ถึงเวลาทวงคืน เงินฌาปนกิจสงเคราะห์

คลิปข่าวทั่วไป Video

 

 

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างหนัก หลังมีการเผยแพร่เอกสารประกาศนายทะเบียนกลางสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หลายแห่งในพื้นที่หลายจังหวัดด้วยกัน อาทิ สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ชมรมสาธารณสุขแห่งประเทศไทย, สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ผู้ฝากเงินด่านขุนทด และสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ของผู้ฝากเงิน ธ.ก.ส.สาขาศรีสะเกษ เป็นต้น ซึ่งประเด็นดังกล่าวสร้างความกังวลให้ประชาชนหลายคนที่จ่ายเงินสมทบสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ในพื้นที่อื่นๆ เป็นอย่างมาก

 

ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ให้ข้อมูลเบื้องลึก เบื้องหลัง โดยระบุว่า เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว มีประชาชนติดต่อร้องเรียน เข้ามาหลายจังหวัด แต่พอตนเองถามย้ำไปว่า จะเอาเรื่องหรือไม่ เขาก็กลัว โดยอ้างว่า กรรมการฌาปนกิจมักจะเป็นหัวคะแนนของนักการเมือง หัวคะแนนของบ้านใหญ่ในแต่ละจังหวัด เมื่อมองย้อนกลับไป ฌาปนกิจรอบนี้เป็นกลไกของรัฐที่สร้างขึ้นมา โดยมาจากกระทรวงมหาดไทย ที่อยากจะทำสวัสดิการแต่ไม่มีเงิน เหมือนอยากทำกองทุนประกันสังคมแต่ไม่มีเงิน เขาจึงให้ชาวบ้านทำแล้วเอาไปตั้งเป็นกองทุน

 

“นายทะเบียนท้องที่” (นายก อบต. / นายกเทศมนตรี) ตาม พ.ร.บ. การฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 กฎหมายมอบดาบอาญาสิทธิ์ให้ “นายทะเบียนท้องที่” ซึ่งก็คือ นายก อบต. นายกเทศมนตรี หรือผู้อำนวยการเขต มีหน้าที่ต้องคอยกำกับดูแล ตรวจสอบงบดุล และระงับยับยั้งความเสียหาย อย่างกรณีสมาคมฌาปนกิจล้ม ความเสียหายระดับร้อยล้าน พันล้าน อย่างที่วาปีปทุมที่พุ่งสูงถึง 1,400 ล้านบาท

 

ทนายรณรงค์ ยังให้คำแนะนำ การดำเนินการทางกฎหมาย 3 ดาบ เช็คบิลเจ้าหน้าที่รัฐ และทวงเงินคืน มีดังนี้

 

ดาบที่ 1: ดำเนินคดีอาญา มาตรา 157 การที่นายทะเบียนรู้ว่าสมาคมมีปัญหา มีคนไปร้องเรียน แต่กลับ “เพิกเฉย” ไม่เข้าไปตรวจสอบ ไม่สั่งหยุดกิจการ ปล่อยให้ชาวบ้านส่งเงินต่อไป ถือเป็นการ “ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ” ทำให้ประชาชนได้รับความเสียหาย โทษจำคุก 1-10 ปี งานนี้ต้องยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช. หรือ ป.ป.ท.

 

ดาบที่ 2: ฟ้องศาลปกครอง ล้วงกระเป๋ารัฐ เมื่อสมาคมไม่มีเงินจ่าย เราต้องไปเอาจากคนที่มีจ่าย เมื่อพิสูจน์ได้ว่าเจ้าหน้าที่รัฐ (นายทะเบียนท้องที่) ละเลยการปฏิบัติหน้าที่จนชาวบ้านเสียหาย ผู้เสียหายมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเยียวยาจากหน่วยงานต้นสังกัด (เช่น เทศบาล, อบต., หรือกระทรวงมหาดไทย) ตาม พ.ร.บ. ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539 นี่คือแหล่งเงินสำรองที่จะช่วยซับน้ำตาชาวบ้านได้จริง

 

ดาบที่ 3: แจ้งจับกรรมการฐาน “ฉ้อโกงประชาชน” และให้ ปปง. ยึดทรัพย์ เลิกฟ้องแพ่ง แล้วรวมตัวกันไปแจ้งความคดีอาญาฐาน “ฉ้อโกงประชาชน” การเอาเงินคนใหม่ไปจ่ายคนเก่า รู้อยู่แล้วว่าไม่มีเงินแต่ยังรับสมัครสมาชิกเพิ่ม นี่ไม่ใช่บริหารพลาด แต่มันคือ “แชร์ลูกโซ่” เมื่อเป็นคดีฉ้อโกงประชาชน จะเข้าเงื่อนไขความผิดมูลฐานฟอกเงิน ดึง DSI และ ปปง. เข้ามาสืบเส้นทางการเงิน ยึดทรัพย์ที่กรรมการยักย้ายถ่ายเทไปให้ญาติพี่น้อง เอามาเฉลี่ยคืนให้ชาวบ้าน

 

ทางด้าน นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ชี้แจงว่า การยกเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ในหลายจังหวัดนั้นเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นผู้ยกเลิก ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป บางสมาคมไม่ดำเนินกิจการต่อก็มี หรือที่ประชุมใหญ่สมาคมมีมติให้ยกเลิกเนื่องจากสมาชิกลาออกจำนวนมากไม่สามารถดำเนินการได้

หรือบางสมาคมมีการค้างจ่ายเงินสงเคราะห์ผู้เสียชีวิตเยอะมีหนี้เยอะทั้งนี้สำหรับสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์แต่เดิมทั่วประเทศมีกว่า 4,874 แห่ง ที่มีการยกเลิกในช่วงนี้ประมาณ 10 แห่งก็ไม่ได้เยอะ และจากสถิติตั้งแต่ปี 2517-2569 มีการยกเลิกไปประมาณ 1,000 แห่ง ปัจจุบันยังดำเนินการอยู่ 3,839 แห่ง

 

สำหรับข้อห่วงใยว่าการยกเลิกจะลุกลามเป็นวงกว้างหรือไม่ นายกองตรี ดร.ธนกฤต ยืนยันว่า แต่ละสมาคมบริหารจัดการอย่างอิสระและแยกจากกัน ส่วนกรณีสมาชิกที่ได้ส่งเงินสมทบไปแล้ว จะมีขั้นตอนการชำระบัญชีตามกฎหมาย โดยตรวจสอบทรัพย์สินและภาระหนี้สินอย่างละเอียด ก่อนเฉลี่ยทรัพย์คืนให้สมาชิกตามเงื่อนไข พร้อมย้ำว่าควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง และไม่ตื่นตระหนกกับข่าวที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews