แกนนำ คปท. ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. ขอให้เร่งรัด สอบคดีโกงสอบท้องถิ่น รวดเร็ว โปร่งใส กู้คืนศรัทธาให้องค์ ย้ำไม่เชื่อว่าแค่ระดับข้าราชประจำจะกล้าทำทุจริตกันเอง
วันนี้ (27 ก.ค.69) ที่ สำนักงาน ป.ป.ช. กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ยื่นหนังสือถึง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้เร่งดำเนินการตรวจสอบการทุจริตในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่นโดยความถูกต้อง
นายพิชิต ไชยมงคล แกนนำกลุ่ม คปท. กล่าวว่า วันนี้ คปท. มายื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. กรณีคดีการโกงข้อสอบท้องถิ่น ซึ่ง ป.ป.ช. เป็นเจ้าภาพหลัก ที่ต้องแสวงหาข้อเท็จจริง โดย อำนาจของ ป.ป.ช. ในการที่จะต้องป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ การโกงข้อสอบถือว่าเป็นกการโกงระดับประเทศ เป็นการกระทำที่ค่อนข้างที่จะอุกอาจมาก ดังนั้นเรื่องนี้สังคมเองให้ความสนใจมาก เพราะเป็นการทำลายกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ทำลายระบบราชการของประเทศ ป.ป.ช. เอง ถูกตั้งคำถามที่ผ่านมาในหลายกรณี ตั้งแต่กรณีคุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ หรือแม้แต่กรรมการ ป.ป.ช. ที่ถูกกล่าวหาเรื่องรับสินบนด้วย
ดังนั้นในเรื่องคดีโกงสอบท้องถิ่น จะเป็นกรณีที่เรียกศรัทธาคืนของ ป.ป.ช. ให้กลับเข้ามาสู่อำนาจในการปราบปรามและป้องกันการทุจริตแห่งชาติให้ได้ ให้สมกับชื่อองค์กร ดังนั้นทาง คปท. มาจี้ให้ ป.ป.ช. ได้เร่งทำงาน ไม่ให้เป็น “ป.ป.รอ.” คือต้องให้สังคมรอกันไปก่อนแบบนี้ก็ไม่ได้ เพราะคดีนี้ถือว่าสร้างความเสียหายต่อระบบราชการเป็นอย่างมาก ดังนั้น ป.ป.ช. ต้องเร่งเรื่องนี้ ซึ่งท่านก็เรียนบอกว่ากรณีนี้เป็นคดีที่เป็นกรณีพิเศษ อยู่ในข่ายการทำงานแบบรวดเร็วได้
ประเด็นที่สองก็คือ ต้องทำงานอย่างโปร่งใส สร้างความร่วมมือทั้งสอบสวนกลาง และ ปปง. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปปง. ที่สามารถติดตามเส้นทางการเงินได้ และสามารถอายัดทรัพย์สินได้ ซึ่ง ป.ป.ช. เองก็ชี้แจง ว่าทำงานร่วมกันอยู่แล้ว ดังนั้นก็ถือว่าเป็นกรณีที่สังคมให้ความสนใจ แล้วก็เอกสารหลักฐานสำคัญอยู่ที่ ป.ป.ช. ดังนั้นการดำเนินงานของ ป.ป.ช. 1. รวดเร็ว 2. โปร่งใส และ 3. สร้างความร่วมมือ เรื่องนี้เราก็มายื่นให้ ป.ป.ช. ได้ดำเนินการตามนี้ ทาง ป.ป.ช. เองก็รับปากว่าเรื่องนี้สังคมให้ความสนใจ และ ป.ป.ช. ก็ให้ความสนใจ ก็จะเร่งดำเนินการให้รวดเร็ว
นายพิชิต ยังแดสงความคิดเห็นต่อกรณีของกลุ่มบุคคลที่ถูกจับกุมก่อนหน้านี้ ว่า เป็นแค่ปลายน้ำเท่านั้น สิ่งที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานไต่สวนเรื่องนี้ คุณปกรณ์ ได้อธิบายมา 4 ประเด็น คือ
1. มีการทุจริตตั้งแต่งานขยายตำแหน่ง
2. ทุจริตตั้งแต่การจัดทำ TOR
3. ทุจริตตั้งแต่การจัดสอบ หรือการตรวจข้อสอบ
4. ทุจริตตั้งแต่การประกาศผลสอบ
ทั้ง 4 ประเด็นนี้ ครอบคลุมถึงปลายเหตุแน่นอน ต้นน้ำและปลายน้ำ ส่วนตัวไม่เชื่อว่าแค่ระดับอธิบดี หรือแค่ระดับปลัดกระทรวง ในการขยายอัตราจาก 8,000 เป็น 10,000 เพิ่มไป 2,000 อัตรา นายปกรณ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกฎหมาย ยังตกใจ ดังนั้นตนเอง คิดว่า “ต้นน้ำ” ไม่ใช่แค่ข้าราชการประจำ คนบงการ คนสั่งการ คนกำหนดนโยบาย อาจจะระดับผู้คุมนโยบายของประเทศด้วยซ้ำไป
ดังนั้น สิ่งที่ ป.ป.ช. ต้องกระทำก็คือ ต้องดำเนินการให้ถึงต้นน้ำให้ได้ คนบงการให้ได้ วันนี้สังคมคงเชื่อเหมือนกัน พี่น้องสื่อมวลชนที่ติดตามเรื่องนี้ก็คงเชื่อเหมือนกันว่า ไม่ใช่แค่ข้าราชการ ไม่ใช่แค่ 3 คนนั้น เพราะทั้ง 3 คนนั้นถือว่าเป็นคนนอกด้วยซ้ำไป ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยซ้ำ และ เรื่องนี้ ป.ป.ช. จะให้ความกระจ่างเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีของ ป.ป.ช. เอง เคสนี้จะเป็นเคสที่ ป.ป.ช. สามารถสร้างชื่อ แล้วก็สร้างผลงานให้กับสังคมให้ได้
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news