fbpx
Home
|
ข่าว

นายกฯงดตอบปารีณาหยุดทำหน้าที่กระทบรบ.

Featured Image
นายกรัฐมนตรี รู้แล้วศาลสั่งปารีณาหยุดทำหน้าที่งดตอบกระทบรัฐบาลหรือไม่ ชี้การชุมนุมต้องไม่ทำคนอื่นเดือดร้อน ตัดพ้อใช้กฏหมายทุกครั้งก็มีปัญหา

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีศาลฏีการับคำร้อง ให้ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หยุดปฏิบัติหน้าที่ ในคดีบุกรุกที่ดินหวงห้าม และนัดพร้อมไต่ส่วน 30 เม.ย. นี้ ว่า ทราบแล้ว แต่ไม่ตอบว่ากรณีดังกล่าวจะกระทบกับรัฐบาลหรือไม่

 

นายกฯ บ่นการชุมนุมต้องไม่ทำคนอื่นเดือดร้อน ตัดพ้อใช้กฏหมายทุกครั้ง ก็มีปัญหา เหน็บต้องการกฏหมายแรงๆ แต่ไม่เคารพกฏหมาย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่สี่แยกราชประสงค์วานนี้ ว่า มีผลกระทบอยู่แล้ว เพราะมีฝ่ายที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ซึ่งตนไม่อยากให้เกิดผลกระทบกัน ระหว่าง 2 ฝ่าย จะชุมนุมอะไรก็อย่าให้คนอื่นเดือดร้อน จะอ้างว่าจะประชาธิปไตยก็ไม่ใช่ เพราะประชาธิปไตย ต้องไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน เมื่อมีการชุมนุม รัฐบาลไม่เคยห้าม แต่ขอให้แจ้งสถานที่ จำนวน ไม่ใช่มีคนมาเพิ่ม แล้วเคลื่อนย้ายไปที่อื่น เพราะต่างประเทศก็ไม่มีแบบนี้ ดังนั้นจึงขอความร่วมมือเพราะใช้กฏหมายก็มีปัญหาทุกที แต่ไม่ใช่ก็ไม่ได้

ส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตุว่า ไม่บังคับใช้กฏหมายอย่างเด็ดขาด นายกรัฐมนตรี ถามกลับว่า อะไรคือเด็ดขาด จะต้องจับคน 500 หรือ 1,000 คน หรืออย่างไร การจับกุมแกนนำและมีการปล่อยตัวออกมา ก็เป็นอำนาจของศาลในการพิจารณา พร้อมระบุว่าทุกคน ต้องการกฏหมายแรงๆแต่ไม่เคารพกฏหมาย

ขณะที่ การชุมนุมของม็อบทะลุฟ้า ข้างทำเนียบรัฐบาล เดี๋ยวเจ้าหน้าที่จะดำเนินการเอง ซึ่งในช่วงที่วัคซีนโควิด-19 และสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจกำลังจะดีขึ้น แต่การชุมนุมยังคงยืดเยื้อ ก็ขอให้คิดเอง ว่าส่งผลกระทบอย่างไรหรือไม่

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังระบุ การชุมนุมของม็อบทะลุฟ้า ส่งผลกระทบต่อการจราจร และมีโรงเรียนได้ร้องเรียนเข้ามาแล้ว และจะให้กฏหมายเป็นคนดำเนินการ

 

นายกฯ-25-3-64

นายกฯมอบนโยบาย”การเดินหน้าขับเคลื่อนงานยุติธรรม เพื่อสร้างสุขให้ประชาชน” และพบปะกับกลุ่มตัวแทนเกษตรกรเลี้ยงไก่ชน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานงานสถาปนากระทรวงยุติธรรม ครบรอบ 130 ปี และมอบนโยบาย”การเดินหน้าขับเคลื่อนงานยุติธรรม เพื่อสร้างสุขให้ประชาชน” และพบปะกับกลุ่มตัวแทนเกษตรกรเลี้ยงไก่ชน ที่มายื่นข้อเสนอ ให้รัฐบาลช่วยเหลือกลุ่มผู้เลี้ยงไก่ชนในช่วงสถานการณ์โควิด-19

โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เข้าใจดีถึงความเดือดร้อนจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งการจะจัดกิจกรรมไก่ชนในแต่ละพื้นที่ ขอให้กำหนดขอบเขต การทำกิจกรรมให้ชัดเจน มีการควบคุมพื้นที่เข้า-ออก และใช้แอปพลิเคชั่นลงทะเบียน รวมถึงตรวจวัดอุณหภูมิ ตามมาตรฐานสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด สิ่งสำคัญอยู่ที่ตัวเราต้องระมัดระวังตนเองมากที่สุด แม้จะมีวัคซีนโควิด-19 แล้วก็ตาม เพราะวัคซีนยังฉีดไม่ครบ 100%

และขอให้ระวังการดื่มสุรา เพื่อไม่ให้เกิดการติดโรค เพราะถือว่าอยู่ในช่วงสถานการณ์ที่อันตราย เช่นเดียวกับช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ที่รัฐบาลอยากเห็นความร่วมมือจากทุกคน ช่วยกันป้องกันตนเอง ซึ่ง

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า การเพาะพันธ์ไก่ชน ถือเป็นการสร้างรายได้ และเชื่อว่าจะเป็นสินค้าส่งออกที่ดี หากรู้จักใช้ระบบออนไลน์เข้ามาสร้างโอกาส รวมกลุ่มเป็นรัฐวิสาหกิจ เชื่อมั่นว่าจะช่วยสร้างรายได้ให้กับผู้เลี้ยงได้อย่างแน่นอน ที่สำคัญรัฐบาลได้สร้างโอกาสในหลายช่องทาง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ผ่านระบบออนไลน์ รวมถึงให้ทุกคนได้มีกฏหมายคุ้มครองอย่างเท่าเทียมกัน อีกทั้งถือว่าเป็นการแบ่งปันในสังคม

และย้ำว่าเป้าหมายของรัฐบาลคือการแก้ปัญหาให้กับประชาชน และสร้างเศรษฐกิจใหม่ให้เกิดขึ้น แต่ขอให้ทุกคนติดตามสถานการณ์โลก และร่วมมือกันป้องกันโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลไม่ได้ทำเพียงคนเดียว แต่ต้องมีทุกฝ่ายช่วยกัน ถ้าไม่มียุทธศาสตร์ชาติก็ไม่มีความต่อเนื่องในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ

 

นายกฯให้กำลังใจ ขรก.ยธ.ขอยึดมั่น”ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” ทำงานด้วยความซื่อสัตย์โปร่งใส รักสามัคคี รักชาติ ห่วงบิดเบือน เตือนชุมนุมระวังเสี่ยงโควิด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในงานสถาปนากระทรวงยุติธรรม โดยขอให้ทุกคนให้กำลังใจซึ่งกันและกันเหมือนกับที่ตนเองให้กำลังใจกับทุกคนที่ทำให้ตนเองสามารถเดินหน้าต่อไปได้ และยืนยันว่าจะทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโปร่งใส ทำให้ได้มากที่สุด เพราะตนเองเป็นระดับนโยบายการจะทำอะไรก็ต้องช่วยกันดู ใครทำอะไรไม่ดี หาประโยชน์ก็ขอให้แจ้งผ่านศูนย์ดำรงธรรม

ซึ่งทุกเรื่องจะถึงนายกรัฐมนตรีทั้งหมดพร้อมขอให้ทุกคนยึดมั่นในสถาบันชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ ทำให้บ้านเมืองสงบ อยู่กันด้วยความรักฉันท์พี่ฉันท์น้อง เป็นครอบครัวเดียวกันครอบครัวประเทศไทยมีความรัก ความสามัคคี อยู่กันด้วยความสงบเรียบร้อย ไม่ต้องให้มีการบังคับใช้กฎหมายจนมากเกินไป เพราะเจ้าหน้าที่ก็ลำบากและเหนื่อย ซึ่งเชื่อว่า ไม่มีใครอยากทำผิดกฎหมาย เว้นแต่มีเจตนา จึงขอร้องให้ช่วยกันดูแลเยาวชนของเราให้ดี แต่เป็นธรรมดาของโลกที่ขณะนี้เป็นยุคของดิจิตอลที่อาจจะมีการส่งข้อความบิดเบือนทำให้ไม่เข้าใจกัน

แต่รัฐบาลยืนยัน ว่า จะดูแลและทำให้เต็มที่ เพื่อพี่น้องคนไทยทุกคน “เราคือคนไทย เกิดในผืนแผ่นดินไทย ใช้ชีวิตบนแผ่นดินไทยหากินบนแผ่นดินไทยและแผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินอันศักดิ์สิทธิ์ ทำในสิ่งที่ดีก็จะได้สิ่งที่ดีตอบกลับมา ทุกอย่างเป็นไปตามกรรมของแต่ละคน”

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ทุกคนต้องเรียนรู้เรื่องกฎหมาย เพราะกฎหมายจะทำให้เกิดความเท่าเทียมกัน ไม่ละเมิดซึ่งกันและกัน และขอให้ทุกคนรักชาติศาสนา พระมหากษัตริย์ และแผ่นดินของเรา ซึ่งเป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์พระสยามเทวาธิราชเจ้าพระแก้วมรกต ส่งดูแลคุ้มครองคนไทยมาตลอด ในช่วงเวลาหลายร้อยปีพ่อแม่ถือเป็นพระในบ้าน

ซึ่งสังคมไทย ต้องเคารพระบบอาวุโส พ่อ แม่ พี่น้อง ครูบาอาจารย์ ถ้าหนีหายไปก็ไม่ใช่ประเทศไทยแล้ว ซึ่งหากไม่เข้าใจก็ต้องถามไม่ใช่คิดเองซึ่งแต่บังคับใครไม่ได้ เพราะเราเป็นประชาธิปไตยอยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรียังกล่าว เตือนสำหรับผู้ที่ไปร่วมชุมนุมในพื้นที่ที่มีคนจำนวนมาก เสี่ยง ต่อการแพร่ระบาดโควิด19 ซึ่งไม่ได้ขู่ แต่เป็นเรื่องอันตราย

 

นายกฯ แจง พล.อ.ประวิตร ฉีดวัคซีนโควิด -19 นำ จากกระทรวงสาธารณสุข ไปให้แพทย์ประจำตัวฉีด ยืนยันยังไม่มีโควต้าเอกชน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงกรณีที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนกา ที่โรงพยาบาลเอกชน ว่า เป็นการนำวัคซีนจากสถาบันบำราศนราดูร กระทรวงสาธารณสุข ไปฉีดที่โรงพยาบาลเอกชน เนื่องจาก พล.อ.ประวิตร ไปตรวจร่างกาย และมีหมอประจำที่โรงพยาบาลรุงราษฎร์ ไม่ใช่เป็นโควตาของโรงพยาบาลเอกชน แต่เป็นการติดต่อประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุข

 

นายกฯ  เผย ตำรวจ ออกหมายเรียกชายโพสต์ข่มขู่คุกคามลูกสาว แล้ว ตร.นัด29มีค.แจ้งข้อหา ตัดพ้อไม่มีสื่อช่วยพูดให้ มีแต่ประชาชนให้กำลังใจ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานในงานสถาปนากระทรวงยุติธรรม ครบรอบ 130 ปี ถึงกรณีการออกหมายเรียกผู้ใช้ทวิตเตอร์ชายไทย อายุประมาณ 40 ปี ที่โพสต์ข้อความข่มขู่คุกคาม น.ส.ธัญญา และ น.ส.นิฏฐา จันทร์โอชา บุตรสาว ว่า เป็นการออกหมายเรียก และหลังจากนี้ก็จะมีการสอบสวนหาหลักฐาน พร้อมย้อนถามสื่อว่า “แล้วควรทำไหม สื่อเห็นว่าควรทำไหม ไม่เห็นมีสื่อไหนพูดให้ผม มีแต่ประชาชนให้กำลังใจฉัน”

 

มือโพสต์ข่มขู่ลูกสาวนายกฯ ดอดพบ ตำรวจ สน.นางเลิ้ง กลางดึก ให้ตรวจโทรศัพท์เบื้องต้น ขณ ตร. ให้มาตามหมายเรียก 29 มี.ค. ก่อนแจ้งข้อหา

พ.ต.อ.ภูมิยศ เหล็กล้า ผู้กำกับการกลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 1  เปิดเผยความคืบหน้ากรณี นายอภิวัฒน์ ขันทอง กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทนายความประจำสำนักกฎหมาย อ.อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง และเพื่อน

ในฐานะผู้รับมอบอำนาจ จาก น.ส.ธัญญา และ น.ส.นิฏฐา จันทร์โอชา บุตรสาวฝาแฝด ของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคล ที่เผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จ ด่าทอ ให้ร้ายกล่าวหาคุกคามหมิ่นประมาท

โดย พ.ต.อ.ภูมิยศ เปิดเผยว่า นายวุฒิชัย ผู้ก่อเหตุ อายุ 40 ปี ได้เข้าพบพนักงานสอบสวนตำรวจนครบาลนางเลิ้ง เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจเมื่อเย็นวานนี้ จึงแจ้งให้นายวุฒิชัย ทราบว่ามีการออกหมายเรียกให้มารับทราบ กล่าวหาวันที่ 29 มีนาคมนี้ เวลา 10.00 น. จากนั้น นายวุฒิชัย ยังอนุญาตให้มีการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์มือถือส่วนตัว เบื้องต้นเท่านั้น จากนั้นจึงปล่อยตัวกลับไป โดยยังไม่มีการสอบสวนแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การกระทำของนายวุฒิชัย เข้าข่ายเป็นการโฆษณาหรือประกาศแก่บุคคลทั่วไป ให้กระทำความผิดและความผิดนั้นมีกำหนดโทษไม่เกิน 6 เดือน ตามมาตรา 85 ประกอบมาตรา 276 และทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัวหรือตกใจ โดยการขู่เข็น ตามมาตรา 392 และพนักงานสอบสวนได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาให้มาพบ ในวันจันทร์ ที่ 29 มี.ค.64 เวลา 10.00 น. ที่ สน.นางเลิ้ง

สน.นางเลิ้ง มือโพสต์ข่มขู่ลูกสาวนายกฯ

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

 

 

 

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube