นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมนายนิธิ ละเอียดดี ทนายความ เดินทางมายื่นฟ้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง 7 คน รวมถึง นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งและ นายวรพงศ์ อนันต์ เจริญกิจ ผู้อำนวยการสนับสนุนการเลือกตั้ง รวมทั้งหมด 9 คน จากกรณีที่ออกมายอมรับ ว่า บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสามารถรู้ข้อมูลย้อนไปถึงผู้ลงคะแนน
โดยข้อหาที่ยื่นฟ้องคือ ม.157 ซึ่งการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ / พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ม.69 / พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ม.96 ประกอบ ม.164
ซึ่งความเสียหายมันเกิดตั้งแต่ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ และถูกทำซ้ำอีกครั้งคือเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่มีการลงคะแนนซ้ำของบางเขต ที่ใบลงคะแนนการเลือกตั้งในวันนั้น ไม่มีรหัสต้นขั้วของบัตรเลือกตั้งตนมองว่าก็เป็นปัญหา เพราะไม่มีอะไรที่ยืนยันได้ว่าการเลือกตั้งเป็นไปอย่าง สุจริตและเที่ยงธรรม เพราะสามารถเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ฉีกบัตรมากกว่าจำนวนบัตร โดยศาลอาญาคดีทุจริตฯ ได้นัดฟังคำสั่งในชั้นตรวจคำฟ้องว่าจะรับฟ้องคดีหรือไม่ ในวันที่ 24 มีนาคมนี้
ส่วนที่ผู้ถูกร้อง มีตำแหน่งเป็น องค์กรอิสระ หลายหลายคนมองต้องไปร้องทางผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือส่งเรื่องผ่านสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือ ไม่ นั้น นพ.วาโย อธิบาย ว่า เป็นคนละส่วนกันหากฟ้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน จะเป็นการเอาผิดในเรื่องของการปฎิบัติหน้าที่ และขั้นตอนการเลือกตั้งที่อาจเป็นโมฆะ ไม่ได้เอาผิดทางด้านอาญา แต่การที่ที่ตนมาร้องที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อต้องการเอาผิดผู้ถูกฟ้องทั้งหมดในด้านอาญา
ขณะที่ฟากฝั่งของ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือทนายอั๋นบุรีรัมย์ นำเอกสารหลักฐาน เดินทางแจ้งความดำเนินคดีกับนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.รวมทั้งกกต.ทั้ง 7 คนในฐานความผิดตามมาตรา 157 ละเว้นการปฏิบัติและปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
กรณีการจัดการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 8 และ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านม ซึ่งกกต. มีการจัดการเลือกตั้งที่ไม่สุจริตโปร่งใส ซึ่งมีทั้งบัตรเขย่งและการมุดเข้าไปขีดคะแนนไม่ให้ประชาชนเห็น โดยมีการร้องเรียนไปยัง กกต.กว่า 7,000 เรื่อง รวมทั้งกรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดและ QR code ซึ่งเรื่องดังกล่าวทางกกต.ต้องมีการสืบสวนไต่สวนให้ได้ข้อเท็จจริงก่อนแต่กลับมีมติประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.ไปเมื่อวานนี้ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวของกกต.นั้นส่อไปในทางทุจริต
ด้าน นายทิวา ลี้จากภัย ทนายความระบุว่า ในข้อกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าในบัตรเลือกตั้งห้ามทำเครื่องหมายใดๆทั้งสิ้นที่สามารถตรวจย้อนหลังไปถึงผู้ลงคะแนนได้ ดังนั้นการมีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด จึงไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับซึ่งกฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ โดยประชาชนที่ถูก กกต.แจ้งความดำเนินคดีสามารถแจ้งความกลับกับเจ้าหน้าที่ซึ่งถือว่าเป็นการกลั่นแกล้งโดยตำรวจจะต้องรับแจ้งความด้วย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews