Home
|
ข่าว

พิษโควิด!10ชาติโหวตยกเลิก“ซีเกมส์”ปลายปีนี้

Featured Image
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการกกท. เผย 10 ชาติลงมติยกเลิกแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่เวียดนาม เนื่องจากพิษโควิด-19

ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. เปิดเผยถึงการเตรียมนักกีฬาชุดซีเกมส์ ที่ประเทศเวียดนาม ภายหลังจากการประชุมมนตรีซีเกมส์ ผ่านการประชุมทางไกล

โดยมีมติลงมติด้วยคะแนนเสียง 10 ชาติ ให้ยกเลิกการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ที่เวียดนามจะเป็นเจ้าภาพในปลายปี 2564 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในภูมิภาคนี้ รุนแรงมากขึ้น

ผลการประชุมดังกล่าวส่งผลกระทบต่อแผนการเก็บตัวนักกีฬาทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ของประเทศไทย ซึ่งเดิม กกท. ได้มีแผนการเก็บตัวฝึกซ้อมนักกีฬาทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ โดยมีจำนวนนักกีฬาประมาณ 1,348 คน และได้เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

ส่วนใหญ่เป็นการเก็บตัวฝึกซ้อมแบบ Train at home เป็นไปตามมาตรการของ ศบค. โดย กกท. ได้มอบหมายให้ฝ่ายพัฒนากีฬาดำเนินการรายละเอียดในส่วนอื่นๆ ต่อไป

สำหรับการเตรียมการเก็บตัวฝึกซ้อมนักกีฬาทีมชาติไทยชุด อินดอร์มาร์ลเชียลอาร์ทเกมส์ ครั้งที่ 6 ที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันเดือนมีนาคม ในปี2565 ซึ่ง กกท.มีแผนการเก็บตัวฝึกซ้อม ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.นี้ และตรียมขออนุมัติรายชื่อนักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันดังกล่าว ในการประชุมคณะกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทย (บอร์ด กกท.) ในวันที่ 22 กรกฎาคมที่จะถึงนี้

ผู้ว่าการ กกท. เผยต่อว่า กกท. ได้จัดสถานที่ศูนย์ตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน สนามกีฬาหัวหมาก โดยรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย พระราชทาน จำนวน 2-3 คัน พร้อมด้วย รถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษพระราชทาน จำนวน 1 คัน เพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันควบคุมโรคเชิงรุก ตรวจวิเคราะห์ผลได้ในพื้นที่ เริ่มให้บริการวันที่ 12 ก.ค. ตรวจบุคลากร ของ กกท., วันที่ 13-14 ก.ค. ตรวจนักกีฬาเป็นเลิศ, วันที่ 14 ก.ค. ตรวจนักกีฬาอาชีพ, วันที่ 15-16, 19-23 ก.ค. ตรวจประชาชนที่สนใจ สำหรับการใช้บริการ สามารถรับบัตรคิวที่หน้าจุดตรวจ จากนั้นสแกน QR Code ด้านหน้าเพื่อลงทะเบียน ทั้งนี้ การตรวจเป็นไปตามความสมัครใจ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube