สรุปดราม่าเดือด ความเห็นต่างปม “เปลี่ยนคำนำหน้านาม” ของพรรคประชาชน
ยังคงเป็นประเด็นถกเถียง จากการที่ พรรคประชาชน เตรียมผลักดันให้ประชาชนมีสิทธิเลือกคำนำหน้านาม (นาย, นาง, นางสาว) ให้ตรงกับอัตลักษณ์ทางเพศของตนเอง เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียม ลดการเลือกปฏิบัติ และสอดคล้องกับยุคสมัย
แต่ความเห็นมีเป็น 2 ทางเสมอ เมื่อฝ่ายคัดค้านจะยกเหตุผลทางการแพทย์ มาเป็นข้อกังวลส่วนฝ่ายสนับสนุน มองว่า เป็นข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้น
เมื่อวันที่ 5 ม.ค. เพจ “Remrin” เจ้าของเพจเป็นบุคลากรทางการแพทย์ ได้ออกมาโพสต์ข้อโต้แย้ง กับข้อความโดยสรุปคือ
“ทางการแพทย์ มีโอกาสทำให้เกิดความผิดพลาดสูง โดยเฉพาะกรณีฉุกเฉินที่เราจะยืนยันเพศจากการดูบัตรประชาชนก่อน
เพราะโรคที่ฉุกเฉินของผู้ชายและผู้หญิงต่างกัน เช่น ชายข้ามเพศปวดท้องหนัก ก่อนจะหมดสติมา ซึ่งสาเหตุจริง ๆ มาจาก ซีสต์ที่รังไข่ขนาดมหึมาแตก บางคนตั้งครรภ์นอกมดลูกแล้วแตกขึ้นมา (มีนะถึงข้ามเพศแต่ท้องก็มี)
ซึ่งถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง เพราะหมอเข้าใจผิดว่าเป็นชายแท้มองข้ามโรคพวกนี้ไป แล้วแผนกศัลยกรรมรับเป็นเจ้าภาพเปิดท้องมา ก็ผิดแผนก ต้องเปลี่ยนเป็นหมอนรีเวช
แล้วที่เม้นว่าต่างประเทศไม่เคยมีปัญหาเรื่องนี้ คำตอบ คือ มี
ประเด็นคืออยากให้ฟังเสียงคนอื่นบ้าง ไม่ว่าจะแสดงความเห็นในด้านที่เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอันนี้หมอก็เสนอแนะกันหลายคนแล้วว่ามีประโยชน์ไม่คุ้มเสีย
ก่อนที่ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ใช้เฟสบุ๊ก “คิวเบเล่ย์ คณาสิต พ่วงอำไพ” มาตอบกลับโดยสรุปของโพสต์ คือ ยืนยันเข้าข้างคนข้ามเพศ นอนไบนารี และอินเตอร์เซ็กซ์ เพราะเป็นกลุ่มที่เดือดร้อนจริงๆและชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยง และเห็นว่ากฎหมายรับรองเพศและการเปลี่ยนคำนำหน้านามจำเป็น เพื่อแก้ปัญหาการถูกเลือกปฏิบัติ ถูกคุกคาม และการเข้าถึงชีวิตปกติอย่างมีศักดิ์ศรี
การร่างกฎหมายได้พูดคุยกับบุคลากรทางการแพทย์และผู้เกี่ยวข้องแล้ว ไม่ได้คิดแทนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมองว่าคนที่ไม่เห็นด้วยส่วนใหญ่เป็นคนตรงเพศ ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากปัญหานี้และเชื่อว่าหากแพทย์มีจรรยาบรรณและมนุษยธรรม ก็สามารถปรับตัวและหาทางออกร่วมกันได้
พร้อม เสนอแนวทางแก้ปัญหาทางการแพทย์ โดยเพิ่มข้อมูลความเป็นคนข้ามเพศในเวชระเบียนที่ผูกกับบัตรประชาชน ทำให้คำนำหน้านามในบัตรไม่ใช่ประเด็นสำคัญอีกต่อไป
และโพสต์นี้ ก็มีการคอมเม้นต์จากบุคลากรทางการแพทย์ค่อนข้างเยอะ อาทิ
ปัจจุบันเจอคำนำหน้านาย ก็จะผ่านขั้นตอนนี้ไปเลย จริงอยู่ครับ เราถามให้ละเอียดขึ้นได้ แต่ต้องเข้าใจว่า คนมีหลายประเภท บางคนเมื่อถามเสร็จอาจไม่พอใจ แค่ผมเจอกับเพศ F อย่างเดียวยังมีความซับซ้อน ในบางทีเลยครับ ถ้าต้องมาแยกย่อยอีกงานก็จะหนักขึ้นบ้าง ซึ่งก็จะเสี่ยงในการทำงานมากขึ้น การทำงานในโรงพยาบาลเราต้องหาแนวทางกำจัดความเสี่ยงในการทำงานอยู่เสมอ หากให้ผมมีสิทธิ์เลือกผมเลือกที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการลดความเสี่ยงตรงนี้ลงก่อนนะครับ
รักพรรคส้มนะครับ แต่ไม่ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความซับซ้อนทางการรักษา ในฐานะบุคคลกรทางการแพทย์คนนึง เห็นใจตนเองและคนหน้างานในแผนกอื่นๆ ที่ทำงานจริงๆไม่ใช่คนบนหอคอยที่คอยป้อนงานแล้วมาตรวจงานแบบสวยๆครับ ตัวชี้วัดไม่ตรงเป้าหมาย ผอ.รพ.ไม่พอใจก็มาบีบหน้างานอยู่ดี
จริงอยู่ครับแต่ละพรรคย่อมมีนโยบายที่ดีและไม่ดีซ่อนอยู่ แต่อะไรที่มันส่งผลดีแค่ความรู้สึก แต่กระทบระดับปฏิบัติงาน สิ่งนั้นควรเป็นแค่แนวคิดไว้พัฒนาต่อยอดเพื่อหาทางส่งผลให้น้อยที่สุดก่อนไม่สมควรเป็นนโยบายหรือสิ่งที่จะนำมาเสนอในระดับประเทศครับ
และล่าสุดวันนี้มีมุมมองของ อินฟลูเอนเซอร์ดัง และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับวงการบันเทิง-ความงามอย่าง Maew Petcharat Nantadsuwan” ที่โพสต์โดยสรุปว่า
การเปลี่ยนคำนำหน้านามเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของคนข้ามเพศ เพื่อไม่ให้ถูกเลือกปฏิบัติในชีวิตจริงขณะที่คนที่คัดค้านส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง
ส่วน ข้อกังวลเรื่องอาชญากรรม การหลอกลวง หรือการแพทย์เป็นความกลัวที่เกินจริงเพราะรัฐและแพทย์ยังตรวจสอบข้อมูลได้ และควรมองเป็นสิทธิของปัจเจกบุคคล
ไม่ใช่ปิดกั้นสิทธิของคนที่เดือดร้อนจริง
พร้อมยกตัวอย่างว่า ในสวิตเซอร์แลนด์เองช่วงแรก ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะเห็นด้วยกับกฎหมายนี้แต่พอกฎหมายเปลี่ยน ผู้คนก็ใช้ชีวิตกันตามปกติสุข เพราะกฎหมายไม่ได้กระทบสังคมส่วนใหญ่
หรือในยุโรปบางประเทศ มีให้เว้นว่างคำนำหน้า สำหรับผู้ไม่ประสงค์ใช้คำนำหน้านามระบุเพศแต่ใครจะประสงค์ใช้คำนำหน้าว่างอย่างไร ก็เป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานของปัจเจกบุคคล เพราะ Data
ของรัฐถือว่าครอบคลุมและสืบค้นได้”
และล่าสุด พรรคประชาชนออกมาสรุปดราม่าแล้วค่ะ ว่า แพทย์ไม่ต้องกังวล “การเปลี่ยนคำนำหน้า” ไม่ได้อันตรายอย่างที่คิด พร้อมชูวิธี
ณัฐยา บุญภักดี สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุว่า พรรคประชาชนเห็นความจำเป็นในการผลักดัน กติกาที่ไม่เลือกปฏิบัติต่อ LGBTIQ+ เพราะคนข้ามเพศจำนวนมากเดือดร้อนจากคำนำหน้านามที่ไม่ตรงกับรูปลักษณ์ เช่น ปัญหาด่านตรวจคนเข้าเมือง
ขณะเดียวกันพรรคยอมรับความกังวลของบุคลากรแพทย์ แต่ย้ำว่า การเปลี่ยนคำนำหน้านาม ไม่ใช่การเปลี่ยนเพศ และข้อมูลเพศกำเนิดยังตรวจสอบได้จากชิปบัตรประชาชน จึงไม่กระทบการรักษา
นายแพทย์วาโย รองหัวหน้าพรรคประชาชน เสนอว่า หากรัฐกังวลเรื่องข้อมูลทางการแพทย์สามารถแยกการเปลี่ยนคำนำหน้านามออกจากข้อมูลเพศกำเนิด โดยให้ระบุข้อมูลเพศกำเนิด
ในบัตรประชาชนในรูปแบบทางการแพทย์ เช่น รหัสโครโมโซม (XX/XY) หรือสัญลักษณ์เฉพาะเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉิน และลดความกังวลของแพทย์
ขณะเดียวกันพรรคประชาชนเห็นว่าเรื่องนี้ยังต้องเปิดพื้นที่พูดคุยกับทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม บนฐานความเคารพเพื่อหาทางออกที่ไม่เลือกปฏิบัติ และทำให้สังคมอยู่ร่วมกันได้โดยไม่กีดกันเพราะความหลากหลายทางเพศ
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews





