“ศิริกัญญา” ลั่น “หลาบจำแล้วค่ะ” โหวต “อนุทิน” วันนั้น ทำภูมิใจไทยมาถึงวันนี้ ย้ำไม่ปิดทาง “แดง-เขียว” คุยตั้งรัฐบาล แต่ “น้ำเงิน” หมดโอกาส พร้อมโว กมธ.งบฯ 70 จับพิรุธงบรัฐเพียบ
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวการเจรจาทางการเมืองระหว่างพรรคการเมืองฝั่ง “สีแดง” และ “สีเขียว” ซึ่งถูกมองว่าอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล โดยระบุว่า แม้จะไม่มีการดีลกัน รัฐบาลก็เผชิญความสั่นคลอนจากปัญหาสะสมอยู่แล้ว ทั้งประเด็นการทุจริต การบริหารงานที่ผิดพลาด รวมถึงคดีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง จนทำให้พรรคร่วมรัฐบาลเองอาจต้องทบทวนว่าจะเดินหน้าร่วมรัฐบาลต่อไปหรือไม่ ทั้งนี้ ไม่แปลกใจหากจะมีกระแสข่าวเรื่อง “ดีลลับ” เพราะเป็นธรรมชาติของการเมือง แต่ยืนยันว่า พรรคประชาชนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือได้รับการติดต่อในเรื่องดังกล่าว พร้อมย้ำว่าหน้าที่ของฝ่ายค้านคือการตรวจสอบรัฐบาล และจะเดินหน้าเปิดเผยข้อมูลที่เห็นว่าไม่ชอบมาพากลผ่านกลไกการอภิปรายในสภา ทั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 และมาตรา 152 หลังเปิดสมัยประชุมสภา

สำหรับช่วงเวลาการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า ยังต้องหารือร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพราะต้องวางลำดับให้เหมาะสมว่าจะเปิดอภิปรายตามมาตรา 152 ก่อน แล้วจึงเข้าสู่มาตรา 151 หรือไม่ เนื่องจากข้อจำกัดทางกระบวนการ แต่เชื่อว่าในการประชุมสภาสมัยหน้าจะต้องมีการอภิปรายรัฐบาลอย่างแน่นอน
ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า “ไม่กลัวการอภิปรายไม่ไว้วางใจ” น.ส.ศิริกัญญา หัวเราะก่อนตอบว่า “อ๋อหรอคะ” พร้อมมองว่าเป็นการ “ตัดไม้ข่มนาม” ตามปกติของฝ่ายรัฐบาล แต่เตือนว่าไม่ควรประมาท เพราะฝ่ายค้านมีข้อมูลอยู่ในมือจำนวนมาก และผลของการอภิปรายอาจไม่ได้อยู่ที่การลงมติเท่านั้น แต่ยังเป็นการทดสอบความเป็นเอกภาพของพรรคร่วมรัฐบาล ว่าจะยังพร้อมสนับสนุนรัฐบาลต่อไปหรือไม่
ขณะสมการการเมืองที่อาจเกิดขึ้น หากพรรคสีแดงและสีเขียวจับมือกัน แต่ยังมีเสียงไม่เพียงพอ จำเป็นต้องพูดคุยกับพรรคประชาชนหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา ยอมรับว่า หากจะตั้งรัฐบาลใหม่ก็อาจต้องมีการพูดคุยกับพรรคประชาชนเช่นกัน พร้อมระบุว่า “เรื่องพวกนี้ก็สามารถพูดคุยกันได้”
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า หากเป็นพรรคภูมิใจไทย หรือ “สีน้ำเงิน” จะมีโอกาสพูดคุยหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา ตอบชัดว่า “ใช่” พร้อมยืนยันว่า “ไม่มีทางแล้วแน่นอน” และเชื่อว่าพรรคภูมิใจไทยเองก็คงไม่มาพูดคุยกับพรรคประชาชน
สำหรับกรณีที่ถูกตั้งคำถามว่า พรรคประชาชนเคยร่วมโหวตให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี จนถูกวิจารณ์ว่าเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้รัฐบาลชุดนี้เกิดขึ้น น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นบทเรียนสำคัญของพรรค พร้อมยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “ดิฉันก็ห้ามไม่ได้ที่จะมีคนคิดแบบนั้น ก็ต้องขออภัยด้วยที่ในอดีต เราเคยมีการตัดสินใจที่ไม่ได้ล่วงรู้ว่าจะถูกบิดข้อตกลงที่เคยตกลงกันไว้ ท้ายที่สุดก็เป็นบทเรียนที่ทำให้เราหลาบจำเหมือนกัน การจะไปทำข้อตกลงอะไรกับใคร จะถือว่ามีสัจจะกันมากไม่ได้ ต้องขออภัยพี่น้องประชาชนมากจริง ๆ ที่ในวันนั้นทำให้ผิดหวัง และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยมาถึงทุกวันนี้ เราจำแล้วค่ะ”
นอกจากนี้ น.ส.ศิริกัญญา ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ว่า ขณะนี้การพิจารณาเดินหน้าเกินครึ่งทางแล้ว โดยเฉพาะในชั้นคณะอนุกรรมาธิการ ซึ่งเริ่มเห็นรายละเอียดของโครงการต่าง ๆ ชัดเจนขึ้น พร้อมเปิดเผยว่า คณะอนุกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาชนสามารถตรวจพบและผลักดันให้มีการปรับลดงบประมาณหลายรายการ เช่น โครงการ Data Center ของกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ งบด้านความมั่นคงไซเบอร์ของกรมทางหลวง งบจัดซื้อโดรนเกษตรที่มีราคาสูงผิดปกติ รวมถึงการจัดซื้อระบบคลาวด์ของหลายหน่วยงาน ทั้งที่รัฐบาลมีโครงการคลาวด์กลางอยู่แล้ว

น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า งบประมาณปี 2570 มี “งบขำขื่น” จำนวนมาก และสิ่งที่น่าห่วงไม่ใช่เพียงวงเงิน แต่รวมถึงวิธีการจัดทำงบประมาณ โดยเฉพาะใบเสนอราคาที่พบปัญหาหลายรูปแบบ เช่น ไม่มีลายเซ็น การคัดลอกข้อมูล การใช้บริษัทที่ไม่มีศักยภาพมายื่นเสนอราคา หรือการล็อกสเปกครุภัณฑ์ ซึ่งล้วนทำให้รัฐมีความเสี่ยงในการใช้งบประมาณเกินความจำเป็น
นอกจากนี้ ยังยังเปิดเผยด้วยว่า คณะอนุกรรมาธิการของพรรคประชาชนได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้บันทึกและวิเคราะห์การประชุม เพื่อรวบรวมประเด็นที่น่าสงสัยอย่างเป็นระบบ และพบข้อผิดปกติจำนวนมากภายในเวลาเพียง 2 สัปดาห์ โดยเฉพาะในหมวดครุภัณฑ์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในส่วนที่ควรจับตาเป็นพิเศษ
อย่างไรก็ตาม น.ส.ศิริกัญญา ยอมรับว่า แม้ฝ่ายค้านจะตรวจพบปัญหาหลายรายการ แต่ด้วยสัดส่วนเสียงในคณะอนุกรรมาธิการที่เป็นรอง ทำให้หลายข้อเสนอในการตัดลดงบประมาณไม่ผ่านการลงมติ จึงต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมดกลับไปเสนอในชั้นคณะกรรมาธิการชุดใหญ่ และอาจยื่นขอปรับลดงบประมาณอีกครั้งในวาระที่ 2 ของการพิจารณา
สำหรับการลงมติรับร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ในวาระที่ 3 นั้น น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า พรรคประชาชนยังไม่ตัดสินใจ โดยจะรอดูภาพรวมของการปรับปรุงงบประมาณในชั้นกรรมาธิการทั้งหมดก่อน หากยังพบปัญหาหรือไม่มีการแก้ไขในสาระสำคัญ ก็อาจส่งผลต่อการตัดสินใจในการลงมติขั้นสุดท้ายของพรรค
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news