fbpx
Home
|
ข่าว

“อนุทิน”ถามปัญหาบ้านโน้นมายุ่งอะไรบ้านนี้

Featured Image
“อนุทิน” สั่ง สธ. เข้มชายแดนเมียนมา ป้องกันลักลอบเข้าประเทศ หวั่นนำเชื้อโควิดมาอีก ห่วงชุมนุมวีโว่ ชี้ปัญหาบ้านโน้นมายุ่งอะไรบ้านนี้

นาย อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกล่าวถึงการดูแลด้านสาธารณสุขตามแนวชายแดนเมียนมา ภายหลังเกิดการยึดอำนาจ ว่า ปลัดกระทรวงก็ได้สั่งการให้หน่วยงาน สาธารณสุขในเขตพื้นที่ตามแนวชายแดน เฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ป้องกันการลักลอบเข้ามา และสาธารณสุขในพื้นที่ก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องให้ความร่วมมือกับฝ่ายความมั่นคง ยอมรับว่าส่วนตัวกังวลกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามแนวชายแดน แต่ทุกคนต้องให้ความร่วมมือ

ส่วนที่มีการชุมนุมของกลุ่มวีโว่ที่หน้าสถานทูตเมียนมาวานนี้ เป็นจุดเสี่ยงจะเกิดการติดเชื้อหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเป็นคนดูแล ควบคุมสถานการณ์ให้เต็มที่ ยอมรับว่ามีความกังวลโควิด-19 ทุกวัน ซึ่งหากชุมนุมกันและไม่สวมหน้ากากอนามัย ก็ถือว่ามีความผิด โดยระบุสั้นๆ ว่า ปัญหาบ้านโน้นจะมายุ่งอะไรกับบ้านนี้

“อนุทิน” ยันจัดหาวัคซีนมาให้เร็วที่สุด ปลอดภัยที่สุด ขออย่านำไปเปรียบเทียบประเทศอื่น ชี้มีเหตุผลต่างกัน ยึดกฎหมายดำเนินคดีคนแพร่เชื้อ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงแผนการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ว่า รัฐบาลพยายามทำอย่างเต็มที่ ที่จะให้เป็นไปตามแผนเดิมคือ เดือน มิ.ย. แต่ระหว่างนี้ ก็ได้พยายามจัดหาวัคซีนเข้ามาให้เร็วที่สุด ซึ่งคณะแพทย์ และคณะกรรมการวัคซีน ได้เตรียมความพร้อมรองรับการดำเนินการแล้ว ขออย่านำประเทศไทยไปเทียบกับประเทศอื่นที่ได้รับวัคซีนแล้ว เนื่องจากรายละเอียดในบางประเทศ ได้รับวัคซีนในฐานะที่ยอมให้ประชาชนเป็นผู้ทดลอง และวิจัยวัคซีน ไม่ได้อยู่ในรูปแบบของการจัดซื้อ

รวมทั้งประเทศนั้น มีจำนวนผู้ป่วยเพียงพอต่อการทดลอง แต่ประเทศไทยมีจำนวนผู้ป่วยไม่มาก และไม่เคยมีแนวคิดที่จะให้คนไทยเป็นผู้ถูกทดลองวัคซีน ยืนยันวัคซีนที่นำเข้ามา ต้องเกิดความปลอดภัยสูงสุดกับประชาชน และไม่ต้องการให้มีผลข้างเคียงเกิดขึ้น ซึ่งเมื่อไทยมีโอกาสเฝ้าสังเกตการ และมีเวลาเพียงพอที่จะพิจารณาวัคซีนที่ปลอดภัยที่สุด ก็คงดำเนินการตามนั้น

ส่วนในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ที่ยังพบตัวเลขผู้ติดเชื้อจำนวนมากนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า มาจากการตรวจเชิงรุก และนำเข้าระบบการคัดแยก และรักษา ซึ่งสามารถทำให้ควบคุมให้อยู่ในพื้นที่ได้ ไม่แพร่เชื้อออกนอกพื้นที่ ขณะที่กรุงเทพฯ ก็พบผู้ติดเชื้อ ที่เชื่อมโยงกับสมุทรสาคร ซึ่งปัจจุบัน สังคมช่วยกันควบคุมดูแล ทำให้มีการปาร์ตี้ลดน้อยลง ถือว่าเป็นบทเรียน ว่าเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ

ส่วนที่พบกลุ่มผู้ติดเชื้อคลัสเตอร์ใหม่ ที่จังหวัดมหาสารคาม ที่มาจากงานเลี้ยงโต๊ะแชร์นั้น เป็นพฤติกรรมรวมกลุ่มสังสรรค์ ที่ต้องมีความระมัดระวัง เนื่องจากบางจังหวัด ไม่ได้ประกาศห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ก็ต้องปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุข ทั้งการเว้นระยะห่าง ใส่หน้ากาก และล้างมือ เพราะสิ่งเหล่านี้แม้จะมีวัคซีนก็ยังต้องปฏิบัติอยู่ เนื่องจากเป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุด

ทั้งนี้ จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายกับบุคคลที่แพร่เชื้อหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพฯ ทาง กทม.ได้มอบหมาย ให้หัวหน้าเขตในพื้นที่ไปฟ้องร้องดำเนินคดีแล้ว ก็ให้เป็นไปตามนั้น

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

  • Tiktok
  • Youtube
  • Youtube