สมการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หากจับขั้วใน 3 พรรค คือ ภูมิใจไทย เพื่อไทย และกล้าธรรม รวมถึงพรรคเล็กรวมเสียงได้เกินครึ่งสภา แต่สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ “จำนวนมือ”แต่มันคือ “คุณสมบัติ” ของคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรี
ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 ระบุว่า รัฐมนตรีต้อง “มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์” และ “ไม่มีพฤติกรรมที่ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง” บทเรียนจากอดีตนายกฯ “เศรษฐา ทวีสิน” คือเครื่องเตือนใจชั้นดีว่า หาก “อนุทิน” ดึงดันตั้งคนที่สุ่มเสี่ยง ตำแหน่งนายกฯ ของเขาก็อาจหลุดลอยไปได้ทุกเมื่อ และนี่คือ 5 รายชื่อที่ถูกจับตาว่าเป็น “ระเบิดเวลา”
คนแรก คือ “ไชยชนก ชิดชอบ” ทายาทบ้านใหญ่บุรีรัมย์ แม้จะเป็นคนรุ่นใหม่ แต่กลับติดหล่มมรดกที่ดินเขากระโดง พื้นที่พิพาทกว่า 700 ไร่ ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยอ้างสิทธิทับซ้อน ปัจจุบัน ป.ป.ช.กำลังตรวจสอบว่าการถือครองโฉนดที่โอนมาจากคุณปู่ชัย ชิดชอบ เข้าข่ายผิดจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ หากมีชื่อใน ครม. ปมที่ดินรัฐจะกลายเป็นไฟลามทุ่งทันที
รายที่สอง “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” กับประเด็นเครื่องบินส่วนตัว 862 ล้านบาท ที่แจ้งบัญชีทรัพย์สินไว้เพียง 30 ล้านบาท โดยอ้างว่าเป็นสัดส่วนหุ้นร่วมกับญาติ แม้จะยืนยันว่าถูกต้อง แต่ความโปร่งใสในฐานะรัฐมนตรีถูกตั้งคำถามอย่างหนัก ไม่นับรวมแผลเก่าเรื่องการจัดซื้อเครื่องบินแอร์บัสในอดีตที่ถูกมองว่าเป็นต้นเหตุการขาดทุนของการบินไทย
ระเบิดลูกที่สาม ที่แรงที่สุดคือ “ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า” แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะเคยบอกว่า คำพิพากษาคดียาเสพติดจากออสเตรเลีย ไม่มีผลทางกฎหมายในไทย แต่ในแง่ “จริยธรรมสากล” นี่ยังคงเป็นจุดสลบ วาทกรรม “มันคือแป้ง” ยังคงตามหลอกหลอน และในยุคที่ศาลเน้นเรื่องจริยธรรมเป็นที่ประจักษ์ การดึง “ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม” คนนี้เข้า ครม. จึงเป็นการเดิมพันที่เสี่ยงที่สุดของ”อนุทิน”
ระเบิดลูกที่สี่ “สุชาติ ชมกลิ่น” รองนายกฯ และ รมว.ทรัพยากรฯ ปัจจุบันกำลังเผชิญการตรวจสอบจาก ป.ป.ช. กรณีสำนักงานประกันสังคมจัดซื้อตึก Skyy9 มูลค่า 7,000 ล้านบาท ซึ่งถูกกล่าวหาว่าสูงกว่าราคาประเมินจริงเกือบเท่าตัว แม้เจ้าตัวจะยันว่าไม่มีอำนาจล้วงลูกบอร์ดประกันสังคม แต่คดีอาญาและคดีจริยธรรมที่ค้างอยู่ในศาล คือชนักปักหลังที่พร้อมจะหล่นลงมาทับรัฐบาลได้ทุกเมื่อ
สุดท้าย ระเบิดลูกที่ห้า “ประเสริฐ จันทรรวงทอง” กับคดีล่าสุดที่ DSI ส่งสำนวนให้ ป.ป.ช. กรณีทำ MOU กับบริษัทสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโตฯ ซึ่งถูกมองว่าเร่งรัดเกินเหตุและสุ่มเสี่ยงต่อความปลอดภัยข้อมูลประชาชนกว่า 1.2 ล้านคน แม้เขาจะชี้แจงว่าเป็นเพียงกรอบความร่วมมือดิจิทัล แต่ปม ม.157 หรือการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ก็เพียงพอที่จะเป็นเหตุให้เขาขาดคุณสมบัติรัฐมนตรีได้
ทางเลือกระหว่าง “พวกพ้อง” กับ “เก้าอี้นายกฯ” ใน 5 คน 5 ปมปัญหาที่ยังรอการพิสูจน์ในชั้น ป.ป.ช. และศาล หาก ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ยังดึงดันที่จะตอบแทนบุญคุณทางการเมืองด้วยการประเคนเก้าอี้รัฐมนตรีให้คนเหล่านี้ เขาอาจจะได้เห็นรัฐบาลที่ ‘พัง’ ตั้งแต่ยังไม่เริ่มปฏิบัติหน้าที่ หรือที่เลวร้ายกว่านั้น คือ การปิดฉากชีวิตนายกรัฐมนตรีของตัวเองตามรอยอดีตผู้นำคนก่อนๆ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews