ภายหลังจากที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงสมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.สมัยที่ 2 และจับฉลากได้เลข 9 จากนั้น นายชัชชาติ ได้ลงพื้นที่หาเสียง ทันที
โดยลงพื้นที่หาเสียงชุมชนคลองเตย เริ่มที่ มูลนิธิดวงประทีป จากนั้นเดินทาง ไปยังสถานีสามย่าน ก่อนเปลี่ยนมาปั่นจักรยาน Bike Sharing มุ่งหน้าสู่สเตเดียม วัน ย่านบรรทัดทอง
ตลอดเส้นทางมีประชาชน พ่อค้าแม่ค้า และวัยรุ่นในพื้นที่ เข้ามาทักทาย ขอถ่ายภาพ และให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง พร้อมสะท้อนปัญหาการใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ ฝากให้ช่วยแก้ไข
จากนั้น นายชัชชาติ ขึ้นเวทีปราศรัยเปิดนโยบายครั้งแรก โดยระบุว่า การเปิดนโยบายเป็นเรื่องสำคัญ เป็นแผนที่จะทำไปอีก4ปีข้างหน้า ซึ่งการเลือกตั้งแพ้ชนะไม่สำคัญ แต่ต้องมีนโยบายที่ชัดเจนเพราะไม่มีเวลาอีกแล้ว เนื่องจากทุกเวลามีความหมาย เพราะไม่ใช่แค่ประเทศไทยหรือกรุงเทพ แต่เป็นโลก ดังนั้นต้องเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด
ตลอด 4 ปี ที่ผ่านมาอาจจะมีคนผิดหวังบ้าง แต่ก็คิดว่าคนส่วนใหญ่จะอนุญาตให้เราได้ทำงานต่อไป ซึ่งถือว่าเป็น 4 ปีที่ผ่านไปเร็วเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เพราะเป็นช่วงเวลาที่เราสนุกทำงานมีความสุขเลยทำให้เวลาผ่านไปเร็ว
นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงประเด็นเคลียร์ใจกรณีที่มีคำถามว่า 4 ปีที่ผ่านมาทำอะไรมาบ้างไม่ทำเส้นเลือดใหญ่ ทำแต่เส้นเลือดฝอย ว่า การทำงานควรเป็นไปทั้งระบบ และที่ผ่านมาเราอาจจะมีการละเลยเรื่องเส้นเลือดฝอย
เราจึงต้องไปทำเส้นเลือดฝอย ทั้งเรื่องโรงพยาบาล การทำอุโมงระบายน้ำ ทราฟฟี่ฟองดูร์ที่แก้ปัญหาไปแล้ว 106,000 เรื่อง จาก 1.3 แสนเรื่อง แก้น้ำท่วม ปลูกต้นไม้ไปแล้ว 2.6 ล้านต้น จากเป้าที่ตั้งไว้ 1 ล้านต้น
นายชัชชาติ ระบุว่า ที่ผ่านมาเราก็ทำเรื่องใหญ่คือใช้หนี้บีทีเอสไปกว่า 7 หมื่นล้านบาท ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ แม้ใจเราก็ไม่อยากจ่ายเพราะเป็นสัญญาที่เสียเปรียบเยอะแต่เมื่อศาลสั่งก็ต้องจ่ายและจบไป ซึ่งเรื่องนี้จึงไม่ต่างจากเมกะโปรเจคเช่นกัน
ทั้งนี้ นายชัชชาติ ยืนยันว่า ”ตนเองเป็นผู้สมัครอิสระ ไม่มี สก. ไม่สังกัดพรรค แต่พร้อมทำงานกับ สก.ทุกคนที่ประชาชนเลือกมา และ อยากให้ สก.ทุกท่านพร้อมทำงานกับผู้ว่าทุกคน เอาประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง“
สำหรับนโยบายในปีนี้เสนอ 251 โดยแผนทำงานมีเมกกะโปรเจกที่จะเป็นแลนด์มาร์ค คือสะพานคนเดินข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา , พิพิธภัณฑ์เมืองของกรุงเทพ ,เปลี่ยนลานคนเมืองเป็นพื้นที่สาธารณะ , ทำศูนย์คนเมืองฝั่งธน หอศิลป์พิพิธภัณฑ์และพื้นที่สาธารณะดึงดูดการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ และยังมีโครงการตรวจสุขภาพฟรีถ้วนหน้าให้คนกรุงเทพมหานครตรวจสุขภาพฟรีได้หมด ส่วนปัญหายาเสพติดจะมีการสกรีนทุกชุมชนให้เป็นชุมชนสีขาว
ส่วนเรื่องสำคัญคือบัตรทอง จะเพิ่มความสามารถในการรับบัตรทองเป็น 1.3 ล้านคน เพิ่มเตียงรองรับผู้ป่วย โรงพยาบาลในกทม. จะต้องรอคิวไม่เกิน 1 ชั่วโมง ในกรณีนัดล่วงหน้า พร้อมทั้งยังมีเครือข่ายดูแลสุขภาพจิตคนเมือง กิจกรรมฮีลใจในส่วน
ขณะที่นโนบายด้านการศึกษาเด็กจะต้องเข้าทันดิจิทัลโดยให้เด็กม.4-ม.6ทุกคนมีแลปทอปใช้เรียนออนไลน์ได้ และเด็กทุกคนจะต้องได้สิทเรียนฟรี ส่วนครูก็ลดภาระงานที่ไม่จำเป็นทำให้ครูมีเวลาอยู่กับเด็กได้
นายชัชชาติ เปิดเผยนโยบายพัฒนาเมืองในหลายด้าน โดยระบุว่า ได้ยกเลิกโครงการเวนคืนถนนเก่ากว่า 52 เส้นทาง ที่ประชาชนกังวลมายาวนาน เพื่อสร้างความสบายใจให้กับประชาชนในหลายพื้นที่ อาทิ ซอยอารีย์ และสุขุมวิท
นอกจากนี้ยังเดินหน้าปรับปรุงระบบจัดการขยะ โดยยืนยันว่าจะไม่ต่อสัญญาโรงงานที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นเหม็น และภายในปี 2569-2570 จะพัฒนาพื้นที่กว่า 200 ไร่ ให้เป็นสวนป่าและต้นแบบการคัดแยก-รีไซเคิลขยะในรูปแบบ “Bangkok Green Eco Park” รวมถึงเพิ่มจุดรับซื้อขยะและศูนย์จัดเก็บขยะในชุมชน
ส่วนมาตรการด้านความปลอดภัย กรุงเทพมหานครเตรียมเพิ่มไฟส่องสว่าง LED อีก 100,000 ดวง และเพิ่มกล้อง CCTV เป็น 100,000 ตัว รวมถึงเชื่อมต่อกล้องจากภาคเอกชนเข้าสู่ระบบรวมกว่า 300,000 ตัว เพื่อเสริมความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะ ขณะที่เจ้าหน้าที่เทศกิจจะได้รับการพัฒนาทักษะและใช้เทคโนโลยีช่วยดูแลความปลอดภัยให้ประชาชนมากขึ้น
ทั้งนี้ นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงผลสำรวจความคิดเห็นของสวนดุสิตโพล ที่พบว่าประชาชนกว่า 78% เชื่อว่ากรุงเทพมหานครจะดีขึ้นหลังการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยนายชัชชาติ มองว่าเป็นการสะท้อนถึง “ความหวัง” ของประชาชนที่มีต่อเมืองและระบอบประชาธิปไตย พร้อมย้ำว่าหน้าที่สำคัญไม่ใช่แค่การพัฒนาเมือง แต่ต้องสร้างความเชื่อมั่นว่าประชาธิปไตยสามารถแก้ปัญหาและสร้างโอกาสให้ประชาชนได้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews