วิปฝ่ายค้านเปิดหลักฐานใหม่คดีฮั้ว สว. ครบ 2 ปี “พริษฐ์” ชี้ ขบวนการลึกกว่าทำโพย พบจ้างคนสมัคร-จ้างโหวตทั่วประเทศ จี้ กกต.-ดีเอสไอ อย่าเกียร์ว่าง ขณะพยานภูเก็ตแฉประชุมลับ-แจกเงิน อ้างปูทาง “ลูกนั่งรัฐมนตรี” ด้าน สว.สำรอง ย้ำมีหลักฐานเส้นทางการเงิน ยื่นยุบภูมิใจไทยแล้ว
คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นำโดย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน จัดกิจกรรม “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. – เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค 2)” เพื่อเปิดเผยข้อมูลและพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 พร้อมเชิญพยานบุคคลและผู้ที่อ้างว่าอยู่ในเหตุการณ์จริงมาให้ข้อมูลต่อสาธารณะ โดยมีผู้ร่วมเสวนาประกอบด้วย น.ส.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw), นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์, นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว.สำรอง, พ.ต.อ.สมยศ สีหาบัว อดีตผู้สมัคร สว. จังหวัดภูเก็ต และ นายสมนึก สุชัยธนาวนิช ผู้สมัคร สว. จังหวัดสุโขทัย
นายพริษฐ์ กล่าวว่า แม้เวลาจะผ่านมากว่า 2 ปี แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ กระบวนการตรวจสอบยังไม่สามารถนำคดีไปสู่ชั้นศาลได้ ทั้งที่สังคมรับรู้ข้อมูลและมีการรวบรวมพยานหลักฐานมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งสังคมมีคำถามว่าจะดำเนินการอย่างเป็นอิสระและตรงไปตรงมาหรือไม่
นายพริษฐ์ ระบุว่า สิ่งที่ฝ่ายค้านทำมาตลอดคือการนำข้อมูลออกมาเปิดเผยต่อสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนร่วมกันติดตามการทำงานของหน่วยงานรัฐ และไม่ปล่อยให้คดีนี้เงียบหาย โดยสิ่งที่เราทำได้คือทำให้เรื่องนี้อยู่ในแสงสว่าง ทำให้สังคมไม่กระพริบตา เพราะเราไม่รู้ว่า กกต.จะมีมติในวันไหนว่าจะสั่งฟ้องใคร หรือยกคำร้องใคร ทั้งนี้ จากข้อมูลที่ฝ่ายค้านและภาคประชาชนรวบรวมได้ในช่วงที่ผ่านมา พบว่าขบวนการไม่ได้มีเพียงการทำ “โพยเลือก สว.” เพื่อแลกคะแนนกันในวันเลือกตั้งเท่านั้น แต่มีการเตรียมการล่วงหน้าเป็นระบบ ตั้งแต่ การว่าจ้างบุคคลให้สมัครเป็นผู้สมัคร สว. การจัดเครือข่ายลงคะแนน การว่าจ้างผู้สมัครให้ลงคะแนนตามที่กำหนด และการกระจายตัวของเครือข่ายในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งทำให้เห็นว่าลักษณะการดำเนินการมีความเป็นระบบมากกว่าที่สังคมเคยรับรู้
นายพริษฐ์ ยังกล่าวว่า ทุกข้อมูลใหม่ที่ถูกเปิดเผยในช่วงเวลานี้ มีความสำคัญต่อการพิจารณาของ กกต. เนื่องจากคดีอยู่ในช่วงใกล้มีมติ จึงเรียกร้องให้หน่วยงานตรวจสอบดำเนินการโดยยึดข้อเท็จจริงและหลักฐานเป็นสำคัญ
ด้าน พ.ต.อ.สมยศ อดีตผู้สมัคร สว. จังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า ตนถูกประสานโดยบุคคลที่ระบุชื่อว่าเป็น นายวงศกร ชนะกิจ อดีตผู้สมัคร สส. จังหวัดภูเก็ต พรรคภูมิใจไทย โดยมีการนัดหมายผู้สมัครจากจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่ เดินทางเข้ากรุงเทพฯ พร้อมจัดเลี้ยงอาหารบนเรือล่องแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนเข้าประชุมที่โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดปทุมธานี โดยภายในห้องประชุมมีการเรียกผู้สมัครเข้าประชุมแยกเป็นรายจังหวัด และมีบุคคลที่เรียกว่า “โกเกียรติ” จากจังหวัดสตูล เป็นผู้บรรยายวิธีการเลือก สว.
พ.ต.อ.สมยศ ระบุว่า ในการประชุมมีการแจกหมายเลขผู้สมัครที่ต้องเลือกทั้งรอบแรกและรอบไขว้ พร้อมกำหนดให้ผู้เข้าร่วมสวมเสื้อสีเหลืองเพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ของกลุ่ม พร้อมให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลังเสร็จสิ้นการประชุมในช่วงกลางคืน มีทีมงานนำซองสีขาวบรรจุธนบัตรใบละ 1,000 บาท รวม 10,000 บาท ไปมอบให้ผู้สมัครบางราย โดยระบุว่าเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างอยู่กรุงเทพมหานคร และ
ตนไม่ได้รับเงินดังกล่าว อีกทั้งมีผู้สมัครบางรายปฏิเสธไม่รับเงิน ก่อนตัดสินใจเช็กเอาต์ออกจากโรงแรมไปพักที่อื่น
พ.ต.อ.สมยศ ยังกล่าวอีกว่า ระหว่างการประชุม มีการพูดถึงเหตุผลของการจัดวางรายชื่อผู้สมัครตามสูตรที่กำหนด โดยมีการกล่าวอ้างว่า ถ้าเลือก สว. ตามสูตรนี้สำเร็จ ลูกผมจะมีตำแหน่งในรัฐบาล ซึ่งตนยืนยันว่า คำพูดดังกล่าวได้ให้การไว้ในสำนวนสอบสวนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
ขณะที่นายสมนึก สุชัยธนาวนิช ผู้สมัคร สว. จังหวัดสุโขทัย เปิดเผยว่า ตนถูกบุคคล 2 คนที่มีความเกี่ยวข้องกับนักการเมืองระดับสูงติดต่อให้เข้าร่วมกระบวนการ โดยมีการนัดพบที่ร้านกาแฟย่านมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนจะมีการพูดคุยเกี่ยวกับแนวทางการลงคะแนน และการจัดทำโพยเลือก สว. ต่อมามีการนัดหมายให้เดินทางไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีการแจ้งว่า การประชุมก่อนหน้านี้เป็นเพียง “ฉากหนึ่ง” เท่านั้น เมื่อเดินทางไปถึง มีการขอให้ผู้สมัครลงนามในใบลาออกล่วงหน้าโดยไม่ลงวันที่ พร้อมขอสำเนาบัตรประชาชน นายสมนึก กล่าวว่า บุคคลที่ประสานงานระบุว่า ไม่ต้องตกใจ จะควบคุมการยกมือตามนโยบายของพรรค ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนการจัดทำโพยเลือก สว. โดยมีทีมงานหลายคนช่วยสอนวิธีลงคะแนน พร้อมเปิดเผยอีกว่า ในโพยรอบแรกมีชื่อของตนอยู่ แต่ต่อมาทราบว่ามีการแก้ไขรายชื่อในรอบสองช่วงเวลาประมาณตีสอง โดยเปลี่ยนให้บุคคลอื่นซึ่งเป็นลูกน้องของผู้ประสานงานเข้ามาแทน แม้ท้ายที่สุดตนจะไม่ได้รับเลือก แต่ยอมรับว่าในวันลงคะแนนได้กาลงคะแนนตามโพยที่ได้รับ
ส่วนนางกุสุมาลวตี กล่าวว่า ตนเชื่อว่ากระบวนการเลือก สว. ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย
พร้อมอ้างว่ามีหลักฐานทั้งการติดต่อประสานงานและเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งได้ส่งมอบให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้ว
นอกจากนี้ ยังเปิดเผยว่าได้ยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอให้มีการยุบพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากเห็นว่ามีพยานหลักฐานที่ควรเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย
ช่วงท้ายเวที น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน กล่าวขอบคุณพยานทุกคนที่ออกมาให้ข้อมูล พร้อมระบุว่าได้รับทราบว่ามีพยานบางรายถูกข่มขู่และถูกคุกคามในพื้นที่ จึงขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลความปลอดภัยของพยาน เพื่อให้สามารถให้ข้อมูลได้อย่างอิสระและไม่ถูกแทรกแซง ทั้งนี้ ข้อกล่าวหาและข้อมูลที่ถูกนำเสนอในเวทีดังกล่าว เป็นคำกล่าวอ้างของผู้ร่วมเสวนาและพยานที่เข้าร่วมกิจกรรม ซึ่งอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และยังไม่มีคำวินิจฉัยหรือคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีดังกล่าว ขณะที่บุคคลและหน่วยงานที่ถูกพาดพิงยังสามารถใช้สิทธิ์ชี้แจงหรือโต้แย้งข้อกล่าวหาตามกระบวนการกฎหมายได้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news