“ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เดินทางมาพร้อมนักแสดงผู้ถูกกล่าวหาในคดี “แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์”เข้าพบพนักงานสอบสวน พร้อมเปิดฉากโต้กลับสำนักรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม และกองสืบนครบาล 2
วันนี้ ที่สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ทนายอั๋น บุรีรัมย์” เดินทางมาพร้อมนักแสดงผู้ถูกกล่าวหาในคดี “แต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์” เพื่อเข้าพบพนักงานสอบสวน พร้อมเปิดฉากโต้กลับสำนักรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม และกองสืบนครบาล 2 แบบเผ็ดร้อนชนิดไม่ไว้หน้าใคร
เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นจากกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2568 ที่ทนายอั๋นจัดขึ้นหน้ากระทรวงยุติธรรม เพื่อยื่นหนังสือจับตาการทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่ในคดีสำคัญอย่างคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. และคดีที่ดินเขากระโดง กิจกรรมประกอบด้วยการแต่งกายคล้ายพระสงฆ์ ผี และหมอผี เพื่อทำพิธีพรมน้ำมนต์เชิงสัญลักษณ์สื่อว่า “ขอให้กระทรวงยุติธรรมสะอาด ปราศจากสิ่งไม่ดีและการแทรกแซง”
แต่กิจกรรมที่ตั้งใจเพียงสื่อสารกลับถูกยกระดับเป็นคดีความ เมื่อเจ้าหน้าที่จากสำนักรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมไปร้องเรียนต่อสืบนครบาล 2 ให้ตรวจสอบว่ามีการแต่งกายเลียนแบบพระสงฆ์ ซึ่งเข้าข่ายผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 208 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท
เมื่อสืบนครบาล 2 ตรวจสอบข้อมูลและพบว่านักแสดงในกิจกรรม “ไม่ใช่พระจริง” จึงส่งเรื่องให้ดำเนินคดีตามกฎหมาย ทำให้ทนายอั๋นปะทุอารมณ์ทันที และตั้งคำถามต่อเจ้าหน้าที่ว่า “ดูไม่ออกจริง ๆ เหรอว่าเขาไม่ใช่พระ? ไม่โกนคิ้ว ไม่โกนหัว แค่ห่มผ้าเหลือง แล้วแบบนี้ละครทุกเรื่องที่มีฉากพระสงฆ์ต้องโดนจับหมดหรือไง?”
ทนายอั๋นยังตั้งข้อกังขาว่าทำไมเฉพาะผู้แต่งกายคล้ายพระเท่านั้นที่ถูกดำเนินคดี ทั้งที่เมื่อวันเกิดเหตุก็มีนักแสดงแต่งเป็น “ผี” และ “หมอผี” อยู่ด้วย
แล้วเหตุใดถึงเลือกแจ้งจับเพียงบางคน? เป็นเพราะอะไร? นี่คือการเลือกปฏิบัติหรือไม่? นอกจากนี้ยังมีการตั้งคำถามถึงบทบาทของสืบนครบาล 2 ว่าทำไมจึงรับเรื่องร้องเรียนลักษณะนี้ ทั้งที่คดีสำคัญระดับประเทศอย่างคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ หรือพระปลอมที่ตระเวนรีดไถเงินชาวบ้าน ยังแก้ไม่ตก
ทนายอั๋นยืนยันหนักแน่นว่า เรื่องนี้คือการ “ใช้กฎหมายผิดทิศผิดทาง” และเป็นการกลั่นแกล้งทางกฎหมาย พร้อมประกาศชัดว่าเตรียมแจ้งความกลับทั้ง ผู้อำนวยการสำนักรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม เจ้าหน้าที่สืบนครบาล 2 ที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่าการกระทำครั้งนี้ทำให้ประชาชนผู้เป็นเพียงนักแสดงจากจังหวัดจันทบุรีต้องมาเสี่ยงคดีอาญา ทั้งที่เจตนามีเพียงการร่วมกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews