“สีหศักดิ์” แถลง “มิน ออง ไลง์” เยือนไทย เดินหน้าฟื้นปฏิสัมพันธ์ ดันเมียนมาคืนอาเซียน ยินดี ICRC เข้าพบ “ซูจี” หวังเปิดทางผู้แทนอาเซียนเข้าเยี่ยม เชื่อเมียนมารู้ต้องทำอะไรเพื่อสันติภาพ ขณะ ชี้แก้ปัญหามลพิษข้ามแดน ต้องวัดที่การกระทำ จ่อควง รมว.ตปท.เมียนมา ลงพื้นที่จริง พร้อมรับบทผู้อำนวยความสะดวกสู่สันติภาพ
นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวผลการเยือยไทยของนายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
นายสีหศักดิ์ กล่าว่าวันนี้ถือเป็นวันแรกของการเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการของนายมิน ออง ไลง์ ซึ่งช่วงเช้ามีพิธีต้อนรับที่ทำเนียบรัฐบาลและหารือกับนายกรัฐมนตรี ทั้งกลุ่มเล็กและเต็มคณะ ซึ่งถือเป็นการเยือนไทยครั้งแรกหลังจากที่นายมิน ออง ไลง์ ได้รับเลือกตั้งและเข้ารับตำแหน่งในเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และเป็นการเยือนในระดับประธานาธิบดีครั้งแรกในรอบ 8 ปี ซึ่งมีความสำคัญเพราะเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกัน 2,400 กิโลเมตร มีความเชื่อมโยงทั้งมิติความมั่นคงและประชาชน

การเยือนครั้งนี้ นายมิน ออง ไลง์ มาในช่วงเวลาที่สำคัญเพราะอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมืองของเมียนมานำไปสู่เส้นทางประชาธิปไตย เพื่อนำประเทศไปสู่ความก้าวหน้า พัฒนาเศรษฐกิจในระดับที่สูงขึ้น นโยบายของเราต่อเมียนมามีสองลักษณะ ลักษณะและคือ ทวิภาคีมีประเด็นต่าง ๆ ที่ต้องพูดคุยและร่วมมือ โดยเฉพาะบริเวณชายแดน ทั้งเรื่องความมั่นคงชายแดน การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สแกมเมอร์ ยาเสพติด มลพิษในน้ำและอากาศ ส่วนเอกชนไทยให้ความสำคัญเรื่องความสำคัญทางเศรษฐกิจการค้า การลงทุน โดยเฉพาะการค้าชายแดนที่ด่านแม่สอด-เมียวดี ซึ่งเป็นช่องทางหลัก
โดยรวมการหารือครั้งนี้ครอบคลุมในทุกมิติ ตรงไปตรงมา และเป็นการหารือที่สร้างสรรค์ เราเห็นตรงกันว่าจะต้องพัฒนาความร่วมมือในทุกด้านที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกัน และพยายามให้มีการแลกเปลี่ยนให้ไปมาหาสู่ในระดับต่าง ๆ มากขึ้น โดยใช้กลไกความร่วมมือต่าง ๆ ที่มีระหว่างกันให้เป็นประโยชน์ เช่น กลไกคณะกรรมาธิการร่วม หรือกลไกผู้บัญชาการทหารสูงสุดของทั้งสองฝ่าย
สำหรับเรื่องความมั่นคง เป้าหมายลำดับแรกคือ ทำให้ชายแดนไทย-เมียนมา เป็นชายแดนแห่งสันติภาพและการพัฒนา เพื่อให้ประชาชนดำรงชีวิตอย่างปลอดภัย การค้ากลับสู่ปกติ และยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนตามแนวชายแดนระหว่างสองประเทศ ทั้งยังต้องปราบปรามอาชญากรรมชายแดนอย่างเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะยาเสพติด การหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อประชาชน ภูมิภาค และโลก พร้อมกับแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมข้ามแดน ซึ่งมีผลกระทบต่อประชาชนทั้งสองประเทศและอนุภูมิภาค
ด้านยาเสพติด จะร่วมมือป้องกันการลักลอบยาเสพติดและเคมีภัณฑ์ ไทยพร้อมที่จะส่งเสริมการปลูกพืชทดแทนยาเสพติดในรัฐฉาน ขณะที่การหลอกลวงออนไลน์ จะร่วมมือระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายมากยิ่งขึ้น ขยายความร่วมมือข่าวกรอง ตรวจสอบเส้นทางทางการเงินของเครือข่าย

ส่วนเรื่องหมอกควันข้ามพรมแดนจะร่วมมือผ่านยุทธการ Clear sky strategy ไทยพร้อมให้ความช่วยเหลือเมียนมาในการเพิ่มขีดความสามารถทางเทคนิคในการจัดการปัญหาหมอกควันข้ามแดน สำหรับปัญหามลพิษในแม่น้ำกกและแม่น้ำทราย วันนี้มีการลงนาม TOR จัดตั้งคณะทำงานร่วมกันด้านเทคนิคเพื่อแก้ไขปัญหานี้ในหลักพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และความร่วมมือ ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ โดยคณะทำงานนี้จะมีการพบปะกันในเร็ว ๆ นี้
นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวต่อว่า ตนเองได้พูดคุยกับรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา ว่าจะไปในพื้นที่ที่เกิดปัญหา เพื่อดูสถานการณ์หารือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเสนอให้มีการขุดลอกแม่น้ำสายและแม่น้ำรวกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันน้ำท่วม ด้านเศรษฐกิจเมียนมากับไทย มีความมุ่งมั่นที่จะดูลู่ทางการค้าการลงทุนให้เพิ่มพูน ผลักดันการค้าตามเป้าหมาย 12,000 ล้านเหรียญสหรัฐ สำคัญคือ ประตูการค้าแม่สอด-เมียวดี จะเปิดแล้ว ซึ่งจะมีการหารือสร้างเส้นทางระหว่างไทย เมียนมา และอินเดีย หากสถานการณ์กลับไปภาวะปกติ ด่านนี้สามารถที่จะเป็นช่องทางการค้าหลักได้ โดยด้านแรงงานได้มีการลงนามความร่วมมือระหว่างประเทศทั้งสอง ซึ่งเป็นการต่ออายุบันทึกความเข้าใจเติมสามารถให้รายงานมาทำงานต่อไปในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมาย
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่าได้เน้นย้ำนโยบายกับประธานาธิบดีเมียนมาว่า ต้องการนำเมียนมากลับสู่อาเซียน เพราะเมียนมามีความสำคัญต่อมิตรภาพอาเซียนในช่วงที่โลกเจอกับความผันแปร ซึ่งไทยมีนโยบาย Calibrated Re-engagement กลับไปฟื้นปฏิสัมพันธ์กับเมียนมา แต่เมียนมาต้องตอบสนองข้อกังวลต่าง ๆ ซึ่งไทยต้องการเห็นเมียนมามีสันติภาพตามฉันทำมติ 5 ข้อของอาเซียน ไทยในฐานะเพื่อนบ้านยุทธศาสตร์คือ ต้องอยู่บนความเป็นจริง เรายังมีความคาดหวังว่าความรุนแรงจะลดลง พลเรือนไม่ได้รับผลกระทบ มีกระบวนการพูดคุยที่ขว้างกับทุกฝ่าย และความช่วยเหลือทางมนุษยธรรม
ขณะที่ประเด็นนางอองซาน ซูจี อดีตผู้นำเนียนมา นาบสีหศักดิ์ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่มีพัฒนาการ ล่าสุดได้ให้คณะผู้แทนจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) ให้เข้าไปพบนางอองซาน ซูจีตามที่ปรากฏเป็นภาพ หวังว่าต่อไปเมียนมาจะเปิดโอกาสให้ผู้แทนพิเศษอาเซียนได้เข้าไปเยี่ยมนางอองซาน ซูจีด้วย
สำหรับประเทศไทยนโยบายคือ เน้นปฏิสัมพันธ์ ส่วนทวิภาคีมีความร่วมมือกันอยู่แล้ว หลีกเลี่ยงไม่ได้แต่ก็ไม่ได้ทอดทิ้งความกังวลที่มี พยายามสนับสนุนและแสดงความคาดหวังให้รัฐบาลเมียนมาเดินหน้าต่อไปในกระบวนการเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย สันติภาพความมั่นคง ทุกอย่างคงต้องค่อยเป็นค่อยไป โดยไทยคาดหวังให้มีความก้าวหน้าต่อไป

“ไทยไปชี้ให้เขาทำอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้ เขารู้แล้วว่าจะทำอะไรเพื่อสันติภาพ อะไรที่เราอำนวยความสะดวกได้ เราพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกอะไรที่สามารถสื่อสารให้ประชาคมโลกได้เข้าใจเมียนมาได้ดีขึ้น เราก็พร้อม อะไรที่เราก็จะสร้างสะพานเชื่อมโยงระหว่างเมียนมากับอาเซียนที่ทำได้ และเขาประสงค์ให้เราช่วย เราก็จะทำ”
ขณะเดียวกัน นายสีหศักดิ์ ตอบคำถามสื่อมวลชนถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา และปัญหามลพิษข้ามแดน ว่า การตั้งคณะทำงานร่วมแก้มลพิษข้ามพรมแดน ถือเป็นก้าวที่สำคัญ เราจะต้องแอคทีฟ ประชุมให้เห็นผล ซึ่งตนเองก็ได้เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไปลงพื้นที่ด้วยกัน เรื่องนี้ต้องพิสูจน์กันด้วยการกระทำ
ส่วนเรื่องความปลอดภัยพื้นที่ชายแดน เราเน้นย้ำดีที่สุดคือเมียนมาสามารถพูดคุยกับชนกลุ่มน้อย ยุติความรุนแรง หรือนำไปสู่สันติภาพได้อย่างไรบ้าง อย่างน้อยตอนนี้ต้องมีความพยายาม เพราะเราไม่ต้องการให้ผลกระทบรุนแรงส่งมาถึงประเทศไทย อย่างน้อยต้องลดผลกระทบความรุนแรงที่จะมาถึงประเทศไทย
ส่วนบทบาทไทยจะเป็นผู้อำนวยความสะดวกสู่สันติภาพเมียนมา เชื่อว่าเมียนมาเห็นความปรารถนาดีของไทย หากเขาพร้อมเมื่อไรก็พร้อมที่จะแสดงบทบาทนี้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news