“พิเชษฐ์” เตรียมคืนชีพ “รัฐสภาจังหวัด”

การเมือง ข่าว
ปูด”พิเชษฐ์”จ้องของบ เตรียมคืนชีพ “รัฐสภาจังหวัด” บอกจะให้เป็นที่นั่งทำงานผู้ช่วย สส.ด้าน สส.บางส่วนเห็นค้าน ซัด ไร้ประโยชน์ ทำไปเพื่อใคร จี้”วันนอร์”แจงด่วน

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงกรณีที่นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ได้เคยแถลงหลังรับตำแหน่งระบุว่า “ฝ่ายนิติบัญญัติของเราถือว่าเล็กมาก เมื่อเทียบกับฝ่ายตุลาการ หรือฝ่ายบริหาร ตนคิดว่าครั้งนี้ สภาจะต้องฟื้นคืนชีพขึ้นมา ให้มีศักดิ์ศรี ทั้งสมาชิก องค์กร เพราะการทำงานที่ผ่านมา มีขีดจำกัดในเรื่องของงบประมาณที่น้อยมากและถูกลดลงทุกปี สำนักงานสภาผู้แทนราษฎรที่อยู่ต่างจังหวัดต่างๆ ปัจจุบันมีอยู่ 5 แห่ง เราจะพยายามรื้อฟื้นและขยายให้ครอบคลุมจังหวัดต่างๆ ได้มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนจังหวัดได้เข้าถึงฝ่ายนิติบัญญัติ”

 

ล่าสุด แหล่งข่าวจากรัฐสภา เปิดเผยว่า นายพิเชษฐ์ได้เสนอแนวคิดดังกล่าวต่อนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะให้มีการตั้งรัฐสภาจังหวัดขึ้นมาอีกทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยในช่วงแรกจะเป็นการเช่าอาคารสถานที่ ใช้งบประมาณจังหวัดละ 80,000 บาทต่อเดือน จากนั้นภายใน 2 ปีจะมีการสร้างอาคารรัฐสภา และยังต้องว่าจ้างบุคลากรประมาณจำนวนหนึ่งในการดำเนินการด้วย โดยให้เหตุผลว่าจะได้เป็นที่นั่งทำงานของ ผู้ช่วย สส.แต่ละจังหวัด รวมถึงเป็นสถานที่รับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน

 

แหล่งข่าวระบุด้วยว่า การเสนอของนายพิเชษฐ์ ถูก สส.บางส่วนคัดค้าน เนื่องจากมองว่า กระทรวงมหาดไทยก็ตั้งศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด กลายเป็นว่า การรับร้องเรื่องราวร้องทุกข์หรือการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมือง ก็จะไปซ้อนกับหน่วยงานอื่นๆ รวมถึงงบประมาณจ้างข้าราชการระดับซี 8 ขึ้นไปเพื่อส่งไปประจำแต่ละจังหวัด ถ้า สส.มี สว.ก็ต้องมี อย่างน้อย 20 คนต่อจังหวัด สิ่งที่ตามมาก็คือบ้านพักของข้าราชการที่จะต้องสร้างอีก อย่างต่ำ ๆ ใช้งบประมาณเป็นหมื่นล้านบาท รวมทั้งตั้งข้อสังเกตถึง งบประมาณค่าก่อสร้างอาคารรัฐสภาประจำจังหวัดเป็นเหตุผลที่นายพิเชษฐ์ต้องการดำเนินการโครงการนี้หรือไม่

 

“สิ่งที่จะทำตรงนี้ไม่ได้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ งบประมาณจำนวนมากจะหมดไปเพื่ออะไร นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร คงต้องชี้แจงถึงกรณีนี้ เพราะประธานหรือรองประธานสภาที่เข้ามาอยู่ไม่กี่ปีก็ออกจากตำแหน่งไป แต่ภาระหนี้สินตรงนี้จะผูกพันสภาไปตลอด ขอให้คิดถึงเรื่องนี้ด้วยว่า เราจะทำไปเพื่อใครกันแน่”

 

อย่างไรก็ตาม ความพยายามในการเปิดสำนักงานรัฐสภาประจำจังหวัด มีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2556 ซึ่งมี นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้มีการเปิดโครงการรัฐสภาประจำจังหวัด 24 แห่ง โดยเริ่มที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็น 1 ใน 6 จังหวัดนำร่อง ประกอบด้วย ขอนแก่น ชลบุรี เชียงราย พระนครศรีอยุธยา สุราษฎร์ธานี และอุบลราชธานี โดยอ้างจุดประสงค์ว่าเพื่อส่งเสริมสนับสนุน และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย บทบาท อำนาจหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา คณะกรรมาธิการฯ ให้คำแนะนำ และสนับสนุนการใช้สิทธิของประชาชน โดยเฉพาะรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชน และรับเรื่องร้องเรียนขอความเป็นธรรมของประชาชนในแต่ละจังหวัดตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ และเพื่อให้ความสะดวกแก่ประชาชน ที่มายื่นเรื่องร้องเรียนที่นี่ได้ โดยไม่ต้องเดินทางเข้าไปยังรัฐสภา ที่กรุงเทพฯ

 

ก่อนที่ในปี 2557 นายพรเพชร วิชิตชลชัยประธานสภานิบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ในขณะนั้น และในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการฝ่ายรัฐสภา(ก.ร.)มีมติให้ยุบสำนักงานรัฐสภาจังหวัด 6จังหวัดนำร่อง (เชียงราย ขอนแก่น อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี พระนครศรีอยุธยาและชลบุรี) เพราะไม่ผ่านการประเมินและไม่คุ้มค่ากับงบประมาณและการปฏิบัติงานของบุคลากร

 

สำหรับยอดค่าใช้จ่ายงบประมาณรัฐสภาจังหวัดทั้ง 6 แห่ง ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2556-14 ส.ค. 2557 พบว่า สูงถึง 50.3 ล้านบาท

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews