พรรครักชาติ ลุยสุราษฎร์ฯ ย้ำจุดยืนไม่เปลี่ยนขั้ว ลั่นเลือกตั้งรอบหน้า ส่งผู้สมัคร สส.เขตแน่นอน ด้าน “ดร.เจษฎ์” ติง กกต.ต้องซ่อมด่วน ชี้ระบบเลือกตั้งพัง ทำประชาชนกังขาความโปร่งใส
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ นำคณะผู้บริหารและผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรค ลงพื้นที่หาเสียงจังหวัดสุราษฎร์ธานี บริเวณตลาดเช้า อำเภอเมือง ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประชาชน พ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่
บรรยากาศการลงพื้นที่เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนหนึ่งเข้ามาพูดคุยให้กำลังใจ และระบุว่าได้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเลือกพรรครักชาติ เนื่องจากไม่ชอบการเมืองแบบเดิม ๆ ที่เปลี่ยนขั้วย้ายฝ่าย ขณะที่บางรายเมื่อขับรถผ่านเห็นทีมพรรครักชาติถึงกับเปิดกระจกตะโกนทักทายให้กำลังใจ
นายชัยวุฒิ ให้สัมภาษณ์ว่า จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีกลุ่มการเมืองเดิมที่เคยได้รับความนิยมจากประชาชน แต่ภายหลังกลับมีการเปลี่ยนขั้วไม่ชัดเจนเหมือนเดิม พร้อมย้ำว่าพรรครักชาติเป็นพรรคที่มีจุดยืนชัดเจน ไม่เคยเปลี่ยนฝั่งหรือผสมพันธุ์ทางการเมือง และยึดมั่นในอุดมการณ์ความรักชาติอย่างต่อเนื่อง
นายชัยวุฒิ กล่าวขอบคุณประชาชนในพื้นที่ที่ยังจดจำได้ว่าเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และยังคงยืนหยัดในอุดมการณ์เดิมไม่เปลี่ยนแปลง พร้อมยืนยันว่าพรรครักชาติจะส่งผู้สมัคร สส.เขตในจังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างแน่นอนในการเลือกตั้งครั้งหน้า เพื่อเข้ามาดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด
ด้าน รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แสดงความกังวลต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังพบความผิดพลาดจำนวนมากในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า โดยระบุว่าไม่ใช่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เป็นความล้มเหลวของระบบที่กระทบทุกพรรคการเมือง และกำลังบ่อนทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการเลือกตั้ง
ดร.เจษฎ์ ชี้ให้เห็นถึงปัญหาการจัดการหน่วยเลือกตั้ง เช่น ความผิดพลาดในการติดป้าย การจัดวางรายชื่อผู้สมัคร การใช้แผ่นปิดทับข้อมูล และความสับสนในการเขียนหน้าซอง ซึ่งสะท้อนถึงความสะเพร่าของกรรมการกลาง พร้อมเตือนว่าหากปล่อยให้ความผิดพลาดเกิดซ้ำซาก ความศรัทธาของประชาชนต่อกติกา การเลือกตั้ง และสภาผู้แทนราษฎร จะพังทลายตามไปด้วย
นอกจากนี้ ดร.เจษฎ์ ยังตั้งคำถามถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยของ กกต. จากกรณีมีการบุกชิงบัญชีรายชื่อในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมระบุว่าหากผู้ตรวจการเลือกตั้งยังไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่าหวังให้ประชาชนเชื่อมั่นในผลการเลือกตั้ง
ดร.เจษฎ์ ตำหนิการใช้งบประมาณจัดการเลือกตั้ง โดยย้ำว่าทุกบาททุกสตางค์มาจากภาษีของประชาชน การจัดการที่ผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า เท่ากับเป็นการละลายเงินภาษี พร้อมเตือนถึงการทำประชามติในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ที่จะมีบัตรลงประชามติเพิ่มเข้ามา ซึ่งอาจยิ่งสร้างความสับสน หาก กกต. ยังไม่ปรับปรุงการทำงานให้รัดกุมและโปร่งใส
ท้ายที่สุด ดร.เจษฎ์ ฝากถึง กกต. ว่ามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อเสถียรภาพของประเทศ หากยังจัดการเลือกตั้งอย่างผิดพลาดต่อเนื่อง จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน
และกระทบต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews