ฝ่ายค้าน และ สว.ได้ยื่นคำร้องต่อประธานรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาแต่งตั้งคณะไต่สวนอิสระ ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.) กรณีมีมติยกคำร้องคดีซุกหุ้นของ”ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” อดีตรัฐมนตรีคมนาคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ที่ขัดแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
กลายเป็นประเด็นร้อนใหม่ที่น่าสนใจในทางการเมืองเป็นอย่างยิ่ง หลังจากพรรคส้มประดิษฐ์วาทกรรม “ระบอบสีน้ำเงิน” มาโจมตีรัฐบาลของ”นายกฯหนู” อนุทิน ชาญวีรกุล และพรรคภูมิใจไทย จนหลายฝ่ายออกมาดิ้น พร้อมกับโต้กลับ เบี่ยงประเด็นเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่พรรคส้มสลัดออกไม่หมด ก่อนจะมีประเด็นเขากระโดง ไทยช่วยไทยพลัส และบัตรคนจนเข้ามากลบ”ระบอบสีน้ำเงิน”ไประดับหนึ่ง
ย้อนกลับไปดูที่มาที่ไปของคดี ที่กลายเป็นมหากาพย์ ในข้อหา “ซุกหุ้น” โดยใช้ลูกจ้าง และคนใกล้ชิดเป็น “นอมินี” ถือหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น ปี 2565 “ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล” สส.พรรคก้าวไกล ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ เปิดโปงหลักฐานชี้ให้เห็นว่า “ศักดิ์สยาม”ยังคงเป็นเจ้าของตัวจริง โดยโอนหุ้นไปให้คนขับรถและลูกจ้าง แต่เงินปันผล และธุรกรรมทางการเงินต่างๆ ยังคงไหลกลับมาที่”ศักดิ์สยาม”
ต่อมา 7 กุมภาพันธ์ 2566 ส.ส.54 คน ยื่นเรื่องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้ส่งเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยสมาชิกภาพความเป็นรัฐมนตรี ของ”ศักดิ์สยาม” ว่าสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (5) ประกอบมาตรา 187 กรณีห้ามรัฐมนตรีถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน หรือ บริษัทจำกัด หรือไม่
มีนาคม 2566 ศาลรัฐธรรมนูญสั่ง “ศักดิ์สยาม”หยุดปฏิบัติหน้าที่ ด้วยมติเสียงข้างมาก เพื่อรอคำวินิจฉัย ก่อนที่ 17 มกราคม 2567 ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยชี้ขาดว่า การถือหุ้นดังกล่าวเป็น “นอมินี” และเป็นนิติกรรมอำพราง ถือเป็นการกระทำที่ขัดกันแห่งผลประโยชน์ ส่งผลให้”ศักดิ์สยาม” พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีทันที และต้องตัดสิทธิ์ทางการเมืองทันที
หลังศาลรัฐธรรมนูญมัคำวินิจฉัย “ธีรยุทธ สุวรรณเกษร” ทนายความของอดีตพุทธะอิสระ คนเดียวกับที่ยื่นยุบพรรคก้าวไกล ยื่นคำร้องต่อ กกต. ขอให้ตรวจสอบการรับเงินบริจาคของพรรคภูมิใจไทย จากห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญ คอนสตรัคชั่น ตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเหตุให้เข้าข่ายยุบพรรคภูมิใจไทย ซึ่งจนถึงวันนี้ กกต.ยังสอบสวนอยู่
นอกจาก สส.ฝ่ายค้าน จะยื่นประธานสภา ส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย”ศักดิ์สยาม”แล้ว เวลาไล่เลี่ยกัน ก็ยื่นต่อ ป.ป.ช.ด้วย แต่เวลาในการไต่สวน จนกว่าจะมีข้อสรุป ใช้เวลาเนิ่นนานหลายปี กระทั่งในเดือน เมษายน 2569 ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ ยกคำร้องคดีซุกหุ้น”ศักดิ์สยาม” ในส่วนของความผิดฐานฟอกเงินและกฎหมาย ป.ป.ช.ซึ่งสวนทางกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง
เอาเป็นว่า เมื่อ ฝ่ายค้าน และ สว.จับมือกัน ยื่นประธานรัฐสภา ตรวจสอบ ป.ป.ช กรณี ยกคำร้อง”ศักดิ์สยาม” ก็กลายเป็นว่า กลไกตรวจสอบย้อนกลับองค์กรอิสระเริ่มทำงานแล้ว และแรงสั่นสะเทือนจะพุ่งกลับไปหา ป.ป.ช.ซึ่งก่อนหน้านี้ เสียหลัก เสียรังวัด เพราะอดีตกรรมการ ป.ป.ช.2 คนถูกตัดสินจำคุก จากการปกปิดข้อมูล”นาฬิกาเพื่อน”มาหมาดๆ และมติยกคำร้อง”ศักดิ์สยาม” ก่อนหน้านี้ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก และมีการเชื่อมโยงว่าเป็นเพราะอำนาจของรัฐบาล และเครือข่ายสีน้ำเงิน เพราะองค์กรอิสระ มาจากการคัดเลือกของ สว. แต่ สว.เองก็ถูกโจมตีว่ามาจากสีน้ำเงิน คดี”ศักดิ์สยาม” จึงเป็นการเขย่าสีน้ำเงินอย่างชัดเจน
ต้องติดตามกันต่อไปว่าคดีมหากาพย์ “ศักดิ์สยาม” นี้ จะมีข้อสรุปอย่างไร เมื่อฝ่ายค้าน ใช้กลไกตามรัฐธรรมนูญ ให้ศาลฏีกา ตรวจสอบ ป.ป.ช. ซึ่งคดีนี้ อาจเป็นบรรทัดฐานในการตรวจสอบ และปฏิรูปองค์กรอิสระ ในอนาคต ให้อิสระจริงๆ และทำหน้าที่อย่างตรงไปตรง ไม่อยู่ภายใต้ หรือถูกครอบงำแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews