“ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ยื่นกกต.สั่งเลือกสว.เป็นโมฆะ

การเมือง ข่าว

 

 

“ทนายอั๋น บุรีรัมย์” ยื่นกกต.ขอให้สั่งเลือกสว.เป็นโมฆะ จัดการเลือกสว.ใหม่ อ้างมีการทุจริตคอรัปชั่น ไม่บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม

 

 

นายภัทรพงศ์ ศุภักษา หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เข้ายื่นคำร้องต่อกกต. เพื่อขอให้มีคำสั่งให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ครั้งนี้เป็นโมฆะ และจัดการเลือกสว.ใหม่ โดยนายภัทรพงศ์ กล่าวว่า กระบวนการเลือกสว.ครั้งนี้มีการทุจริตคอรัปชั่น มีการโกงมโหฬาร โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาตนได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา กรณีที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. อ้างว่าคำพิพากษาของศาล 185/2567 ที่ระบุว่าใครจะมีอาชีพอะไรก็แล้วแต่สามารถสมัครกลุ่มใดก็ได้ในจำนวน 20 กลุ่ม หากผู้พิพากษาตอบกลับมาว่าไม่ได้เป็นในทำนองเดียวกันกับที่นายแสวง ได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ก็ถือว่างานนี้สนุกแน่นอน การเลือกสว.ครั้งนี้มีสารพัดปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการเลือก สว. ที่เข้าข่ายการทุจริต ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 107 ที่ประสงค์อยากให้คนที่มีความรู้ความสามารถในหลากหลายอาชีพ เข้ามาช่วยกันพัฒนาประเทศในฐานะที่เป็นสว.

 

”มีหลายเหตุผลที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่บริสุทธิ์และเที่ยงธรรม ทั้งกรณีเรื่องบ้านใหญ่ การฮั้วกัน การลงคะแนนของผู้สมัครที่ไม่ลงให้ตัวเอง หรือเรื่องคุณสมบัติผู้สมัคร สว. วันนี้จึงอยากให้ทบทวนการเลือกสว. โดยประกาศให้เป็นโมฆะ และเลือกตั้งใหม่โดยเร็ว อย่าให้สว. 250 คน ต้องยิ้มหวาน“ นายภัทรพงศ์กล่าว

 

นายภัทรพงศ์ กล่ายอีกว่า กระบวนการเลือกที่จ.บุรีรัมย์นั้นมีเหตุการณ์ที่มีพิรุธหลายคน เช่น คนขับรถให้ตระกูลดังจ.บุรีรัมย์ ได้เป็นสว. หรือแม้ผู้สมัครอายุ 51 ปี รับทำพิธีศาสนาทั่วไป ประวัติการศึกษาจบ ป.6 ประวัติการทำงานเป็นมัคทายก ซึ่งคนระดับนี้ผ่านการเลือกแต่ละระดับได้รับเลือกเป็น สว. บุรีรัมย์ รวมถึงคนอื่นๆที่มีประวัติการทำงานและประวัติการศึกษาที่ไม่สอดรับ กับความเหมาะสม จึงทำให้จ.บุรีรัมย์กลายเป็น “ บุรีรัมย์โมเดล” ที่มี สว. จำนวนมากที่สุดถึง 14 คน ทั้งนี้โดยจะแจ้งความดำเนินคดีกับทุกคนที่เป็นผู้สมัครสว.ของจ.บุรีรัมย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 267 ว่ามีการจดแจ้งข้อความในเอกสารราชการใบสว. ซึ่งเป็นเอกสารราชการในข้อความที่เป็นเท็จไม่ตรงกับความเป็นจริง ให้กลายเป็น “บุรีรัมย์โมเดล”

 

นายภัทรพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ตนอยากการรับรองคุณวุฒิของผู้สมัครสว. มีมาตรฐาน เช่นตนเป็นทนายความ ผู้ที่จะต้องรับรองตนคือประธานสภาทนายความประจำจังหวัดนั้นๆหรือนายกฯสภาทนายความ แต่การเลือกสว.ครั้งนี้ เพียงแค่รู้จักกันก็สามารถรับรองให้กันได้ มันง่ายเกินไปหรือไม่ และปัจจุบันยังไม่มีการพิจารณาตัดคุณสมบัติของผู้สมัครที่ไม่ตรงกลุ่มเลย เห็นได้ชัดกรณีคนขับรถให้ตระกูลดังจ.บุรีรัมย์ ดูคุณวุฒิก็ไม่เข้ากับคุณสมบัติ คุณอาชีพรับจ้าง แต่บอกว่าเป็นนักฟุตบอลอาวุโส แค่นี้ก็ไม่เข้าคุณสมบัติแล้ว ทั้งนี้อาชีพหมายถึงคนที่ทำงานต่อเนื่อง ในลักษณะที่ก่อให้เกิดรายได้ คนที่เป็นหมอธรรมอจิตอาสา อสม. จะเข้าข่ายเป็นที่มาของรายได้อย่างไร

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews