กรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ทำหนังสือถึงสภาผู้แทนราษฏร เพื่อขออนุญาตนำตัว “ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว”ส.ส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปสอบสวนคดีฟอกเงินเครือข่ายพนันออนไลน์ ในระหว่างสมัยประชุม ส่วนใครจะมองว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดาทั่วไปก็ได้ หรือจะมองเป็นเรื่องกลเกมการเมืองก็สามารถตีความได้หมด
“ชนนพัฒฐ์”มีเอกสิทธิ์ และความคุ้มกันของ สส.ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 125 ที่คุ้มครอง จากการถูกฟ้องร้องในสิ่งที่พูด หรือลงมติในสภา รวมถึงคุ้มกันจากการถูกจับกุม หรือคุมขังในระหว่างสมัยประชุม เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ตัวแทนปวงชนได้อย่างอิสระ และปราศจากการแทรกแซง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากสภา ดังนั้น สถาต้องตัดสินใจร่วมกัน จะมีมติส่งตัว หรือ ไม่ส่งตัวไปดำเนินคดี ซึ่งการตัดสิมนใจครั้งนี้ จะเป็นบรรทัดฐานสำหรับเคสต่อๆไปในอนาคต ทั้งนี้เอกสิทธิ์คุ้มครอง สส.ในสมัยประชุมรัฐสภา มีข้อยกเว้น 2 ประการ คือ 1 .กรณีที่ได้รับอนุญาตจากสภาที่ผู้นั้นเป็นสมาชิก และ 2.กรณีที่เป็นการจับในขณะกระทำความผิด
เดิมทีคดีนี้ เริ่มต้นตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569 ดีเอสไอ มีมติรับคดีฟอกเงินเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ คดีพิเศษที่ 150/2568 หลังจากขยายผล พบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงถึง “ชนนพัฒฐ์” และผู้ต้องหาอื่นๆ รวม 27 ราย ต่อมา 6 มี.ค. 2569 ดีเอสไอออกหมายเรียก “ชนนพัฒฐ์” เข้ารับทราบข้อกล่าวหา แต่ไม่สามารถควบคุมตัวได้ เพราะ “ชนนพัฒน์”ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม และเข้ารายงานตัวต่อสภาแล้ว และกำลังจะเปิดสมัยประชุม ซึ่ง “ชนนพัฒฐ์” เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเองเมื่อ 12 มี.ค.2569 ดีเอสไอ ไม่อนุญาตประกันตัวในชั้นสอบสวน จึงนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา 13 มี.ค.2569 และมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว คดีจึงค้างคา และต้องขอตัวต่อสภามาสอบปากคำเพิ่มเติม
เมื่อเร็วนี้ สภาเคยมีมติ “ไม่ส่งตัว”ให้ดำเนินคดี คือ กรณีของ อดีต สว.อุปกิต ปาจรียางกูร ในปี 2566 ซึ่งประชุมวุฒิสภาในขณะนั้น มีมติ 174 ต่อ 7 เสียง ไม่อนุญาตให้พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกตัวสมาชิกวุฒิสภาไปทำการสอบสวนในฐานะผู้ต้องหาในคดีอาญาระหว่างสมัยประชุม
สำหรับ “ชนพัฒฐ์”แสดงท่าทีผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ก่อนหน้านี้ ว่า หน่วยราชการต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นของรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่สภาผู้แทนราษฎรกำลังเปิดสมัยประชุม การขอมติจากสภาฯ จึงเป็นสิ่งที่ต้องกระทำ เพื่อให้สอดคล้องกับหลักนิติรัฐ และป้องกันข้อบกพร่องในกระบวนการทางกฎหมาย ถือว่ากระบวนการในครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง ผ่านกระบวนการยุติธรรมอย่างตรงไปตรงมา และพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
โดยก่อนที่ จะการพิจารณาของสภาว่าจะส่งตัว “สส.ชนนพัฒฐ์”ให้ ดีเอสไอ ตามคำขอหรือไม่นั้น เพื่อ สส.แต่ละพรรค ต่างมีท่าทีและมติ ที่แตกต่างกันออกไป โดย พรรคภูมิใจไทย แกนนำรัฐบาล ประกาศมติว่า ไม่โหวตส่งตัว เพราะยึดตามหลัการที่มีอยู่ บอกถ้าจะไปได้เลยไม่ต้องเป็นภาระสภาฯ ลงคะแนนล ส่วนพรรคกล้าธรรม ต้นสังกัดของ”ชนนพัฒฐ์” ระบุ พรรคจะพิจารณาบนพื้นฐานของเจตนารมณ์ของกฎหมาย และแนวปฏิบัติที่สภาฯ เคยทำมาในอดีต ส่วนพรรคประชาชน มีมติชัดเจน พร้อมโหวต ส่งตัวให้ดีเอสไอดำเนินคดี ขณะ พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมให้ “ชนนพัฒฐ์” ชี้แจงสภาก่อนในประเด็นทุนเทา-เว็บพนัน ก่อนตัดสินใจในการโหวต**
ดังนั้น กรณี “สส.ชนนพัฒฐ์” จึงกลายเป็นประเด็นร้อน ที่ต้องติดตามว่า ผู้ทรงเกียรติในสภา จะเลือกที่จะยึดหลักการที่เคยปฏิบัติกันมา หรือจะสร้างบรรทัดฐานใหม่ เพื่อเป็นการคงความศักดิ์สิทธิ์ของกฏหมาย และกระบวนการยุติธรรม
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews