ฟุตบอลโลก VS การเมืองไทย อดดูของฟรี!

Hot Clips Video
ฟุตบอลโลก กับการเมืองไทย มักเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงผูกพันธ์กันจนแยกไม่ออก โดยสะท้อนผ่านนโยบายประชานิยม การใช้งบประมาณแผ่นดินเพื่อซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด และการสร้างความนิยมในหมู่ประชาชน ในช่วงเวลาที่ทัวร์นาเมนต์ระดับโลกกำลังจะเริ่มต้นขึ้น และในศึกเวิลด์คัพ 2026 นี้ก็เช่นกัน รัฐบาลกระโดดลงมาเล่นกับความรู้สึกของประชาชนแล้ว ให้ความหวังว่าจะได้ดูฟรี อีกครั้ง

 

โดยวันที่ 5 พ.ค. นายกฯอนุทิน ชาญวีรกุล ยืนยันหนักแน่นว่า คนไทยจะได้ดูฟรีฟุตบอลโลกแน่นอน พร้อมย้ำว่า ทุกรัฐบาลก็ทำให้คนไทยได้ดู รัฐบาลนี้จะมีข้อยกเว้นได้อย่างไร และมีข้อสั่งการไปยังกรมประชาสัมพันธ์ และ กสทช. ในการดำเนินการ ทำให้เห็นภาพสโลแกนของพรรคภูมิใจไทย “พูดแล้วทำพลัส” ได้ค่อนข้างชัดเจน ต่อมาวันที่ 18 พ.ค. “นายกฯหนู” ยังอัพเดทว่า จะพยายามให้ดีที่สุด หาช่องทางซื้อลิขสิทธิ์ให้ได้ ก่อนย้ำทิ้งท้ายว่า ไม่ได้ใช้เงินแผ่นดินรัฐบาลเป็นเพียงผู้ประสานงานเท่านั้น

 

ระหว่างนั้น มีดราม่ามากมาย เกี่ยวกับปัญหาการซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก หรือกีฬาสำคัญ ที่เกิดขึ้นแบบซ้ำซาก รวมถึงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเมื่อต้องใช้งบประมาณจำนวนมหาศาลจากรัฐบาล หรือกองทุนภาครัฐมาอุดหนุน ซึ่งบางคนมองว่ารัฐบาลไม่จำเป็นต้องใช้เงินมากมายขนาดนั้น เพื่อเอาใจคนแค่บางกลุ่ม แต่บางคนก็มองว่าจะเป็นผลดี ต่อการสร้างแรงบันดาลใจ พัฒนาวงการฟุตอบล รวมถึงยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ซึ่งจากเสียงสะท้อน ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียรัฐบาลจำเป็นต้องชั่งน้ำหนัก

 

กระทั่งก่อนประชุมครม.ครั้งล่าสุด ความหวังของคนไทยส่วนหนึ่งที่ชอบของฟรี ก็มอดดับลง คนไทยไม่ได้ดูของฟรี สำหรับศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่จะเริ่มฟาดแข้งกันในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ จากคำยืนยันของ “รัฐมนตรีศุภมาส อิศรภักดี”ที่ระบุ รัฐบาลอาจพับแผนซื้อลิขสิทธิ์ เพราะราคาแพง ไม่เป็นธรรม เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ รวมถึงอาจไม่คุ้มค่าการลงทุน อีกทั้งหากซื้อ คงตอบหรืออธิบายกับประชาชนไม่ได้

 

ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่ฟีฟ่าเสนอขายให้กับไทย มีมูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าลิขสิทธิ์ 1,300 ล้านบาท ภาษีประมาณ 300 ล้านบาท และค่าดำเนินการ 100 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับจีน
ที่ต่อรองราคาเหลือเพียง 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ประมาณ 1,900 ล้านบาท ขณะที่จีนมีประชากรประมาณ 1,400 ล้านคน ลิขสิทธิ์ที่ไทยต้องจ่ายครั้งนี้จึงสูงกว่าจีน

 

“ศิริกัญญา ตันสกุล” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน ออกตัวหนุนรัฐบาลเต็มที่ ในการยกเลิกซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก โดยมองว่า ไม่คุ่มค่าเช่นกัน และแนะนำให้รัฐบาลเก็บเงินไว้ทำอย่างอื่น
ในการช่วยเหลือประชาชนดีกว่า

 

ขณะคนในวงการฟุตบอลอย่าง “ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน” อดีตเฮดโค้ชทีมชาติไทย,อดีต สว. และปัจจุบันเป็นอุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย มองว่า รัฐบาลมีวิสัยทัศน์ที่ดี มีวัตถุประสงค์ที่ดีมากๆ
ในการพยายามให้คนไทยได้ชมฟุตบอลโลก ส่วนงบประมาณ 1,700 ล้านบาท นั้นค่อนข้างสูง แต่อย่าเพิ่งมองว่า คุ้ม หรือไม่คุ้ม แต่ก็เข้าใจได้ หากรัฐบาล จำเป็นต้องยกเลิกแผนการซื้อลิขสิทธิ์ เพราะสถานการณ์
ของประเทศ มีวิกฤตหลายๆอย่าง

 

สำหรับโอกาสที่คนไทยจะได้ดูฟรี ยังไม่หมดเสียทีเดียว เพียงแต่ยังไม่มีภาคเอกชนรายไหน เสนอตัวต้องการลงขันซื้อลิขสิทธิ์เหมือน 4 ปีก่อน ทั้งที่กฏมัสแฮฟ ของ กสทช.ได้ถูกยกเลิกไปแล้ว โดยปัจจัยสำคัญ
ที่ยังไม่มีใครกล้าซื้อลิขสิทธิ์ คือช่วงเวลาการแข่งขันและถ่ายทอดสด ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในช่วงดึก และช่วงเช้าของไทย ซึ่งทำการตลาดได้ยากกว่าปกติ

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่