โศกนาฏกรรมซ้ำซาก กับบททดสอบ 4 รัฐบาลไทย

Hot Clips Video

 

นับตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปี 2569 ประเทศไทยต้องเผชิญกับเหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่หลายต่อหลายครั้ง ทั้งเหตุกราดยิง อุบัติภัยจากความบกพร่องด้านความปลอดภัย ภัยธรรมชาติ รวมถึงเหตุปะทะชายแดน ซึ่งแต่ละเหตุการณ์ไม่เพียงสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังกลายเป็น “บททดสอบสำคัญ” ของรัฐบาลในแต่ละยุคสมัย

 

 

เริ่มต้นในรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ต้องเผชิญเหตุสะเทือนขวัญหลายครั้ง โดยเฉพาะเหตุ “กราดยิงโคราช” เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2563 เมื่อทหารใช้อาวุธสงครามบุกกราดยิงประชาชนภายในห้างสรรพสินค้าเทอร์มินอล 21 จังหวัดนครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตถึง 30 ราย และบาดเจ็บอีกจำนวนมาก เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วประเทศ และเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามต่อมาตรการควบคุมอาวุธและระบบความมั่นคงภายใน

ต่อมา ในเดือนตุลาคม ปี 2565 ประเทศไทยต้องเผชิญหนึ่งในเหตุสะเทือนใจที่สุดในประวัติศาสตร์ เมื่ออดีตตำรวจบุกใช้อาวุธปืนและมีดก่อเหตุสังหารหมู่ภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จังหวัดหนองบัวลำภู คร่าชีวิตเด็กเล็ก ครู และประชาชนรวม 36 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็กถึง 24 คน ภาพความสูญเสียที่เกิดขึ้น กลายเป็นข่าวใหญ่ระดับโลก และทำให้สังคมหันกลับมาตั้งคำถามถึงปัญหาสุขภาพจิต ยาเสพติด และการเข้าถึงอาวุธของผู้ก่อเหตุ

ในปีเดียวกัน ยังเกิดเหตุเรือหลวงสุโขทัยอับปางกลางอ่าวไทย ระหว่างเผชิญคลื่นลมแรง ทำให้กำลังพลกองทัพเรือเสียชีวิตและสูญหายรวมเกือบ 30 นาย ขณะเดียวกัน เหตุไฟไหม้ผับ “Mountain B” ที่จังหวัดชลบุรี ก็กลายเป็นอีกบาดแผลสำคัญ เมื่อโครงสร้างอาคารไม่ได้มาตรฐาน และมีการล็อกประตูหนีไฟ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 23 ราย

จากนั้น เดือนกรกฎาคม ปี 2566 เกิดเหตุโกดังพลุระเบิดกลางตลาดมูโนะ จังหวัดนราธิวาส แรงระเบิดทำลายบ้านเรือนเสียหายกว่า 200 หลัง มีผู้เสียชีวิต 12 ราย และบาดเจ็บอีกนับร้อยคน เหตุการณ์นี้สะท้อนปัญหาการลักลอบเก็บวัตถุอันตรายในชุมชน และการบังคับใช้กฎหมายที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนัก

ต่อมา ในยุครัฐบาลของนายเศรษฐา ทวีสิน ประเทศไทยยังต้องเผชิญเหตุความรุนแรงและอุบัติภัยต่อเนื่อง โดยเฉพาะเหตุกราดยิงภายในห้างสยามพารากอน ใจกลางกรุงเทพมหานคร เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2566 ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนอายุเพียง 14 ปี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยและภาคการท่องเที่ยวของประเทศอย่างหนัก

ต้นปี 2567 ยังเกิดเหตุโรงงานพลุระเบิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี คร่าชีวิตคนงานและเจ้าของโรงงานรวม 23 ราย ขณะที่เหตุสารเคมีฟอสฟีนรั่วไหลในประเทศลาว ก็ส่งผลกระทบต่อแรงงานไทยจำนวนมาก สะท้อนความเปราะบางด้านความปลอดภัยของภาคอุตสาหกรรมในภูมิภาค

ขณะที่รัฐบาลของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ต้องเผชิญทั้งภัยธรรมชาติและโศกนาฏกรรมที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน เริ่มจากมหาอุทกภัยและดินโคลนถล่มภาคเหนือในเดือนกันยายน ปี 2567 หลังพายุฝนถล่มจังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่อย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และถือเป็นหนึ่งในภัยพิบัติร้ายแรงที่สุดของภาคเหนือในรอบหลายสิบปี

ก่อนที่ในเดือนตุลาคมปีเดียวกัน จะเกิดเหตุไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาของนักเรียนจากจังหวัดอุทัยธานี บนถนนวิภาวดีรังสิต สาเหตุจากระบบแก๊สรั่วและประตูล็อก ทำให้ครูและนักเรียนเสียชีวิตรวม 23 ราย ภาพเปลวเพลิงที่ลุกไหม้รถบัสพร้อมเสียงร้องขอความช่วยเหลือ กลายเป็นเหตุสะเทือนใจที่คนไทยทั้งประเทศไม่มีวันลืม

ต่อมา ในปี 2568 ยังเกิดเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้ทหารและประชาชนเสียชีวิตหลายสิบราย สถานการณ์ดังกล่าวตอกย้ำความเปราะบางด้านความมั่นคงในพื้นที่ชายแดน

และภายใต้รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ประเทศไทยยังต้องเผชิญบททดสอบครั้งใหญ่ ทั้งมหาอุทกภัยที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งถูกระบุว่าเป็นน้ำท่วมรุนแรงที่สุดในรอบ 300 ปี มีผู้เสียชีวิตมากถึง 145 ราย และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล

รวมถึงเหตุสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา รอบที่ 2 ที่ยืดเยื้อนานถึง 20 วัน ตั้งแต่ 8-28 ธันวาคม 2568 ทำให้กำลังพลเสียชีวิตอีก 27 นาย

และล่าสุด เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2569 เกิดเหตุโศกนาฏกรรมรถไฟชนรถเมล์กลางกรุงเทพมหานคร บริเวณจุดตัดทางรถไฟอโศก-ดินแดง ใกล้สถานีแอร์พอร์ตเรลลิงก์มักกะสัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 8 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า30ราย เบื้องต้นพบว่าเกิดจากรถติดสะสมทับทางรถไฟ จนระบบไม้กั้นไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ก่อนรถไฟขนส่งสินค้าจะพุ่งชนรถเมล์อย่างรุนแรงจนเกิดเพลิงลุกไหม้ทั้งคัน

ซึ่งจะเห็นได้ว่า ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในแต่ละรัฐบาล อาจมีสาเหตุแตกต่างกัน ทั้งจากความรุนแรง ความบกพร่องด้านความปลอดภัย หรือภัยธรรมชาติ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือ ทุกเหตุการณ์ล้วนทิ้งคำถามสำคัญต่อภาครัฐ ว่า ประเทศไทยได้เรียนรู้อะไรจากความสูญเสียที่ผ่านมา และจะป้องกันไม่ให้โศกนาฏกรรมซ้ำรอยเกิดขึ้นอีกได้อย่างไร เพราะทุกครั้งที่เกิดความสูญเสีย ผู้คนต่างได้แต่หวังว่า นั่นจะเป็น “บทเรียนครั้งสุดท้าย” ของสังคมไทย…

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่