กรุงเทพมหานคร มหานครที่ไม่เคยมีใครผูกขาดคำตอบทางการเมืองได้อย่างเบ็ดเสร็จ หากย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์การเลือกตั้งเสาชิงช้า คนกรุงเคยฝากความหวังไว้กับตัวแทนจากพรรคการเมืองใหญ่หลายยุค ไม่ว่าจะเป็น “ธรรมนูญ เทียนเงิน” หรือ “อภิรักษ์ โกษะโยธิน” และ “ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร” จากค่ายประชาธิปัตย์ รวมถึง “สมัคร สุนทรเวช” จากค่ายประชากรไทย
แต่ในขณะเดียวกัน ปรากฏการณ์ “เทใจให้ผู้สมัครอิสระ” ก็มีให้เห็นเป็นระยะ ตั้งแต่ยุค “พล.ต.จำลอง ศรีเมือง” ในนามกลุ่มพลังธรรมยุคแรก, “ร.อ.กฤษฎา อรุณวงษ์ ณ อยุธยา”, “นายพิจิตต รัตตกุล” กลุ่มมดงาน จนกระทั่งมาถึงปรากรการณ์แลนด์สไลด์ถล่มทลาย 1.38 ล้านเสียงของ “ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ในนามอิสระเมื่อปี 2565 อะไรคือปัจจัยและคำตอบที่ซ่อนอยู่หลังคูหา? ที่ทำให้วันนี้คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่หันหลังให้ “แบรนด์พรรคการเมือง” ในการบริหารท้องถิ่น
คำตอบถูกสะท้อนผ่านผลสำรวจของศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” ล่าสุด ระหว่างวันที่ 25-26 พฤษภาคม 2569 ครอบคลุมผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้ง 50 เขต ตัวเลขที่ออกมาสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่
เมื่อกลุ่มตัวอย่างสูงถึง ร้อยละ 64.96 ระบุอย่างชัดเจนว่า จะเลือกผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนาม “อิสระที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองและไม่มีพรรคการเมืองหนุนหลัง” ขณะที่ผู้เลือกผู้สมัครที่สังกัดพรรคการเมืองตรงๆ เหลืออยู่เพียงร้อยละ 16.88 และผู้สมัครอิสระแต่แอบมีพรรคหนุนหลังอยู่ที่ร้อยละ 12.82
สะท้อนให้เห็นว่า ในมุมมองของคนกรุง ยุคสมัยของการพึ่งพาบารมีโลโก้พรรคการเมืองระดับชาติมาคุมกลไกท้องถิ่น อาจกำลังจะหมดเวลาลงแล้ว
ไม่ใช่แค่เก้าอี้ผู้ว่าฯ เท่านั้น แต่ลามไปถึงเก้าอี้ ส.ก. ซึ่งเป็นฝ่ายตรวจสอบและอนุมัติงบประมาณ โดยผลสำรวจระบุว่า คนกรุงต้องการ ส.ก. อิสระถึง ร้อยละ 48.47 เหนือกว่า ส.ก. สังกัดพรรคการเมือง ที่ได้ไปร้อยละ 33.21
ที่น่าสนใจไปกว่านั้น คือผลโพลที่ระบุว่า ประชาชนถึง ร้อยละ 53.97 ตั้งใจจะเลือกผู้ว่าฯ และ ส.ก. “จากพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมืองที่แตกต่างกัน” มีเพียงร้อยละ 36.80 เท่านั้นที่จะเลือกแบบเหมายกเข่งพรรคเดียวกัน ยืนยันถึงพฤติกรรมการลงคะแนนแบบ “แยกแยะ” (Split-ticket voting) คนเมืองต้องการกลไกตรวจสอบและถ่วงดุลที่แท้จริง ไม่ต้องการให้สภาเมืองหลวงกลายเป็นสภาตรายางของขั้วอำนาจใดอำนาจหนึ่ง
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้สมัครอิสระได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัดในศึกเสาชิงช้าปี 2569 นี้ เกิดจากความเบื่อหน่ายของคนเมืองหลวงต่อ “เกมการเมืองเชิงขั้ว” ระดับประเทศ คนกรุงตระหนักดีว่าปัญหาทางเท้า น้ำท่วม ขยะ หรือฝุ่น PM 2.5 ไม่ใช่เรื่องของอุดมการณ์ซ้ายหรือขวา แต่ต้องการ “ผู้จัดการเมือง” ที่คล่องตัว ประสานงานกับรัฐบาลได้ทุกขั้ว และไม่มีภาระในการแบกรับผลประโยชน์ของพรรคการเมืองใหญ่ข้างหลัง
วันที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ ปรากฏการณ์ร้อยละ 64.96 ของนิด้าโพล จะแปรเปลี่ยนเป็นคะแนนดิบในคูหาจริงได้มากน้อยแค่ไหน และผู้สมัครในนามพรรคการเมืองจะสามารถทลายกำแพงอคตินี้ได้หรือไม่? คนกรุงเทพมหานครจะเป็นผู้เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยมือของพวกเขาเอง
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews