“กิตติศักดิ์” โบ้ยไม่ถึงขั้นนั้น ส.ว.ไม่เห็นชอบ”เศรษฐา”

การเมือง ข่าว
“กิตติศักดิ์” โบ้ยไม่ถึงขั้นนั้น ส.ว.ไม่เห็นชอบ”เศรษฐา” รับเอาใจช่วยแต่หนักใจ ที่ถูกกล่าวหาเรื่องที่ดิน ภาษีที่ยังไม่ชัดเจน

 

 

นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ สมาชิกวุฒิสภา กล่าวถึงกระแสข่าวสมาชิกวุฒิสภา (สว.) อาจไม่เห็นชอบ ให้นายเศรษฐา ทวีสิน ที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยที่พรรคเสนอเป็นนายกรัฐมนตรีว่า ยังไม่ถึงขนาดนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ ในวันนี้นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ได้เข้ามายื่นหนังสือเพื่อให้ตรวจสอบคุณสมบัติของนายเศรษฐา ส่วนสว.ที่จะพิจารณาคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีเป็นอีกประเด็นนึง สว.ต้องมองภาพรวมส่วนเรื่องที่มาร้องเรียนก็เป็นอีกเพียงประเด็นนึงเท่านั้น

 

เมื่อถามว่านายเศรษฐามีเรื่องร้องเรียนหลายเรื่อง กลุ่มเพื่อนสว.มีการพูดคุยถึงเรื่องดังกล่าวหรือไม่ นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ตนเองเอาใจช่วยนายเศรษฐา แต่ความจริงคือความจริง สว.รู้สึกหนักใจแทน เพราะผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เรื่องจริยธรรมเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด หากไปดำรงตำแหน่งCEO บริษัทต่างๆเราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องแต่การที่ได้รับการเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรีตามม.272แล้ว สว.จึงต้องพิจารณาให้รอบคอบ

 

เมื่อถามว่าหนักใจแทนนายเศรษฐา หนักใจเรื่องอะไร นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องที่ดินเป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวข้องกับเรื่องภาษีที่ยังไม่ชัดเจน ขณะเดียวกันเรื่องที่นายเรืองไกรเข้ามาร้องในวันนี้ ก็จะได้รับการพิจารณาอย่างเร่งด่วนจากกรรมมาธิการพัฒนาการเมือง ซึ่งจะต้องมีการพิจารณารวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงก็จะนำไปพิจารณาเช่นเดียวกัน

 

เมื่อถามว่าในลักษณะนี้เป็นการบอกกับพรรคเพื่อไทยหรือไม่ว่าให้นำเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีชื่ออื่น นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่หน้าที่และไม่ใช่อำนาจของสว. ที่จะไปปฏิบัติเช่นนั้น การจัดตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องของสส. ส่วนสว.เป็นเพียงผู้วิพากษ์วิจารณ์ตามที่ขณะสังกัดอยู่ ดังนั้นสว.ไม่มีหน้าที่ไปก้าวก่ายหรือชี้ว่าจะเอาคนนั้นไม่เอาคนนี่

 

เมื่อถามว่าการโหวตนายกรัฐมนตรีรอบที่3 ประชาชนเริ่มตั้งคำถามว่าการโหวตนายกรัฐมนตรีนานเกินไปหรือไม่ สว.จะปล่อยให้ผ่านไปก่อนแล้วค่อยปล่อยไปตามกระบวนการภายหลังได้หรือไม่ นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า บ้านเมืองโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เรื่องที่จะทดลองได้ ประเทศไทยไม่ใช่บริษัทที่จะมาเล่นขายของ ดังนั้นผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะต้องถูกตรวจสอบอย่างดีที่สุด แน่นอนไม่มีใครดี100% แต่คนที่จะเข้ามาเป็นนายกอย่างน้อยต้องมีความใสสะอาดเกี่ยวกับเรื่องจริยธรรม

 

เมื่อถามว่าการโหวตนายกรัฐมนตรีรอบที่ 3 สว.ส่วนใหญ่จะรับหลักการไม่รับหลักการหรืองดออกเสียง นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า เท่าที่มีการพูดคุยกันในการเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้การงดออกเสียงน่าจะน้อยมีแค่เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบเท่านั้น

 

เมื่อถามย้ำว่า จะได้นายกคนที่ 30 เลยหรือไม่นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ได้แต่ตนเองไม่ทราบว่าเป็นใคร พร้อมกล่าวต่อไปว่าบ้านเมืองปล่อยให้ช้าไปมากกว่านี้ไม่ได้ส่วนพรรคการเมืองที่จะเสนอแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีก็เหลืออีกไม่กี่คน ดังนั้นต้องได้นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลโดยเร็วที่สุด

 

เมื่อถามว่ารอบการโหวตนายกรัฐมนตรีรอบ 3 จะจบเลยหรือไม่นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า ไม่บังอาจทำนายขนาดนั้นแต่การโหวตนายกรัฐมนตรีรอบที่3 หากยังเป็นชื่อของนายเศรษฐาเท่าที่ตนเองได้รับฟังจากหลายๆฝ่ายโดยเฉพาะส.ว. หนักใจแทนแล้ว

 

เมื่อถามว่าเห็นแววจะเป็นนายกคนนอกหรือไม่นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีคนนอกต้องมาจากม. 272 วรรคสอง ยืนยันว่าไม่ถึง แต่ที่ตนเองเคยให้สัมภาษณ์ไป ขอเป็นหมอเดาว่านายกรัฐมนตรีน่าจะไม่ได้มาจากพรรคเพื่อไทย เหตุผลที่พรรคเพื่อไทยจะไม่ได้ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อพรรคที่2ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ก็เป็นหน้าที่ของพรรคที่3 ซึ่งก็มีแค่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

 

เมื่อถามว่าตอนนี้มีกระแสข่าวที่จะมีการจัดตั้งรัฐบาลสมานนะฉันเหลือแก้ปัญหาเพื่อแก้ปัญหารัฐธรรมนูญ นายกิตติศักดิ์ถามกลับว่า “โทษทีมีพรรคก้าวไกลหรือไม่” หากไม่มีพรรคก้าวไกลก็จะอยู่ที่พรรคการเมืองไปรวมกันจะได้จำนวน 300 กว่าก็จะเป็นรัฐบาลที่มีเสียงจำนวนมากและสามารถปฎิบัติหน้าที่ได้อีกระยะหนึ่งแต่คงไม่ครบ4 ปี จุดประสงค์ของรัฐบาลใหม่คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากมีการรวมกันการปรองดองเรื่องนี้สว.ไม่ก้าวก่ายและยินดีที่จะได้รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีโดยเร็วที่สุด

 

เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้สว.เคยบอกว่าหากพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลโดยไม่มีพรรคก้าวไกลแล้วสว.พร้อมที่จะสนับสนุน แล้วเหตุใดตอนนี้มีท่าทีเปลี่ยนใจ นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า จากที่สื่อได้ทราบ จากกรณีที่นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ได้เผยแพร่ในสังคม เป็นเรื่องที่มีความน่าสนใจ

 

ตนเองเคยบอกเสมอว่าหากไม่มีพรรคก้าวไกลก็จะสนับสนุนให้มีรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีเพื่อให้บ้านเมืองเดินต่อไปได้ แต่ขณะนี้มีเรื่องคุณสมบัติส่วนตัวของนายเศรษฐา เดี๋ยวประธานกรรมมาธิการพัฒนาการเมือง นายเสรี สุวรรณนภานนท์ จะบรรจุระเบียบวาระโดยเร็วเพื่อให้ข้อมูลในส่วนนี้กระจ่างขึ้น เพื่อดูว่านายเศรษฐา บกพร่องทางด้านจริยธรรมหรือไม่การทำธุรกิจนั้นโปร่งใสตรวจสอบได้หรือไม่ถ้าหากนายเศรษฐาสามารถเคลียร์ตัวเองได้ก็ไม่มีปัญหาที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีแต่หากตรวจสอบแล้ว และไม่สามารถตอบคำถามได้สว.ก็จะตัดสินใจไม่เลือก

 

เมื่อถามว่าหากเป็นแคนดิเดตนายกฯรัฐมนตรีจากพรรคที่ 3 พรรคที่4 ส.ว. มีความหนักใจหรือไม่นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า ไม่มีความหนักใจไม่มีความสบายใจ ทุกคนต้องได้รับการตรวจสอบเหมือนกัน ต้องถูกตรวจสอบจากสว.ในมาตราฐานเดียวกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews