เลือกตั้ง 69 ค่ายสีฟ้า สส. “ประชาธิปัตย์” ใครรอด-ใครร่วง

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

 

 

จากวิกฤตสู่โอกาส หรือจากความหวังสู่ความหลัง?  พรรคประชาธิปัตย์ภายใต้การนำของ ‘เฉลิมชัย ศรีอ่อน’ เคยมี สส. ในมือ 25 ที่นั่ง ท่ามกลางกระแสลุ่มๆ ดอนๆ ทั้งการเป็นฝ่ายค้านและร่วมรัฐบาล จนกระทั่งการประกาศลาออกของเฉลิมชัย และการกลับมาทวงบังลังก์หัวหน้าพรรคอีกครั้งของ ‘อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ’

 

แต่ทางที่โรยด้วยกลีบกุหลาบไม่มีจริง เมื่อรัฐบาล ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ ประกาศยุบสภา แรงเหวี่ยงทางการเมืองทำให้ สส. เดิม 25 คน แตกตัวกระจัดกระจาย บางส่วนยังจงรักภักดีกับค่ายสีฟ้า แต่ส่วนใหญ่เลือกย้ายไปซบค่ายใหม่อย่าง ‘กล้าธรรม’ และ ‘ภูมิใจไทย’

 

ผลเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ออกมาแล้ว ประชาธิปัตย์ยุคอภิสิทธิ์ คว้ามาได้ 22 ที่นั่ง แต่ถ้าเจาะลึกไปที่ ‘คนหน้าเดิม’ ที่ไม่ยอมปันใจไปไหน ผลปรากฏว่าพวกเขายังเหนียวแน่น

• นายชวน หลีกภัย และ นายชัยชนะ เดชเดโช นำทีมปาร์ตี้ลิสต์คัมแบ็กสภา

• สายเลือดใหม่ภาคใต้: นายกาญจน์ ตั้งปอง (ตรัง), นายทรงศักดิ์ มุสิกอง และนายพิทักษ์เดช เดชเดโช (นครศรีธรรมราช) รวมถึง นายศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง (สงขลา) ยังรักษาพื้นที่ไว้ได้แบบเบ็ดเสร็จ

 

แต่สำหรับคนที่เลือกทางเดินใหม่… ผลลัพธ์กลับมีทั้งรอยยิ้มและคราบน้ำตาครับ มาดูกันว่าเมื่อเปลี่ยนสีเสื้อแล้ว ใครเป็นอย่างไรบ้าง

 

สรุปผล สส. ย้ายพรรค (เลือกตั้ง 2569) พบว่า รอด 8 คน ร่วง 9 คน

 

คนที่รอดกลับเข้าสภา คือ จักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ย้ายไปพรรคกล้าธรรม ชนะเลือกตั้ง ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1

อวยพรศรี เชาวลิต ที่ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย ชนะการเลือกตั้ง นครศรีธรรมราช เขต 9

ชาตรี หล้าพรหม ที่ย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม ชนะการเลือกตั้งในพื้นที่ สกลนคร เขต 2

สรรเพชญ บุญญามณี ที่ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ชนะการเลือกตั้งในพื้นที่ สงขลา เขต 1

สมยศ พลายด้วง ที่ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ชนะการเลือกตั้งในพื้นที่สงขลา เขต 3

เดชอิศม์ ขาวทอง ย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม แต่ไม่ได้ลง สส.เขต โดยส่ง นายวงศ์วชิร ขาวทอง ซึ่งเป็นลูกชายลงแทน สามารถชนะการเลือกตั้งในพื้นที่ สงขลา เขต 5

สมบัติ ยะสินธุ์ ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย ชนะการเลือกตั้งในพื้นที่ แม่ฮ่องสอน เขต 2

สุรินทร์ ปาลาเร่ ย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม ชนะการเลือกตั้งในพื้นที่สงขลา เขต 8

 

 

ส่วนคนที่ร่วง ไม่ได้กลับเข้าสภา คือ

สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ย้ายไปพรรคภูมิใจไทย แพ้ให้ กฤตย์อิชย์ ภาคย์อิชณน์ ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ ตรัง เขต 3

ประมวล พงศ์ถาวราเดช ย้ายไปพรรคกล้าธรรม แพ้เลือกตั้งให้กับพรรคภูมิใจไทย ในพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ เขต 3

ราชิต สุดพุ่ม ย้ายไปพรรคภูมิใจไทยแพ้การเลือกตั้งให้กับพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ นครศรีธรรมราช เขต 1

ยุทธการ รัตนมาศ ที่ย้ายไปพรรคกล้าธรรม แพ้เลือกตั้งนครศรีธรรมราช เขต 4 ให้กับ กนกพร เดชเดโช จากพรรคประชาธิปัตย์

สุภาพร กำเนิดผล ย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม แต่ไม่ได้ลงสมัคร สส. เขต โดยให้นายบารมี ขาวทอง ลูกชายของนายเดชอิศม์ ลงแทน แต่ก็ แพ้การเลือกตั้งให้กับพรรคภูมิใจไทย ในพื้นที่สงขลา เขต 6

ยูนัยดี วาบา ย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม แพ้การเลือกตั้งให้กับพรรคภูมิใจไทย ในพื้นที่ ปัตตานี เขต 4

สุพัชรี ธรรมเพชร ย้ายไปสังกัดพรรคกล้าธรรม แพ้การเลือกตั้งให้กับพรรคภูมิใจไทย ในเขตพื้นที่พัทลุง เขต 1

ร่มธรรม ขำนุรักษ์ ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย แต่ไม่ได้ลง ส.ส. เขต 3 พัทลุง ไม่ได้กลับเข้าสภาในสมัยนี้

วุฒิพงษ์ นามบุตร ย้ายไปพรรคกล้าธรรม แพ้การเลือกตั้ง ให้กับพรรคไทรวมพลังในพื้นที่ อุบลราชธานี เขต 2

 

หากมองที่จำนวน สส. เขต ประชาธิปัตย์ อาจดูถดถอยจาก 22 เหลือเพียง 10 ที่นั่ง แต่จุดพีคอยู่ที่ ‘คะแนนบัญชีรายชื่อ’ ปี 2566: ได้เพียง 9 แสนคะแนน (3 ที่นั่ง) ส่วนในปี 2569: พุ่งกระฉูดถึง 3.63 ล้านคะแนน! (ได้ สส. ปาร์ตี้ลิสต์ถึง 12 ที่นั่ง)

 

 

นี่คือปรากฏการณ์ ‘ฟ้าทั้งแผ่นดิน’ ในปักษ์ใต้ เพราะอภิสิทธิ์พาลูกพรรคชนะปาร์ตี้ลิสต์ยกจังหวัดเกือบทั้งภาค ยกเว้นเพียง 3 จังหวัดชายแดน ภูเก็ต และระนอง แต่เรื่องช็อกวงการ คือ สองบิ๊กเนม อย่าง จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ และ บัญญัติ บรรทัดฐาน กลับไม่ได้เข้าสภาในรอบนี้

 

 

ประชาธิปัตย์รุ่น 2569 คือ ส่วนผสมที่แปลกตา แม้จะเสียมือเก๋าและคนย้ายพรรคไปไม่น้อย แต่คะแนนศรัทธา 3.6 ล้านเสียง คือ โจทย์ใหญ่ที่อภิสิทธิ์ต้องพิสูจน์ว่า ‘เลือดใหม่’ และ ‘อุดมการณ์เดิม’ จะพาค่ายสีฟ้ากลับมาผงาดได้อย่างยั่งยืนจริงหรือไม่

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews