในกองถ่าย ซึ่งช่วยละลายบรรยากาศ

ความสัมพันธ์ของ Mycroft กับ Sherlock มีทั้งความรัก ความหงุดหงิด และประสบการณ์ร่วมจากบาดแผลในอดีต พวกเขาเข้าใจกันในแบบที่ไม่มีใครเข้าใจ และสิ่งนั้นผูกมัดทั้งสองไว้ด้วยกัน

ผู้ชมจะได้เห็นอะไรเกี่ยวกับ Mycroft ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน?

ผมไม่อยากบอกว่าผู้ชมจะค้นพบอะไรใหม่เกี่ยวกับ Mycroft เพราะมีการตีความตัวละครนี้อย่างยอดเยี่ยมมาหลายครั้งแล้ว แต่สิ่งที่ช่วยให้ผมเข้าใจเขาคือ เขาเชื่อว่าคนเราต้องเล่นอยู่ภายใต้กติกาของเกม สุภาพบุรุษต้องทำเช่นนั้น

ผมมองว่า Mycroft มีสติปัญญาแบบดั้งเดิมมากกว่า หรืออาจยิ่งใหญ่กว่า Sherlock ในบางแง่มุม คนที่ฉลาดมากจะสนุกกับการเล่นเกม ไม่ได้รู้สึกถูกจำกัดด้วยกติกา แต่รู้ว่าจะดัดแปลงกติกาอย่างไร และมีความสุขกับสิ่งนั้น นั่นคือจุดที่ทำให้ผมเชื่อมโยงกับตัวละครนี้ได้

การร่วมงานกับ Guy Ritchie เป็นอย่างไร?

เป็นประสบการณ์ที่พิเศษมาก เราทุกคนรู้จักและชื่นชอบผลงานของ Guy Ritchie ทั้งพลังงาน ความรวดเร็ว และอารมณ์ขัน ในวันแรกของผม ผมมีบทพูดยาวมาก ผมเตรียมตัวมาหลายเดือนเพื่อจะสร้างความประทับใจ แต่เมื่อไปถึงกอง เขาบอกว่า “สิ่งที่คุณเตรียมมา ลืมมันไปให้หมด เราจะเขียนบทใหม่ตอนนี้” แล้วให้เวลาผมห้านาที สิบนาที เพื่อจำบทใหม่ก่อนถ่าย ตอนนั้นผมคิดว่านี่คงเป็นงานที่ยากที่สุด แต่ก่อนถ่ายเขามองผมเหมือนฉลามมองเหยื่อตัวเล็กๆ เป็นช่วงเวลาที่ต้องเลือกว่าจะเดินหน้าสู้หรือยอมแพ้ ผมต้องปล่อยการควบคุมทั้งหมดให้เขาและกระบวนการของเขา

ผมเป็นคนที่ชอบการควบคุม เพราะมันทำให้รู้สึกปลอดภัย ยิ่งเตรียมตัวมากเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกควบคุมได้มากขึ้น แต่เขาทำให้ผมต้องปล่อยวาง และมันกลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่สนุกที่สุดที่เคยทำงานกับผู้กำกับ ผมรู้สึกว่าเขาทิ้งบทเรียนบางอย่างเกี่ยวกับการแสดงไว้ให้ผม ซึ่งผมหวังว่าจะไม่มีวันลืม

ผู้ชมจะได้เห็นอะไรจาก Young Sherlock?

เรื่องราวดำเนินไปอย่างรวดเร็ว สนุก ตื่นเต้น และมีอารมณ์ขัน ผู้ชมจะได้เห็นจุดกำเนิดของตัวละครที่คุ้นเคย และได้สำรวจว่าอะไรหล่อหลอมบุคลิกเหล่านั้น มีทั้งการหักมุม ความวุ่นวาย และความสนุก ผู้ที่ชื่นชอบตรรกะ การสืบสวน คิดวิเคราะห์จะเพลิดเพลินเป็นพิเศษ เรียกได้ว่ามีบางสิ่งสำหรับทุกคน

 

Joseph Fiennes (รับบท Silas Holmes)

คุณเข้ามามีส่วนร่วมกับโปรเจกต์นี้ได้อย่างไร?

ผมเข้ามาร่วมโปรเจกต์ Young Sherlock หลังจากได้พบกับ Matthew Parkhill โชว์รันเนอร์และผู้เขียนบทที่ยอดเยี่ยมของเรา การผสมผสานระหว่างวิสัยทัศน์ของ Matthew ผู้กำกับอย่าง Guy Ritchie และทีมนักแสดงที่นำโดยหลานชายของผมอย่าง Hero ทำให้โปรเจกต์นี้ยากจะปฏิเสธ ผมจึงตัดสินใจเข้าร่วมทีมด้วย

อะไรคือสิ่งแรกที่ดึงดูดคุณให้สนใจบทSilas Holmes?

สิ่งที่ดึงดูดผมสู่บท Silas Holmes พ่อของ Sherlock ในวัยหนุ่ม คือความสนุกของบทบาท ผมเพิ่งผ่านบทบาทที่ค่อนข้างหนักหน่วงมา และบทนี้ให้ความรู้สึกเหมือนได้ใช้ “กล้ามเนื้ออีกแบบหนึ่ง” และสนุกไปกับมัน เส้นทางของตัวละครในเรื่อง รวมถึงจุดที่เขาไปถึงในตอนท้าย เป็นการเดินทางที่น่าตื่นเต้นมาก

Silas เป็นอย่างไรเมื่อเราได้พบเขาครั้งแรก?

เมื่อเราได้พบ Silas ครั้งแรก เขาเป็นชายที่อุทิศตนให้ครอบครัว ต้องการดูแลภรรยาที่กำลังพักรักษาตัวในสถานพยาบาลเนื่องจากสภาพจิตใจที่เปราะบาง เราพบเขาในช่วงเวลาที่ครอบครัวส่วนใหญ่กลับมาอยู่ร่วมกันภายใต้หลังคาเดียวกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีความหมายอย่างมากสำหรับเขา
อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น ตอนที่ห้าคือช่วงที่เราได้รู้จัก Silas อย่างแท้จริง เป็นตอนที่แตกต่างจากตอนอื่น ๆ เล็กน้อย และพาผู้ชมเข้าสู่การสำรวจจิตวิทยาภายในครอบครัวในบรรยากาศแบบครอบครัวอย่างลึกซึ้ง

ความสัมพันธ์ของ Silas กับลูกชายทั้งสองเป็นอย่างไร?

Silas และภรรยา Cordelia มีลูกสามคน ได้แก่ Beatrice, Mycroft และ Sherlock ความแตกต่างระหว่าง Mycroft และ Sherlock ชัดเจนตั้งแต่วัยเยาว์

Mycroft สุขุม มีแบบแผน และทำงานให้รัฐบาล ขณะที่ Sherlock เป็นคนนอกกรอบ และยังไม่สามารถจัดการชีวิตของตนเองได้ จากมุมมองของ Silas เขาอาจมองว่า Sherlock เป็น “กรณีที่ยากจะเยียวยา” แม้จะพยายามช่วยเหลือ แต่เขาอาจรู้สึกใกล้ชิดกับ Mycroft มากกว่าในฐานะสมาชิกครอบครัวที่ดูมั่นคงและมีอนาคตชัดเจนเคมีของครอบครัว

Holmes ที่ซับซ้อนเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ครอบครัว Holmes เป็นครอบครัวที่ซับซ้อน และแทบไม่เคยถูกนำเสนอในเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้มากนัก นี่จึงเป็นโอกาสในการตีความใหม่ของครอบครัวที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ พลวัตของครอบครัวเริ่มต้นจากพ่อและแม่ และวิธีที่พวกเขาหล่อหลอมลูกๆ ภายในครอบครัวนี้มีพันธุกรรมแห่งความเฉียบแหลมที่นำไปสู่อาชีพนักสืบในอนาคต แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เราไม่ค่อยได้เห็นครอบครัว Holmes อยู่พร้อมหน้ากันใต้หลังคาเดียวกัน
ซีรีส์เรื่องนี้เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เห็นความแตกต่าง ความขัดแย้ง และความลับภายในครอบครัว ซึ่งค่อยๆ เปิดเผยตลอดทั้งเรื่อง

การได้ร่วมงานกับหลานชายของคุณ Hero Fiennes Tiffin เป็นอย่างไร?

การรับบท Silas Holmes พ่อของ Sherlock ซึ่งแสดงโดยหลานชายของผม เป็นความท้าทายที่พิเศษมาก ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่มีอยู่แล้วช่วยหล่อเลี้ยงการแสดงโดยธรรมชาติ

เรามีเรื่องราวส่วนตัวร่วมกันมากมาย ซึ่งส่งผ่านอย่างแยบยลสู่การโต้ตอบผ่านการแสดงบนหน้าจอ ระหว่างเรามีความรักและความไว้วางใจสูง ซึ่งช่วยสร้างเคมีที่พิเศษอย่างยิ่ง

หากคุณสามารถนำของหนึ่งชิ้นจากกองถ่ายกลับบ้านได้ คุณจะเลือกอะไร และเพราะเหตุใด?

งานสร้างของ Young Sherlock งดงามและพิถีพิถันมาก โดยเฉพาะงานออกแบบฉากและเครื่องแต่งกาย หากเลือกได้มีสองอย่างที่ผมอยากนำกลับบ้าน อย่างแรกคือรองเท้าบู๊ตหนังแบบร้อยเชือกตั้งแต่ปลายเท้าถึงหัวเข่า ซึ่งต้องใช้เวลาครึ่งชั่วโมงในการใส่ อาจต้องปรับเป็นแบบติดตีนตุ๊กแกเล็กน้อย และอีกชิ้นคือเสื้อคลุมผูกเอวสไตล์วิกตอเรียนอันงดงามที่ Silas สวมในตอนที่ห้า หากได้สองชิ้นนี้กลับบ้าน ผมคงมีความสุขมาก

 

Natascha McElhone (รับบท Cordelia Holmes)

อะไรคือสิ่งแรกที่ดึงดูดคุณให้สนใจบท Cordelia Holmes?

ฉันได้พบกับ Matthew Parkhill โชว์รันเนอร์และนักเขียนบทของเรา ที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ บริเวณชั้นบนสุดท่ามกลางยอดแหลมของอาคาร มันเป็นไอเดียที่ชาญฉลาดมาก เพราะบรรยากาศดูราวกับเราอยู่ในอังกฤษก่อนยุควิกตอเรียน คล้ายอ็อกซ์ฟอร์ดซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่อง เขาเริ่มเล่าถึงการเดินทางอันบ้าคลั่งของตัวละคร ว่าเธอเริ่มต้นอย่างไรและจะไปจบลงที่ไหน ซึ่งฉันจะไม่สปอยล์
แม้บทจะยังเขียนไปครบทุกตอน แต่เขามี “series bible” ที่ทำให้เห็นภาพโลกที่เขากำลังสร้างอย่างชัดเจน เขาเป็นนักประวัติศาสตร์ จึงทำให้โลกของเรื่องราว มีความลุ่มลึก หลายชั้น และเต็มไปด้วยรายละเอียดเฉพาะตัว เขาทุ่มเทอย่างเต็มที่ และบอกว่าเขาจะอยู่ในกองถ่ายทุกวัน ซึ่งเขาก็ทำตามนั้นจริงๆ มันน่าชื่นชมมากเมื่อใครสักคนทำตามคำมั่นสัญญา และเขาทำได้

คุณคุ้นเคยกับเรื่องราว Sherlock มาก่อนหรือไม่?

โชคดีที่ฉันยังไม่ได้ดู Sherlock Holmes เวอร์ชั่นอื่นๆมากนัก นอกจากอ่านหนังสือ ซึ่งทำให้ฉันเข้ามาร่วมโปรเจกต์นี้โดยไม่มีภาพจำจากผลงานก่อนหน้ามากดดัน อย่างไรก็ตามฉันเคยดู Young Sherlock Holmes เวอร์ชั่นที่สร้างโดย Steven Spielberg เมื่อหลายปีก่อนตอนยังเด็ก และฉันชอบมาก ฉันจึงรู้สึกดีที่ได้เห็นว่าเวอร์ชั่นนี้แตกต่างจากเรื่องนั้นอย่างชัดเจน

Cordelia เป็นอย่างไรเมื่อเราได้พบเธอครั้งแรก?

เธอเป็นคนที่คาดเดาไม่ได้ และในช่วงแรกผู้ชมอาจมองว่าเธอไม่มั่นคงทางอารมณ์ แต่ต่อมาเราจะได้ค้นพบเหตุผลของสิ่งนั้น

เคมีของครอบครัว Holmes ที่ซับซ้อนเกิดขึ้นได้อย่างไร?

ตัวบ้านของครอบครัวเป็นตัวละครสำคัญอย่างเหลือเชื่อ ฉันคิดว่าบ้านช่วยเล่าเรื่องแทนเราได้มาก เมื่อ Sherlock กับฉันกลับถึงบ้านด้วยรถม้า ซึ่งเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ฉันชอบที่สุด การได้นั่งรถม้ายุคโบราณของแท้สนุกมาก มันชวนให้นึกถึงเรื่องราวคลาสสิกมากมาย เป็นการกลับสู่สถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ และ “ผี” ในเชิงเปรียบเปรย แต่ก็เป็นหลักยึดเหนี่ยวของชีวิต บ้านหลังนี้อาจจะไม่ได้มีผีจริงๆ แต่ถ้าจะมีก็เป็นวิญญาณที่เปี่ยมสุข เป็นสถานที่ถ่ายทำที่ยอดเยี่ยมมาก

ผู้ชมจะได้เห็นอะไรจาก Young Sherlock?

เรื่องนี้มีทุกอย่าง แม้กระทั่งฉากต่อสู้สไตล์ Crouching Tiger, Hidden Dragon ที่น่าทึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยตัวละคร Shou’an (รับบทโดย Zine Tseng) ซึ่งฉันรักตัวละครนี้มาก
พลังของ Hero และ Dónal ในบท Sherlock และ Moriarty นั้นยอดเยี่ยม เคมีและจังหวะการแสดงร่วมกันของทั้งคู่โดดเด่นมาก พวกเขาทั้งหล่อ น่ารัก และมีพรสวรรค์สูง
Joseph มีเสน่ห์ในความลึกลับที่อ่านไม่ออก รวมถึง Max ในบท Mycroft ก็เช่นกัน ผู้ชมจะไม่แน่ใจว่าใครอยู่ฝ่ายไหนอยู่พักใหญ่ ซึ่งช่วยสร้างความลุ้นระทึกตลอดเรื่อง

หากคุณสามารถนำของหนึ่งชิ้นจากกองถ่ายกลับบ้านได้ คุณจะเลือกอะไร และเพราะเหตุใด?

ในบ้านมีห้องทำงานของ Silas ที่น่าทึ่งมาก เต็มไปด้วยงานสตัฟฟ์สัตว์ เช่น นกฮูก นกฮัมมิงเบิร์ด และผีเสื้อ แม้ฉันอาจไม่อยากนำของเหล่านั้นกลับบ้าน แต่การได้อยู่ในห้องนั้นทำให้มีความรู้สึกของการเดินทางข้ามกาลเวลา
ฉันคิดว่าฉันอยากได้กล้องส่องทางไกลสักตัว หรือไม่ก็ลูกโลกจำลองโลกสักใบ นั่นน่าจะเป็นของที่ฉันเลือก

 

บทสัมภาษณ์ Matthew Parkhill (โขว์รันเนอร์, ผู้เขียนบท และ ผู้อำนวยการสร้างฝ่ายบริหาร)

 

อะไรคือสิ่งที่ดึงดูดให้คุณอยากเล่าเรื่อง Sherlock Holmes ในมุมนี้?

ผมเป็นแฟนของ Sherlock Holmes มาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ได้อ่านหนังสือ และผมก็สงสัยมาโดยตลอดว่าอะไรหล่อหลอมให้ Sherlock กลายเป็นชายอย่างที่เราเห็น ชีวิตในวัยหนุ่มของเขาเป็นอย่างไร ซึ่ง Conan Doyle แทบไม่ได้ลงรายละเอียดในช่วงนั้นเลย สำหรับผมมันจึงเหมือนหน้ากระดาษเปล่า
มีประโยคหนึ่งใน The Return of Sherlock Holmes ที่ว่า “วัตสัน คุณก็รู้ ผมไม่รังเกียจที่จะยอมรับกับคุณว่า ผมเคยคิดอยู่เสมอว่า หากผมเลือกทางนั้น ผมคงจะเป็นอาชญากรที่เก่งกาจอย่างยิ่งคนหนึ่ง” มันทำให้ผมเริ่มตั้งคำถามว่า ถ้า Sherlock ในวัยหนุ่มเคยเป็นคนหัวรั้น ชอบเสี่ยงภัย เข้าไปพัวพันกับปัญหาและเรื่องวุ่นวายบ้างล่ะ ถ้านั่นเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เขาเข้าใจจิตใจอาชญากรได้อย่างลึกซึ้ง ผมยังสนใจความสัมพันธ์ของเขากับ Moriarty และตั้งคำถามต่อไปว่า ถ้าพวกเขาเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อนล่ะ เป็นมิตรภาพแบบดุเดือดที่จบลงอย่างขมขื่น ถ้านั่นคือคำอธิบายว่าทำไมภายหลังพวกเขาจึงกลายเป็นศัตรูที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกันและกัน ความคิดเหล่านั้นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้

เล่าถึงวิสัยทัศน์ของคุณต่อซีรีส์เรื่องนี้ และการตีความตัวละครในเวอร์ชั่นนี้

ผมรู้ตั้งแต่แรกว่าอยากให้เรื่องนี้มีเสน่ห์ สนุก และในขณะเดียวกันก็ไม่กลัวที่จะพาผู้ชมไปสู่ด้านมืด ผมอยากให้ซีรีส์เรื่องนี้เหมือนรถไฟเหาะที่พลิกผันในแบบที่เราไม่คาดคิด หัวใจสำคัญของเรื่องคือครอบครัวของ Sherlock และวิธีที่ครอบครัวหล่อหลอมเขาให้กลายเป็นคนแบบที่เราได้รู้จัก และเมื่อ Hero Fiennes Tiffin เข้ามารับบท Sherlock เขานำเสน่ห์ ความกระตือรือร้น และพลังงานที่เปี่ยมชีวิตชีวามาสู่ตัวละคร มันเป็นเรื่องน่ามหัศจรรย์สำหรับผมที่ได้เห็นว่าเขาทำให้ตัวละครนี้มีชีวิตขึ้นมาอย่างงดงามเพียงใด

การทำงานร่วมกับ Guy Ritchie เป็นอย่างไรบ้าง?

เขาเป็นคนที่ทำงานด้วยแล้ววิเศษมาก เป็นพลังแห่งธรรมชาติ และเป็นพรสวรรค์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เขาชอบปรับแก้สิ่งต่างๆ หน้างาน ทำงานร่วมกับนักแสดง ปรับบทสนทนาอยู่เสมอ เขาอยู่กับปัจจุบัน และนำพลัง เสน่ห์ ไหวพริบ ความเฉียบคมมาสู่ทุกฉาก มองทุกอย่างจากมุมที่แตกต่าง ผมคิดว่าเขารักการได้อยู่ในกองถ่ายกับนักแสดง เพราะสิ่งนั้นจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้เขา เขาทำให้คุณต้องตื่นตัวอยู่เสมอ และผมตอบรับวิธีการทำงานแบบนั้นได้ดี ผมรักการทำงานกับเขา และรอคอยโอกาสที่จะได้ร่วมงานกันอีก

Sherlock และ Moriarty เป็นตัวละครระดับตำนาน อะไรทำให้ Hero และ Dónal เหมาะสมกับบทนี้?

เวลาคัดเลือกนักแสดง เรามักจัดให้มีการอ่านบทเพื่อทดสอบเคมีระหว่างตัวละครสำคัญ และเมื่อ Hero กับ Dónal มาเจอกัน ทุกอย่างก็เหมือนพุ่งทะยาน เคมีของทั้งคู่กลายเป็นหัวใจของเรื่องอย่างรวดเร็ว
คุณหวังให้สิ่งแบบนั้นเกิดขึ้นเสมอ แต่ไม่มีอะไรรับประกันได้ และทั้งสองทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว พวกเขาซ้อมฉากด้วยกัน เสนอไอเดียใหม่ๆ ให้ผม ซึ่งทำให้เรื่องแข็งแรงขึ้น ดีขึ้น พวกเขาเป็นความสุขในการทำงาน พวกเขาทำให้ผมหัวเราะ และผมคิดว่า ถ้าพวกเขาทำให้ผมหัวเราะได้ ก็มีโอกาสสูงที่จะทำให้ผู้ชมหัวเราะได้เช่นกัน
Hero ถ่ายทอดบท Sherlock ด้วยความไร้เดียงสาบางอย่าง ซึ่งทำให้ตัวละครน่าสนใจมาก ขณะที่ Dónal มีเสน่ห์ดึงดูด แต่แฝงด้วยกระแสความมืดที่ซ่อนอยู่ คุณจะเห็นมันในบางช่วง และเมื่อรู้ว่า Moriarty จะกลายเป็นใครในอนาคต มันทำให้รู้สึกหนาวสะท้านเล็ก ๆ

Young Sherlock มีทีมนักแสดงคุณภาพจำนวนมาก คุณทำงานกับพวกเขาอย่างไร?

เราโชคดีมากที่ได้ทีมนักแสดงชุดนี้ ไม่เพียงแต่แต่ละคนมีพรสวรรค์โดดเด่น แต่พวกเขายังทำงานร่วมกันได้อย่างงดงาม ผมคิดว่านักแสดงแต่ละคนมีวิธีการทำงานต่างกัน และส่วนหนึ่งของหน้าที่โชว์รันเนอร์คือค้นหาว่าอะไรเหมาะกับใคร รับฟังพวกเขา และช่วยให้พวกเขาทำงานได้ดีที่สุด เพื่อทำให้ตัวละครมีชีวิตอย่างน่าพึงพอใจและทรงพลังที่สุด

ฉากโปรดของคุณในการถ่ายทำคือฉากไหน?

คำถามนี้ยากมาก ผมสนุกกับซีรีส์เรื่องนี้มาก แน่นอนว่าผมชอบฉากใหญ่ๆ และผมชอบมากที่ได้ถ่ายทำในอ็อกซ์ฟอร์ด แต่บางช่วงเวลาที่ผมชอบที่สุดคือการได้ดูนักแสดงทำงานร่วมกัน ทำบางอย่างที่ผมคาดไม่ถึง ทำให้ฉากหรือทำให้ตัวละครมีชีวิตขึ้นมาในแบบที่พลิกความคาดหมาย หรือเหนือกว่าที่ผมจินตนาการไว้

คุณอยากให้ผู้ชมได้รับอะไรจากซีรีส์เรื่องนี้?

ผมหวังว่าพวกเขาจะสนุก หวังว่าพวกเขาจะเพลิดเพลินกับการใช้เวลาร่วมกับซีรีส์เรื่องนี้ และได้รับความบันเทิงอย่างเต็มที่ สำหรับผมมันให้ความรู้สึกเหมือนค่ำคืนวันเสาร์ที่ครอบครัวไปดูหนังด้วยกัน และแน่นอน ผมหวังว่าพวกเขาจะกลับมาชมต่อในซีซั่นถัดไป