คลัง เล็งปรับเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ตรงจุด หลังประชาชนแห่ยื่นขอทบทวนสิทธิ์กว่า 2.9 ล้านราย กว่า 40% ปัญหายานพาหนะ ย้ำพร้อมเร่งแก้ไขฐานข้อมูลให้เสร็จทันกลุ่มใหม่รับสิทธิ์ภายใน 1 ต.ค.นี้
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในการกำหนดเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ความลำบากและความยากจน ต้องนำมาพิจารณาอย่างจริงจัง การปรับเกณฑ์ต่างๆ ขั้นตอนตามที่รัฐมนตรีช่วยคมนาคมกล่าวไว้ โดยมีการสำรวจข้อมูลและความเดือดร้อน ซึ่งจริงๆหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีการตระหนักและหารือ แต่ยอมรับว่ากระทรวงคมนาคมเองก็มีข้อจำกัด ไม่ทราบว่ามีการโอนลอยไปแล้วเท่าไหร่ เพราะชื่อทางทะเบียนยังอยู่ ส่วนรถที่มีชื่อทางทะเบียนและไม่เคยมีการมาถอนสภาพ ทางกระทรวงคมนาคมก็มีข้อจำกัด ไม่สามารถทราบได้ จึงจำเป็นต้องใช้เกณฑ์นี้เพื่อคัดกรอง แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏออกมาได้เงื่อนไขต่างๆ ขั้นต่อไปกระทรวงการคลังจะรับเรื่องและกำหนดเงื่อนไขเพิ่มขึ้นในหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับความเดือดร้อนของประชาชน ว่ามีการโอนลอยไปแล้วเราก็จะติดตามหลักฐานต่อไป แต่ก็เป็นโอกาสดีที่จะทำให้มีโอกาสจัดการกับฐานข้อมูลตรงนี้ และทำให้เกิดการตระหนักรู้ว่าประชาชนจำเป็นต้องมาโอนลอย ไม่ใช่แค่ความรับผิดแต่จะเป็นการเสียสิทธิ์ต่างๆ

ส่วนเรื่องการศึกษา ทางกระทรวงการคลังยินดีรับเงื่อนไขมาปรับเพิ่มอย่างแน่นอน รวมถึงเงื่อนไขอื่นที่ประชาชนขอทบทวนเข้ามา ซึ่งวันนี้มีประชาชนมาขอทบทวนแล้วประมาณ 2,900,000 ราย โดยกว่า 40% เป็นเรื่องรถยนต์ ซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างมาก เมื่อเรารับเรื่องแล้ว กระทรวงการคลังจะนำเรื่องเข้าคณะกรรมการบะตรประชารัฐ เมื่อคณะกรรมการพิจารณากำหนดรายละเอียด ดูข้อมูลถี่ถ้วนแล้ว ก็จะเร่งเสนอ ครม. ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบเพิ่มเงื่อนไขให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้น ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ตั้งใจจะเร่งให้ทันสำหรับคนที่เข้าใหม่ให้รับบัตรสวัสดิการภายใน 1 ตุลาคม ส่วนคนที่ได้รับต่อเนื่องก็ให้ต่อเนื่องไป
สำหรับตัวเลขการลงทะเบียนครั้งนี้ เป็นแบบเชิงรุก ไปสำรวจ ไม่ได้เปิดกว้าง เพราะฉะนั้นจะมีคนที่ไม่เคยได้สิทธิ์ ไม่เคยได้ลงลงทะเบียนเลย จำนวน 2,300,000 ราย ซึ่งยืนยันตัวตนแล้ว 814,000 ราย ซึ่งอธิบดีกรมการปกครอง และรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ก็รับปากแล้วว่าจะเร่งลงไปช่วย
นายวินิจ กล่าวต่อว่า ครั้งนี้เป็นโอกาสของประเทศไทย ที่ได้ข้อมูลสมบูรณ์มากขึ้น เกี่ยวกับผู้เดือดร้อน ผู้เดือดร้อนที่สุดได้รับบัตรสวัสดิการฯ ตอนนี้เราสามารถระบุความเดือดร้อนได้หลายระดับ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จะกำหนดมาตรการเร่งจัดหามาตรการที่เหมาะสมดูแลแต่ละกลุ่มต่อไป คงไม่ใช่แค่การใช้บัตรสวัสดิการแล้วจบอยู่แค่นี้ แต่มาตรการอื่นก็ต้องเร่งปรับปรุง กระทรวงการคลังก็จะร่วมกับหน่วยงานอื่นเพื่อเร่งช่วยทุกคน

ส่วนเรื่องของสิทธิ์ 60:40 ก็จะมีการถ่ายโอนสิทธิ์ สำหรับกลุ่มเดิมที่ไม่เคยมีสิทธิ์ลงทะเบียน เพราะได้รับบัตรสวัสดิการอยู่ วันนี้แบ่งเป็น 2 ส่วนคือ มาขอลงทะเบียนต่อแล้วไม่ได้ และไม่ได้มาลง เดิมมีสิทธิ์ 3.18 ล้านราย มาลงทะเบียน 12.7 ล้านราย ซึ่งหลายคนเสียชีวิตไป และหลายคนเลือกไม่มาลงทะเบียน เพราะมีสภาพทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ก็ต้องขอบคุณ และเราจะคืนโอกาสให้ได้ใช้ 60:40 อีก 2 เดือน ซึ่งกลุ่มนี้มีประมาณ 6,000,000 ราย ก็จะมีการสลับงบประมาณที่เดิมใช้อยู่ในบัตรสวัสดิการเปลี่ยนมาเป็น 60:40 ซึ่งกระทรวงการคลังได้เสนอเรื่องเข้าสู่ ครม. ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดก็เป็นพรุ่งนี้ จะมีการพิจารณาเรื่องนี้ และเริ่มดำเนินการให้ประชาชนได้ ซึ่งเงื่อนไขต่างๆ กระทรวงการคลังมีการรับเรื่องร้องเรียนไว้
ส่วนที่หลายคนสงสัยว่า ปีนี้ไม่เคยยื่นแบบแสดงรายการภาษี ทำไมมีข้อมูลรายได้ ก็ต้องบอกว่ามีการใช้ข้อมูลที่เป็นการหักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งเป็นข้อมูลที่หมุนอยู่ตลอดเวลา หรือ ไดนามิกดาต้า ถ้าท่านรับไว้ก็จะเสียสิทธิ์ แต่หลายคนก็มาทักท้วงที่กรมสรรพากร ว่าไม่เคยได้รับเงิน ไม่รู้จักคนที่สรรพากรอ้างว่าจ่ายเงินให้ ซึ่งเรายินดีรับเรื่องไว้ พร้อมยอมรับมีผู้ทุจริต ขโมยชื่อมาเป็นลูกจ้างปลอม เพื่อใช้หักภาษี เลี่ยงภาษี ก็เคยมีทุกครั้งกับการทำงานบัตรสวัสดิการ แต่รอบนี้อาจจะพบมากหน่อย แต่ยืนยันว่าการที่มีคนนำชื่อท่านไปแอบอ้าง และการคืนสิทธิ์ จะเร่งดำเนินการให้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการคืนสิทธิ์ให้ จะทำให้เสร็จภายใน 1 ตุลาคม

นายวินิจ ย้ำอีกครั้งว่า การเสรอเรื่องต่อ ครม. พรุ่งนี้ เป็นเรื่องไทยช่วยไทยพลัส 60:40 ส่วนตอนนี้อยู่ในขั้นตอน ของการขอทบทวนสิทธิ์ทั้งหมด ซึ่งกระทรวงการคลัง จะรวบรวมข้อมูลจากทั้งคมนาคมและมหาดไทย โดยจะจัดประชุมคณะกรรมการประชารัฐ เมื่อมีแนวที่ชัดเจนก็จะชี้แจงให้ประชาชนสบายใจ เช่น ปัญหารถเก่าที่ไม่ได้ใช้ ไม่ได้ไปต่อทะเบียน เราก็จะเพิ่มเงื่อนไขให้สอดคล้องกับความเป็นจริง โดยยินดีรับจำนวนที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด หากงบประมาณที่ตั้งไว้ไม่พอก็หางบเพิ่ม ส่วนใครที่หลุดออกไป ก็จะดูว่ามีมาตรการอื่นมาดูแลต่อไป
ส่วนเรื่องร้องเรียน สำนักงานกรมส่งเสริมการเรียนรู้ หรือ สกร. ยื่นขอทบทวนมา 45,000 ราย แต่ไม่ได้แปลว่าต้องรอให้ทบทวน ถ้าอยู่ในกระบวนการแล้วก็สามารถปรับเพิ่มเงื่อนไข ซึ่งประชาชนอาจได้สิทธิ์ทั้งหมด แต่ตอนนี้อยู่ระหว่างการประมวลผล
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news