เปิดไทม์ไลน์บุกจู่โจมเรือนจำพิเศษกรุงเทพ สางปมอื้อฉาวคุกVIP ห้องลับใต้บันได

ข่าว

 

กรณีเรื่องอื้อฉาวในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับการเอื้อประโยชน์ผู้ต้องขังจีนเทา เป็นที่มาให้ผู้บัญชาการเรือนจำ ถูกให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมกับคำสั่งย้ายเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ที่เหลืออีกบางส่วน

 

นายยุทธนา นาคเรืองศรี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ในฐานะโฆษกกรมราชทัณฑ์ และรักษาการผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงไทม์ไลน์การเปิดปฏิบัติการตรวจค้นจู่โจม เมื่อวันอาทิตย์ที่ 16 พ.ย.68 ว่า ตนได้มีการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นจู่โจมเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ในเวลา 10.45 น. จนถึงเวลา 18.30 น. และในตอนเย็นของวันเดียวกัน ก็ปรากฏเอกสารคำสั่งย้าย 20 เจ้าหน้าที่เรือนจำฯ ไปปฏิบัติหน้าที่ในเรือนจำต่างจังหวัด รวมถึงคำสั่งแต่งตั้งให้ตนเป็นรักษาการ ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม ประเด็นพัศดีเวร ที่มีการตั้งข้อสังเกตกันว่า เหตุใดใน 20 รายชื่อเจ้าหน้าที่เรือนพิเศษกรุงเทพฯ จึงไม่มีชื่อของเจ้าหน้าที่พัศดีเวรนั้น เนื่องด้วยในวันตรวจค้นจู่โจมพัศดีเวรดังกล่าวไม่ได้อยู่ในบริเวณนั้น

ส่วนการเปิดปฏิบัติการนั้น ตนได้เตรียมชุดพิเศษที่ขอรับการสนับสนุนจาก ผบ.เรือนจำต่างจังหวัดให้รอสแตนด์บายไว้ยังจุดโดยรอบเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ขณะที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ จะมอนิเตอร์ อยู่ในห้องวอร์รูม จากนั้นเมื่อถึงเวลา ตนได้นั่งรถ ผบ.เรือนจำชุดอื่น เข้าไปด้านในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อไม่ให้มีการรู้ทัน และเดินเข้าประตูภายในอาคารสำนักงานผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก่อนเดินขึ้นบันไดเวียน จากชั้น 1 ไปชั้น 2 ที่เป็นห้องทำงานของ ผบ.เรือนจำฯ ซึ่งก็พบว่า ในห้องทำงานของ ผบ.เรือนจำฯ มีกล้องวงจรปิด มีโต๊ะ 1 ตัว และเมื่อเดินเข้าไป ตนก็เเจ้งการตรวจค้น แก่ ผบ.เรือนจำฯ และพบว่า ผบ.เรือนจำฯ อยู่กับเจ้าหน้าที่ 2 คน แล้วตนก็เดินลงชั้น 1 เพื่อเข้าแดนด้านในเรือนจำฯ

 

ในการเข้าตรวจค้นจู่โจมเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้มีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่เรือนจำอื่น ๆ กว่า 100 นาย โดยมีการตรวจทุกแดน ยกเว้น แดน 3 และแดน 5 เนื่องจากกำลังไม่เพียงพอ ซึ่งในการเข้าตรวจค้นแดนขัง จึงทำให้พบสิ่งของต้องห้ามและสิ่งของเกินความจำเป็น

 

จนนำมาสู่คำสั่งย้ายเจ้าหน้าที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร จำนวน 20 ราย และในวันอังคารที่ 18 พ.ย.68 ได้มีการตรวจค้นจู่โจมอีกครั้ง โดยเน้นเฉพาะแดนที่มีผู้ต้องขังจีนเทาอยู่ และจัดระเบียบเรือนจำ เอาสิ่งของเครื่องใช้ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ไม่อนุญาตตามกฎหมายราชทัณฑ์ ออกมาให้หมด ไม่ว่าจะเป็น ตู้เย็น พัดลม เนื้อ อาหารสด ไฟแช็ค เหล็กแหลม มีดดัดแปลง มีดคัตเตอร์ เป็นต้น ซึ่งเจอสิ่งของต้องห้ามเหล่านี้ในแดนใดก็ต้องโยกเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบแดนนั้นออกไป

 

ทางด้าน นายกลยุทธ พานาสันต์ ผู้อำนวยการกองทัณฑวิทยา เปิดเผยถึงเงินที่ถูกนำมาใช้ สร้างห้องลับใต้บันไดซึ่งเป็นห้องเกิดเหตุนั้น ตนยังไม่สามารถตอบได้ว่าเป็นเงินจากแหล่งใด เพราะเงินในเรือนจำฯ ในการปรับปรุงอาคารสถานที่เพื่อประโยชน์บริหารงานมี 3 ส่วน

 

1.เงินงบประมาณ (ต้องดูแบบแปลนคำขอตั้งงบ)

2.เงินสวัสดิการร้านค้า เพราะในเรือนจำ มีร้านสงเคราะห์ผู้ต้องขัง จัดสวัสดิการระบบน้ำดื่ม เสื้อผ้า

3.เงินทุนฝ่ายฝึกวิชาชีพ เวลาผู้ต้องขังทำโต๊ะเก้าอี้จำหน่าย จะมีการคืนให้ผู้ต้องขังและสามารถใช้เป็นทุนหมุนเวียนได้

 

ดังนั้น จึงต้องมีการตรวจสอบจากระบบหนังสือเอกสาร เพราะถ้าเป็นเงินจากงบประมาณ มันก็จะถูกบันทึกลงในระบบอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นเงินจากร้านค้าสวัสดิการสงเคราะห์ผู้ต้องขัง หรือส่วนฝึกวิชาชีพ มันก็ต้องมีมีการเสนอเรื่องมา แต่ตอนนี้ยืนยันได้ว่าไม่ได้เป็นงบจากร้านค้า สวัสดิการผู้ต้องขังและส่วนฝึกวิชาชีพแน่นอน เรื่องนี้จึงต้องอาศัยวิธีการสืบสวนของทางดีเอสไอ ส่วนเงินที่ใช้ในการปรับปรุงห้องเยี่ยมญาติของเรือนจำนั้น เราก็เพิ่งจะได้งบประมาณการปรับปรุง จุดเยี่ยมญาติมา 30 ล้านบาทของปีงบประมาณ 2569 จึงเป็นไปไม่ได้ที่เงินดังกล่าว จะถูกนำมารีโนเวทห้องลับใต้บันไดตามที่เป็นข่าวแน่นอน เพราะเวลาไม่สอดคล้องกัน

 

อย่างไรก็ตาม ในวันศุกร์ที่ 28 พ.ย.นี้ นายไพฑูรย์ มงคลหัตถี ผู้ตรวจราชการกรมราชทัณฑ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง จะเข้ารายงานความคืบหน้าการตรวจสอบ กรณีเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รับทราบ หากผลวินัยออกมาแล้ว และพบว่าบุคคลใดที่เข้าข่ายความผิดทางคดีอาญาด้วยก็ต้องดำเนินการทั้งหมดต่อไป

 


 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews