ย้อนไปในยุครัฐบาลพรรคเพื่อไทย ที่มีน.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี พยายามขอคืนเก้าอี้กระทรวงมหาดไทย จากนายอนุทิน ชาญวีรกูล จนเกิดชนวนรอยร้าวระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล และนำไปสู่การถอนตัวของพรรคภูมิใจไทย ล่าสุด “วิบากกรรม” ทางการเมือง กำลังย้อนกลับมาสั่นคลอน นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม หรือ ก.พ.ค. วินิจฉัยว่า การโยกย้าย 2 อธิบดีมหาดไทย ในปี 2568 เป็นการใช้ดุลพินิจที่ “ไม่ชอบด้วยกฎหมาย” และไม่เป็นไปตามระบบคุณธรรม
ซึ่งจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นหลังการปรับ ครม.ครั้งใหญ่ พรรคเพื่อไทย ส่งนายภูมิธรรม เวชยชัย เข้ามานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หวังจัดทัพข้าราชการใหม่ โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนข้าราชการระดับสูง ที่ถูกมองว่าเป็นสายตรงของพรรคภูมิใจไทย
เพียงสัปดาห์แรกของการทำงาน ก็มีคำสั่งโยกย้ายสำคัญ ทั้งนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง ก่อนจะมีการปรับย้ายอีกหลายตำแหน่ง เหลือเพียงนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่ยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม
แต่เมื่ออำนาจทางการเมืองเปลี่ยนขั้ว และนายอนุทิน กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็มีการ “คืนตำแหน่ง” ให้ข้าราชการบางส่วน โดยให้เหตุผลเพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับข้าราชการที่ถูกย้าย พร้อมตั้งคณะกรรมการ ก.พ.ค. ขึ้น ตรวจสอบกระบวนการโยกย้ายในยุคก่อนหน้า
ล่าสุด ก.พ.ค. มีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 1 วินิจฉัยว่า การโยกย้ายอธิบดีทั้ง 2 คน ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงนั้น แม้ผู้มีอำนาจจะสามารถดำเนินการได้ตามกฎหมาย แต่การใช้ดุลพินิจดังกล่าว ไม่เป็นไปตามหลักคุณธรรม และขาดเหตุผลด้านความจำเป็นของราชการ
ก.พ.ค. ยังระบุว่า หลังนายภูมิธรรม เข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 และมอบนโยบายต่อผู้บริหารในวันที่ 4 กรกฎาคม ผ่านไปเพียง 4 วัน ก็มีการเสนอชื่อโยกย้ายอธิบดีทั้ง 2 คนทันที จึงถือว่าเป็นการดำเนินการอย่างเร่งรีบ จนไม่มีเวลาให้นำนโยบายไปปฏิบัติ หรือพิสูจน์ผลงาน
แม้ตำแหน่งใหม่จะมีระดับและเงินเดือนเท่าเดิม แต่ ก.พ.ค. เห็นว่า อำนาจหน้าที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เพราะตำแหน่งผู้ตรวจราชการ ไม่มีอำนาจบริหารหรือสั่งการโดยตรง ต่างจากอธิบดีที่ถือเป็นผู้บริหารสูงสุดของกรม จึงอาจตีความได้ว่า เป็นการลดบทบาท ลดอำนาจ และกระทบต่อเกียรติยศชื่อเสียงของผู้ถูกโยกย้าย
อย่างไรก็ตาม ก.พ.ค. มีมติให้จำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ เนื่องจากต่อมานายนฤชา ได้รับการแต่งตั้งกลับมาเป็นอธิบดีกรมการปกครอง ส่วน นายไชยวัฒน์ ได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว จึงเห็นว่าการเพิกถอนคำสั่งเดิม อาจไม่เกิดประโยชน์ต่อทางราชการ
แต่เรื่องนี้ยังไม่จบง่าย ๆ เพราะหลังคำวินิจฉัยออกมา นายไชยวัฒน์ ประกาศเดินหน้าปรึกษาทีมกฎหมาย เพื่อดำเนินการเรียกร้องความเป็นธรรม และปกป้องชื่อเสียงของตนเอง พร้อมยอมรับว่า อาจหารือร่วมกับนายนฤชา เนื่องจากทั้งคู่ถูกโยกย้ายด้วยคำสั่งเดียวกัน
คำวินิจฉัยของ ก.พ.ค. ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงปัญหาการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการธรรมดา แต่สะท้อนภาพการเมืองที่แทรกตัวอยู่ในระบบราชการอย่างชัดเจน และอาจกลายเป็น “เช็กบิลทางการเมือง” ที่ย้อนกลับมาสร้างแรงกดดันต่อนายภูมิธรรม ในวันที่อำนาจเปลี่ยนมือไปแล้ว เพราะในเกมอำนาจของกระทรวงมหาดไทย ทุกการโยกย้าย ไม่ได้มีเพียงเรื่องตำแหน่ง แต่ยังหมายถึงอิทธิพล เครือข่าย และฐานกำลังสำคัญทางการเมือง ก่อนการเลือกตั้งครั้งต่อไปด้วย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news