“หมอวรงค์”สวน”อนุทิน”เลิกสร้างวาทกรรมกำแพง

การเมือง ข่าว
“หมอวรงค์”สวน”อนุทิน”เลิกสร้างวาทกรรมกำแพง ชี้ นายกฯ ต้องเป็นผู้ใหญ่ เร่งแก้ปัญหาปากท้อง ซัดรัฐบาลมีเรื่องเพียบ จี้คืนสิทธิบัตรคนจน 5 ล้านคน ลั่น “คนจนไทยมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ขี้รำคาญ”

 

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี เรียกร้องรัฐบาลทบทวนการตัดสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมที่ไม่ได้ยื่นอุทธรณ์ประมาณ 5 ล้านคน โดยเห็นว่าควรคืนสิทธิให้ทั้งหมด เพราะการที่ประชาชนไม่ยื่นอุทธรณ์ไม่ได้หมายความว่ามีฐานะดีขึ้น แต่ส่วนหนึ่งเกิดจากความยุ่งยากของขั้นตอนและความเบื่อหน่ายกับกฎเกณฑ์ของรัฐ ทั้งนี้ การให้ประชาชนใช้แอปพลิเคชันหรือเดินทางไปยื่นอุทธรณ์ตามจุดที่กำหนดโดยเฉพาะธนาคารเพียง 5 สาขา เป็นภาระสำหรับประชาชนจำนวนมาก บางคนต้องเดินทางเป็นเวลาหลายชั่วโมง จึงอยากให้รัฐบาลลงพื้นที่และเข้าใจข้อจำกัดของประชาชนมากกว่าการมองจากทำเนียบรัฐบาลหรือรัฐสภาพร้อมสะท้อนเสียงจากประชาชนว่า “คนจนไทย มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ขี้รำคาญ” เพราะบางคนไม่ได้ต้องการเสียเวลาไปกับกระบวนการอุทธรณ์เพื่อเงิน 300 บาทต่อเดือน และหากรัฐบาลยังสร้างกฎเกณฑ์ยุ่งยากประชาชนก็อาจเลือกไม่รับสิทธิ พร้อมเตือนว่า “จำไว้ว่า วันหนึ่ง คนจนจะลงโทษรัฐบาลชุดนี้เอง”

นพ.วรงค์ ประเมินผลงานรัฐบาลว่า “ไม่ผ่าน” โดยยกประเด็น TH-AI Passport เป็นหนึ่งในเรื่องที่ต้องจับตา พร้อมตั้งคำถามถึงการเปลี่ยนรูปแบบการจ่ายเงินจากเดิมเป็นงวด มาเป็นรายเดือน โดยเห็นว่าหากเงื่อนไขหรือรูปแบบโครงการเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ รัฐบาลควรพิจารณาว่าจำเป็นต้องเปิดประมูลใหม่หรือไม่ เพื่อให้เกิดการแข่งขันและราคาที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด

 

นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงกรณีเงินสดธนบัตร 1,000 บาทที่หายออกจากระบบเป็นมูลค่าประมาณ 140,000 ล้านบาท โดยเห็นว่ารัฐบาลควรเร่งตรวจสอบ เพราะอาจเกี่ยวข้องกับเงินเทาหรือเงินจากการทุจริตพร้อมตั้งคำถามว่าทำไมรัฐบาลยังไม่ออกมาแสดงท่าทีอย่างจริงจัง

ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ นพ.วรงค์ กล่าวว่า ยังมีเวลาในการพิจารณา เพราะรัฐบาลมีประเด็นให้ตรวจสอบจำนวนมาก ทั้งเรื่องฮั้วเลือก สว. ที่ดินเขากระโดง และประเด็นอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง

 

นพ.วรงค์ ยังวิจารณ์การตอบโต้ทางการเมืองและวาทกรรมเรื่อง “กำแพง” โดยเห็นว่าฝ่ายค้านหลักมีหน้าที่ตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลอยู่แล้ว แต่ฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี ควรวางตัวให้มีวุฒิภาวะและทำหน้าที่บริหารประเทศ เพราะประชาชนต้องการให้ท่านมาแก้ปัญหาปากท้อง ไม่ได้ต้องการรัฐบาลที่มาสร้างวาทกรรมผ่านไปวัน ๆ พร้อมระบุว่า นายกรัฐมนตรี ไม่ควรเสียเวลาไปกับการทะเลาะหรือโต้ตอบทางการเมือง แต่ควรนำเวลาไปจัดการปัญหาประเทศให้เกิดความชัดเจนและเดินหน้าต่อ เพราะการสร้างวาทกรรมไปมาไม่ได้ทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ และเป็นการเสียเวลาของประเทศโดยไม่จำเป็น

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่