‘ไทยศรีวิไลย์’ รุก ‘หนองคาย’ เปิดตัว 2 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ร่วมชิงชัย

ข่าว ภูมิภาค
‘ไทยศรีวิไลย์’ รุก ‘หนองคาย’ เปิดตัว 2 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ร่วมชิงชัย  ‘พี่เต้’ แจงยิบนโยบายอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 1.5 แสนบาทต่อครัวเรือน ย้ำต้องใช้คืนเดือนละ 3,125 บาท ต้องมีคนค้ำประกัน 3 คน

 

 

 

เชื่อจะทำให้จีดีพีโตขึ้นเกือบ 20 % มีเงินภาษีคืนถึง 6.5 แสนล้านบาท อ้อนเลือกให้ถึง 50 เสียงเพื่อให้มีอำนาจเพื่อต่อรองในการทำนโยบาย – ด้าน ‘กุ้งพลอย’ ยัน ‘ปัญหาการพนันออนไลน์ – ปัญหายาเสพติด’ ต้องแก้ไขให้หมดไป ประกาศพร้อมเป็นอีกหนึ่งแรง เพื่อขัดขวางไม่ให้กัญชาขายได้อย่างเสรี เพื่อปกป้องชีวิตของเด็กและเยาวชน

 

 

นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ พลโท อัศวิน รัชฎานนท์,นายวิวัฒน์ เจริญพาณิชย์ศิริ รองหัวหน้าพรรค ,นายศยุน ชัยปัญญา เลขาธิการพรรคฯ,นายสรกฤช จันทรคณา โฆษกพรรค,นางสาวกนิษฐรินทร์ พัชรภักดีโชติ กุ้งพลอย หรือ ติ๊ก บิ๊กบราเทอร์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 จ. อ่างทอง รองโฆษกพรรค นางสาวอริญรดา สาระชัย นายทะเบียนพรรค,นางสาวณัฐปภัสร์ วรธันย์ผาสุข รองโฆษกพรรค ,นางสาวกฤษยากร สรชัย ผู้ช่วยเหรัญญิกพรรค,นายอนุรักษ์ อมรเมตตาจิตต์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรค,นายอดิศร สังข์จันทร์ ,

 

 

นายอนวรรช ศรีคำเงิน กรรมการบริหารพรรค ดร.กฤตภาส คงคาพิสุทธิ์ ประธานยุทธศาสตร์ด้านพลังงานพรรคไทยศรีวิไลย์ และ นส. ชนิมนต์ สืบอ้าย เจ้าหน้าที่พรรค ได้ลงพื้นที่ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย โดยนายมงคลกิตติ์และคณะ ได้ขึ้นรถหาเสียงไปรอบๆ อ.ศรีเชียงใหม่ เพื่อเชิญชวนให้ประชาชนมาฟังปราศรัย ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก

 

 

จากนั้น นายมงคลกิตติ์ และคณะ ได้สักการะศาลเจ้าแม่นางอั้ว ซึ่งอยู่บริเวณใกล้กับที่ปราศรัย เพื่อขออวยพรให้พรรคไทยศรีวิไลย์ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้ง ส.ส. ที่จะถึงนี้ หลังจากนั้น จึงได้เปิดเวทีปราศรัย ณ ตลาดชุมชนบ้านหม้อ ต.บ้านหม้อ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย พร้อมกับมีการเปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. หนองคาย จำนวน 2 ราย จาก 3 เขตเลือกตั้ง คือ นายชณกฤดิ์ จันทร์รุ่งโรจน์ เขต 1 (อ.เมือง,อ.สระใคร,อ.โพนพิสัย) และ นายจิรวัฒณ์ โพธิเนตร เขต 3 (อ.เมือง,อ.ท่าบ่อ,อ.ศรีเชียงใหม่,อ.โพธิ์ตาก,อ.สังคม) โดยมีประชาชนมาร่วมฟังปราศรัยกว่า 1,000 คน

 

นายมงคลกิตติ์ กล่าวปราศรัยว่า พรรคไทยศรีวิไลย์ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2561 และได้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งในปี 2562 ซึ่งขณะนั้น ทางพรรคยังไม่ได้มีนโยบายอะไรมากนัก เนื่องจากยังไม่ทราบว่า สถานการณ์การเมืองในเวลานั้นเป็นอย่างไร แต่เมื่อตนได้รับเลือกตั้งและเข้าไปทำงานในสภาผู้แทนราษฎรแล้ว สามารถรู้ได้ว่า การบริหารราชการแผ่นดินเกิดปัญหาอะไรบ้าง และจะแก้ปัญหาได้อย่างไร

 

 

ทั้งนี้ ในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด – 19 ถือเป็นเรื่องที่มาซ้ำเติมสภาพเศรษฐกิจที่ผ่านมา ซึ่งทำให้ประชาชนเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ทั้งเรื่องของชาวนาที่ขายข้าวไม่ได้ราคา ชาวไร่ที่ขายผลิตผลไปแล้วได้ราคาต่ำ และยังมาทุกข์ร้อนใจ ด้วยการเป็นหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) รวมทั้งหนี้นอกระบบอีก ทั้งนี้ ประเทศไทยมีครัวเรือนทั้งหมด 22 ล้านครัวเรือน และมีหนี้เฉลี่ยครัวเรือนละ 1.5 – 2 แสนบาท และขณะนี้ ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะ 10.5 ล้านล้านบาท โดยที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สร้างหนี้สาธารณะคนเดียว 5 ล้านล้านบาท เก่งกว่านายกรัฐมนตรีคนที่ผ่านๆ มา ส่วนหนี้ครัวเรือนมีทั้งหมด 15 ล้านล้านบาท

 

 

จึงทำให้ปัจจุบันนี้ รัฐบาลไม่สามารถกู้เงินเพื่อมาทำอะไรได้อีกแล้ว ดังนั้น รัฐบาลจึงมีการออกกฎกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ชาวต่างชาติมาซื้อที่ดินในประเทศไทย แต่ปรากฏว่า ประชาชนและพรรคไทยศรีวิไลย์ ต่างคัดค้านอย่างหนัก โดยทางพรรคฯ ได้ใช้ช่องทางในการฟ้องศาลปกครอง ยื่นเรื่องให้กับผู้ตรวจการแผ่นดิน และยื่นศาลรัฐธรรมนูญ สุดท้ายแนวคิดดังกล่าวก็ไม่สามารถไปต่อได้ ทำให้ประเทศตกอยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถกู้เงินเพื่อมาทำประโยชน์อะไรไม่ได้มากนัก เพราะฉะนั้น นโยบายของพรรคไทยศรีวิไลย์ ในการช่วยเหลือประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจโดยภาพรวมไปด้วย นั่นก็คือ นโยบายอัดฉีดเงินระบบ 1.5 แสนบาท ซึ่งจะต้องใช้เงินถึง 3.3 ล้านล้านบาท

 

 

ซึ่งจะมีการออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ทำความตกลงกับธนาคารพาณิชย์ และธนาคารในกำกับรัฐบาลที่มีราว 11 ธนาคาร แบ่งกันรับผิดชอบธนาคารละ 3.3 แสนล้านบาท อัดฉีดเข้าบัญชีประชาชนทันที แต่ไม่ใช่เป็นการให้เปล่า ซึ่งจะต้องมีการชำระหนี้เดือนละ 3,125 บาท โดยต้องมีคนค้ำประกันทั้งหมด 3 คน และมีการทำประกันปีละ 50 บาท 4 ปีก็ 200 บาท

 

 

เพื่อรองรับกรณีการเสียชีวิต ซึ่งยืนยันว่า นโยบายนี้ ไม่ได้เป็นการก่อหนี้สาธารณะ เพราะมีมาตรการที่เข้มข้นในการใช้เงินคืน ทั้งนี้ ผลจากนโยบายดังกล่าว จะทำให้จีดีพีโตขึ้นเกือบ 20 % มีเงินภาษีจากการจัดเก็บรูปแบบต่างๆ ถึง 6.5 แสนล้านบาท ซึ่งจะย้อนกลับไปเป็นรายได้ของรัฐทันที รวมทั้ง ชีวิตโดยรวมของพี่น้องประชาชนจะดีขึ้น ซึ่งนโยบายนี้จะสามารถเกิดขึ้นได้เลย ถ้ายังมี ส.ส. เพียงแค่ 1 – 2 คน

 

 

ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ดังนั้น ตนจึงอยากขอความกรุณาประชาชน ช่วยกันเลือกพรรคไทยศรีวิไลย์ให้มี ส.ส. ถึง 40 – 50 คน ซึ่งจะทำให้มีอำนาจต่อรองกับพรรคการเมืองอื่นๆ และสามารถทำนโยบายนี้ตามอำนาจที่ประชาชนมอบหมายให้ โดยตนยืนยันว่า หากผ่านพ้นกระบวนการเลือกตั้ง จนมีรัฐบาลใหม่และรัฐบาลใหม่ก็ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาแล้ว ตนจะใช้อำนาจเพื่อเร่งรัดให้รัฐบาลทำนโยบายการอัดฉีดเงินเข้าระบบและเบี้ยสูงอายุ 5,000 บาททันที

 

ทางด้าน นางสาวกนิษฐรินทร์ กล่าวปราศรัยว่า ขณะนี้ ปัญหาการพนันออนไลน์ และปัญหายาเสพติด กำลังรุกล้ำเข้าไปยังเด็กและเยาวชนในวัยเรียน เพราะยังอยู่ในช่วงวัยที่ยังไม่สามารถรับมือกับปัญหาและมีวิจารณญาณในการตัดสินใจได้ ดังนั้น ปัญหาเหล่านี้พรรคไทยศรีวิไลย์มุ่งมั่นที่จะต้องแก้ไขให้หมดไป โดยมีนโยบายที่สำคัญคือ การดึงการพนันออนไลน์ให้ถูกกฎหมาย

 

 

โดยจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด และจะต้องนำรายได้ส่วนใหญ่จากการดำเนินกิจการ มาเป็นรายได้แผ่นดิน เพื่อนำมาจัดสรรเป็นสวัสดิการของประชาชน และเป็นการบีบบังคับให้เว็บไซต์การพนันเหล่านี้ ไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ จะทำให้ลูกหลานไทยปลอดจากการพนัน ส่วนการปราบปรามยาเสพติด ก็เห็นว่า นโยบายแบบดุดันไม่เกรงใจใคร โดยเฉพาะ การปราบปรามถึงต้นน้ำ โดยการเผาแหล่งผลิตยาเสพติดรายใหญ่ รวมทั้งหากมีการนำเข้ามา ก็จะต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาด เพื่อรักษาชีวิตของคนไทยและปกป้องลูกหลานจากภัยของยาเสพติด

 

 

ทั้งนี้ ในเรื่องจุดยืนเกี่ยวกับกัญชานั้น ก็ยืนยันตามแนวคิดของพรรคฯ ที่ต้องการให้เป็นยารักษาโรคบางชนิดเท่านั้น ไม่แนะนำให้ขายกันแบบเสรี เพราะจากประสบการณ์ที่ตนได้ทราบมา สารในกัญชามีระดับความแรงไม่เท่ากัน ซึ่งจากข่าวที่ผ่านมา มีเด็กตกเป็นข่าวจากอันตรายจากสารในกัญชามีมาอยู่เรื่อยๆ ดังนั้น ตนไม่อยากให้กัญชามาทำลายสมองของเด็กและเยาวชนไทย ซึ่งตนก็ขอเป็นอีกเสียงหนึ่งที่จะยืนยันว่า หากตนได้เป็น ส.ส. และมีการนำร่าง พ.ร.บ.ที่เกี่ยวข้องกับกัญชา เพื่อปลดล็อกให้ขายอย่างเสรีแล้ว ก็จะขัดขวางอย่างถึงที่สุดด้วยเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews