“อนุทิน” ถาม “โรม” พูดกี่ครั้งแล้ว เป็นจริงหรือไม่ แขวะ พูดตามสติปัญญาที่มี ไม่มีข้อมูลจริง ยันไม่เกี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น ไม่มีหน้าที่ดู TOR แต่มีหน้าที่หาคนผิดมาลงโทษ ลั่น เกลียดเรื่องโกง โว ! สั่งล้างโกงเดือนเดียวเห็นผล
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายรังสิมันต์ โรม เป็นประธานกรรมาธิการ มีการอ้างชื่อนายกรัฐมนตรี เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยเป็นคนเลือกทีโออาร์ ผลักดันให้มหาวิทยาลัยบูรพา พ้นจากการรับงาน ว่าจะให้ตนตอบอย่างไร ตอนนี้เรื่องอยู่ในมือของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. ตำรวจ ปปง. และหลายคณะกรรมการ ซึ่งผลสอบสวนเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ตนก็ยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตนเกี่ยวข้องอย่างเดียวคือไม่ให้โกง
ยืนยันว่าตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำทีโออาร์ ไม่รู้เรื่อง มันไม่ใช่หน้าที่ของนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่จะต้องมานั่งดูว่าทีโออาร์เป็นอย่างไร นโยบายที่เรามอบให้ไป คือ การกระทำใด ๆ ก็ตาม ในหน่วยงานที่เรากำกับดูแล ต้องเป็นเป็นไปตามกฏหมายสุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้

“ไอ้สิ่งที่เราทำ ก็ไม่พูด ไปพูดแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง วันนี้ดำเนินคดีไปแล้วกี่คน แจ้งข้อหาไปแล้วกี่คน แต่เราไม่ใช่ศาลฯ เราไปลงโทษเขาเองไม่ได้ แต่ก็แจ้งข้อกล่าวหาไปแล้ว”
นายอนุทิน ยังระบุอีกว่าเมื่อวานนี้นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ไปร่วมประชุม ก.กลาง นำผลของ กสถ. ไปร่วมประชุม ซึ่ง ก.กลาง ก็ประชุมอีกทีสุดท้ายผลก็ออกมาเหมือนเดิม ก็ต้องประกาศยกเลิกผู้ที่ได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการ ที่มีพฤติกรรมสอบไปในทางทุจริต 5,000 กว่าราย โดยหลังจากนี้ ก.กลาง ก็จะส่งมติไปให้ส่วนท้องถิ่น และส่งไปให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ซึ่งนี่คือขั้นตอนตามกฏหมาย ไม่ใช่จะทำให้มันยืดเยื้อ และผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ก็จะส่งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่รับคนพวกนี้เข้าไป และจะไม่มีการจ้าง เพราะมาไม่ถูกต้อง
ส่วนที่แม้จะมีคณะกรรมการตรวจสอบ และมีผลตรวจสอบแล้ว แต่ก็มีความพยายามที่จะให้นายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบ อยากย้อนถามหรือไม่ว่า
จะต้องรับผิดชอบแค่ไหนถึงจะพอใจ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนรับผิดชอบในหน้าที่ทำงานของตนอยู่แล้วในทุกวันนี้ มันไม่ต้องแสดงอะไรไปมากกว่านี้ ทุกคนทำงานมีความรับผิดชอบตามภาระหน้าที่ ตราบใดที่เขายังทำงานซื่อสัตย์สุจริต และไม่ได้มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ดังนั้นการรับผิดชอบก็คือการหาคนกระทำความผิด มาลงโทษ และทำสิ่งที่ถูกต้องให้เกิดขึ้น อย่าให้มันเกิดขึ้นอีกในการคัดสรรตัวบุคคลเข้ามารับผิดชอบงานต่าง ๆ เหล่านี้ ถึงบอกว่า อาวุโสอย่างเดียวพอไหม ประวัติการทำงานต้องนำมาประกอบด้วยหรือไม่ ผลงานฝีมือ เชาว์ไวไหวพริบ ต้องนำมาประกอบกันทั้งหมด นี่คือสิ่งที่เราพยายามไม่ให้เกิดขึ้น
ส่วนที่นายรังสิมันต์ พยายามดึงชื่อนายกรัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวข้อง นายอนุทิน กล่าวว่า คุณโรม เคยพูดอะไรแล้วเป็นไปตามนั้นบ้าง ซึ่งเขาก็พูดให้มันเป็นประเด็น มีเรื่องมีราวขึ้นมาให้มันเป็นข่าว แต่เขาไม่มีข้อมูลอะไรที่มันเป็นข้อเท็จจริง ใช้การคาดเดาตามสติปัญญาที่เขามี ซึ่งก็พูดตามสิ่งที่เขาคิดออกมา และไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามที่เขาคิด กี่เรื่องต่อกี่เรื่องแล้วก็ปล่อยเขาไปเถอะ ตนก็มีหน้าที่ทำตามในสิ่งที่ตนต้องรับผิดชอบ คือการเอาคนผิดมาลงโทษ ปลดคนที่ทุจริต ไม่ให้ได้รับการจ้าง และอำนวยความยุติธรรมให้กับคนที่เข้ามาสอบอย่างสุจริต ซึ่งทุกอย่างมีกรอบของการปฎิบัติหน้าที่ เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร

ส่วนมั่นใจใช่หรือไม่ว่าฝ่ายค้านจะนำเรื่องนี้ไปอภิปรายก็ไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ นายอนุทิน ถามกลับว่า คำว่ามั่นใจคืออะไร ซึ่งก็ต้องมั่นใจว่าตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำอะไรมิชอบ หากตนเองทำอะไรที่มันมิชอบแล้ว มันไม่มีทางไม่มั่นใจหรอกครับ แต่ที่มั่นใจได้ เพราะตนไม่ได้ทำอะไรที่มันไม่ได้สุจริต ซึ่งตนเกลียดเรื่องพวกนี้ เผลอ ๆ เกลียดมากกว่าคนพวกนั้นด้วยซ้ำ ก็ขอให้ไปดูที่ตนได้สั่งการและมอบนโยบาย ก็สามารถมาถึงจุดนี้ได้ ซึ่งมันช้าไปหรือไม่เป็นเวลาหนึ่งเดือน บางคดียาวนาน 5 -10 ปี อย่างเรื่อง 44 สส. กว่าเขาจะสอบก็ถึงปีหน้าเลย ซึ่งเรื่องของเราเห็นตัวผู้กระทำผิดแล้ว มันอยู่ที่ว่าเขาอยากจะพูดอะไร หากไม่หวังดีไม่ปรารถนาดีกับรัฐบาล เขาก็จะพูดอีกอย่างหนึ่ง และเป็นเฟกนิวส์ ตอนนี้คนพูดเฟกนิวส์เยอะ คนพูดมากแล้วพลาดมีเยอะ ก็ปล่อยให้เขาทำไป เราก็อย่าพลาดก็แล้วกัน เราก็ต้องทำให้มันไม่พลาด โดยการไม่ไปทำผิด
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news