ลุยเอาผิด กกต. ม.157

Video คลิปข่าวทั่วไป

 

 

คุณหญิงสุดารัตน์ ประกาศเดินหน้าฟ้องเอาผิด กกต. ฐาน 157 ปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ชี้จงใจละเมิดหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งที่ต้องเป็นความลับอย่างร้ายแรง – ทนายอั๋น ให้ความเห็น การเลือกตั้ง 69 อาจเป็นโมฆะ

 

ความไม่ชอบมาพากล ในการจัดการเลือกตั้งสส.-การลงประชามติ และการนับคะแนน จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ในการบริหารจัดการเลือกตั้ง ของสำนักงานกกต. และข้อสังเกตในเรื่องของความโปร่งใส เเละเกิดการปลุกกระเเสกดดันการทำงานของกกต.รวมทั้งเรียกร้องให้กกต.ลาออกเเสดงความรับผิดชอบกับข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นในกรณีต่างๆ จนกกต.ต้องออกมาแถลงข่าวชี้แจงรายวัน ต่อประเด็นต่างๆ

 

 

ล่าสุด ประเด็นใหญ่ เรื่อง “บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด” ที่นักวิชาการด้านกฎหมาย แสดงความคิดเห็นตีความไปในทำนองว่า อาจทำให้การเลือกตั้ง 69 เป็นโมฆะได้ เพราะมีการตั้งข้อสังเกต “บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด” บนบัตรเลือกตั้งทุกใบที่นำเข้าคูหาสามารถสแกนเลขที่บัตร จนสามารถระบุ “ตัวผู้ลงคะแนน” ว่าเลือกพรรคไหนได้ อาจเข้าข่าย “การออกเสียงไม่เป็นความลับ” เสี่ยงขัดรัฐธรรมนูญ และกฎหมายเลือกตั้ง และอาจนำไปสู่ การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้

 

 

โดย ที่ กกต.แถลงยอมรับว่า การจัดทำ “บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด” เป็นอำนาจตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. เพื่อป้องกันการปลอมแปลง และใช้เป็นหนึ่งในหลายมาตรการควบคุมความสุจริตของการเลือกตั้ง ทั้งนี้ บาร์โค้ดดังกล่าวถูกใช้ตั้งแต่กระบวนการจัดพิมพ์ การเข้าเล่ม การแพ็กกิ้ง การแจกจ่าย และการตรวจสอบจำนวนบัตร เพื่อป้องกันปัญหาบัตรเขย่ง บัตรเกิน หรือบัตรเล็ดรอดออกนอกระบบ รวมถึงใช้ตรวจสอบกรณีมีการนำบัตรไปใช้ผิดเขตหรือผิดหน่วยเลือกตั้ง โดยไม่ได้นำมาใช้เพื่อตรวจสอบว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งรายใดลงคะแนนให้ใคร

 

 

นายธนู รุ่งโรจน์เรืองฉาย ทนายความ โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า ได้ยื่นฟ้อง กกต.ต่อ ศาลปกครองกลาง ผ่านระบบ e-Filing และศาลได้ออกหมายเลขคดีดำที่ 304/2569 จากกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่าบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดและ QR code ที่ทำให้สามารถสืบย้อนกลับไปหาต้นขั้ว จนสามารถติดตามได้ว่าบัตรใบไหนลงคะแนนโดยใครจนทำให้การเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมาสูญเสียความเป็นความลับในการลงคะแนนไป

 

 

โดยประเด็นหลักๆ คือ ร้องขอให้ศาล จัดเลือกตั้งใหม่ โดยพิมพ์บัตรเลือกตั้งให้ไม่สามารถ track กลับได้ และเผาทำลายบัตรเลือกตั้งเดิมที่ได้ลงคะแนนไว้แล้วเสียทั้งหมด ขอให้ระงับการประกาศรับรองผลเลือกตั้งไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา

 

 

 

ขณะที่ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋นบุรีรัมย์ ระบุว่า กรณีบัตรเลือกตั้งมีบาร์โค้ดที่สามารถระบุตัวตนผู้ลงคะแนน ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 และ พ.ร.ป.สส. มาตรา 96 ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ซึ่งเรื่องนี้ประเด็นนี้ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัยเอาไว้แล้ว เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องเป็นโมฆะเท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อย้อนกลับไปก็จะพบว่าบัตรเลือกสว.ก็ มีบาร์โค้ดเช่นเดียวกัน

 

 

 

ทางด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อดีตหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ประกาศเตรียมดำเนินคดีกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลัง กกต.แถลงยอมรับว่า ทั้งระบบบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง สามารถสแกนและตรวจสอบย้อนกลับ (Track) ไปถึงต้นขั้วเพื่อระบุตัวตนได้ว่าผู้ลงคะแนนคนใดเลือกพรรคการเมืองหรือผู้สมัครรายใด

 

 

ซึ่งพฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นการจงใจละเมิดหลักการพื้นฐานของการเลือกตั้งที่ต้องเป็นความลับอย่างร้ายแรง โดยคุณหญิงสุดารัตน์ชี้ให้เห็นว่าข้ออ้างของ กกต. ที่ระบุว่าได้แยกบัตรกับต้นขั้วออกจากกันและเก็บรักษาเป็นความลับนั้น ฟังไม่ขึ้นและไม่สามารถสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชนได้ ในเมื่อการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมาเต็มไปด้วยข้อพิรุธและการทุจริตที่ไม่สามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้

 

 

 

สำหรับการดำเนินคดีจะแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักเพื่อให้เกิดผลทางกฎหมายสูงสุด ส่วนแรกคือการเอาผิดตัวบุคคล โดยจะยื่นฟ้อง กกต. ต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ซึ่งมีโทษสถานหนักถึงขั้นจำคุก เนื่องจาก กกต. ทราบดีอยู่แล้วว่าการใส่รหัสที่สามารถระบุตัวตนลงในบัตรเลือกตั้งนั้น เป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายและรัฐธรรมนูญอย่างแจ้งชัด

 

 

ในส่วนที่สองเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับคะแนนเสียงของประชาชน จะมีการยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อชี้ให้เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตรา 96 ที่คุ้มครองสิทธิและความเป็นลับของการลงคะแนนของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

 

 

เพื่อนำไปสู่การสั่งให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ที่โปร่งใสและเป็นธรรมกว่าเดิม พร้อมกันนี้ได้ประกาศเชิญชวนประชาชนและภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ร่วมกันส่งข้อมูล หลักฐาน ภาพถ่าย หรือคลิปวิดีโอที่แสดงถึงความผิดปกติของการเลือกตั้งในครั้งนี้ มาที่เพจคุณหญิงสุดารัตน์ หรือเพจพรรคไทยสร้างไทย เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการดำเนินคดีและร่วมกันทวงคืนอำนาจอธิปไตยที่ถูกบิดเบือนไปกลับคืนมา

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews