ฝ่ายค้าน ยื่น ป.ป.ช. สอบนายกฯ จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญ ออก พ.ร.ก.คุมสิทธิเสรีภาพสื่อ ส่อผิดอาญา 157
นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน , นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทยพร้อมด้วยตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านทั้ง 6 พรรคร่วมยื่นหนังสือถึง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง และดำเนินคดีกับนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ฐานจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดรัฐธรรมนูญ กรณีออกข้อกำหนดฉบับที่ 29 ควบคุมสิทธิเสรีภาพสื่อและศาลแพ่งมีคำสั่งคุ้มครอง

โดยนายสุทิน กล่าวว่า การกระทำของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นการจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และเข้าข่ายกระทำความผิดอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือโดยทุจริตเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการเมืองของตนโดยมิชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 172 และหาก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดก็จะต้องส่งเรื่องต่อให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง เพื่อสั่งให้นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ซึ่งจะกระทบต่อสถานภาพของนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่งหลังจากที่ศาลแพ่งสั่งคุ้มครอง รัฐบาลก็ยังนิ่งเฉย และยังเตรียมออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรมสุดซอยให้ตนเองอีก เรียกว่าไม่รับผิดชอบแล้วยังหนีความผิดแบบครบวงจร
ทั้งนี้ นายสุทิน ยังกล่าวว่า ในส่วนของข้อมูลที่นำมายื่นต่อ ป.ป.ช. วันนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการนำเอาไปอภิปรายไม่ไว้วางใจด้วย โดยในวันที่ 11 ส.ค. นี้ พรรคร่วมฝ่ายค้านนัดหารือร่วมกัน เพื่อสรุปประเด็นและรายชื่อรัฐมนตรีที่จะถูกอภิปราย ซึ่งคาดว่าจะมีประมาณ 5-6 คน แต่จะเน้นหนักไปที่ตัวของนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้นายสุทิน กล่าวถึงกรณีที่ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุขเตรียมออกกฎหมาย พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 ให้คณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาและบริหารวัคซีนโควิด-19 จากสถานการณ์โควิด-19 ที่รุนแรงในขณะนี้ ว่าไม่ใช่เฉพาะฝ่ายค้าน ที่รับไม่ได้สังคมก็รับไม่ได้เช่นกัน เพราะว่าการบริหารราชการแผ่นดินที่ปรากฏชัดในวันนี้นั้นผิดพลาดล้มเหลว เมื่อมีคนจะไปร้องเอาผิดก็กลับจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับตัวเอง ฝ่ายค้านก็จะสู้ทุกวิถีทาง และเชื่อว่าสังคมก็จะร่วมกันต่อสู้เพราะนี่จะเป็นการสร้างมาตรฐานที่ผิดพลาด จะทำให้เป็นรัฐที่ไร้ระบบนิติรัฐนิติธรรมอย่างสิ้นเชิง วันนี้ก็สามารถจะต่อสู้ในกฎหมายปกติกันได้หากว่าบริสุทธิ์ก็จะชี้แจงได้ทั้งหมด
ดังนั้นหากรัฐยังเดินหน้าที่จะออกกฎหมายฉบับนี้เชื่อว่าจะเกิดความขัดแย้งทางการเมืองเหมือนดังที่เกิดขึ้นในอดีตได้สูง เพราะฉะนั้นขอว่าอย่าทำเลยจะกลายเป็นวิกฤติที่ซ้อนวิกฤต ทั้งนี้ยืนยันว่าหากมีการเสนอขึ้นมาฝ่ายค้านก็จะไม่รับกฎหมายฉบับนี้อย่างแน่นอน
ด้านนายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.จังหวัดน่านพรรคเพื่อไทย กล่าวเสริมว่าเรื่องนี้ถ้าเราจะช่วยกันทำให้กฎหมายแท้งก่อนที่จะออกมาเป็นพระราชกำหนดได้ก็จะเป็นประโยชน์มาก เพราะพระราชกำหนดเป็นกฎหมายที่ออกโดยครม.สามารถประกาศใช้ได้เลย เชื่อว่าหากมีการเคลื่อนไหวกันเยอะๆ รัฐก็จะไม่กล้าทำออกมาเป็นพระราชกำหนด เพราะเหตุผลที่ 1 กรณีความจำเป็นเร่งด่วนฉุกเฉินนั้นมองว่าไม่เป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ก็จะเสนอออกมาเป็น
พ.ร.ก.ไม่ได้ และ 2 เนื้อหาในกฎหมายที่ จะคุ้มครองผู้บริหารโดยเฉพาะเรื่องจัดหาวัคซีน ที่ชัดเจนว่าประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ดังนั้นถ้าช่วยกันให้แท้งก่อนจะออกมาจะดีที่สุด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news