“สิริพงศ์”ขอโทษปชช.จ่อชง ครม.ผ่อนเกณฑ์บัตรคนจน

การเมือง ข่าว
“สิริพงศ์”ขอโทษประชาชน จ่อชง ครม. ผ่อนเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่นำรถยนต์อายุเกิน 20 ปีและรถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปีมาตัดสิทธิ ผ่อนปรนผู้มีรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี ที่ยังผ่อนอยู่ไม่เกิน 2 คัน พร้อมทบทวนหลักเกณฑ์นักเรียน-นักศึกษานอกระบบ

 

 

รัฐบาล โดยนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ร่วมกันแถลงข่าวแนวทางการอุทธรณ์ผลการพิจารณาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากหลักเกณฑ์การพิจารณาสิทธิ

โดย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ต้องขออภัยประชาชนในความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น เนื่องจากหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ถูกกำหนดขึ้นเพื่อคัดกรองให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่สมควรได้รับสิทธิมากที่สุด แต่เมื่อเข้าสู่การปฏิบัติจริงกลับพบข้อจำกัดหลายประการที่ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งเสียสิทธิ ทั้งที่มีคุณสมบัติเข้าข่ายได้รับความช่วยเหลือ

 

 

นายสิริพงศ์กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบกได้เร่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนทั่วประเทศตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา โดยอธิบดีกรมการขนส่งทางบกและเจ้าหน้าที่ทุกจังหวัดเปิดรับเรื่องร้องเรียนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการถือครองรถยนต์ ซึ่งตามหลักเกณฑ์เดิม ผู้มีสิทธิจะต้องไม่มีกรรมสิทธิ์รถยนต์ ยกเว้น 4 กรณี ได้แก่ ผู้ถือครองรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี รถสามล้อ รถยนต์สี่ล้อรับจ้างที่จดทะเบียนถูกต้อง และรถเพื่อการเกษตรไม่เกินคนละ 1 คัน

อย่างไรก็ตาม จากการรับฟังปัญหาพบว่ามีประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากข้อเท็จจริงที่แตกต่างกัน ได้แก่ มีรถเก่าที่มูลค่าต่ำและไม่ได้ใช้งานแต่ยังไม่ได้จำหน่ายทะเบียนออกจากระบบ รถสูญหายหรือสิ้นสภาพการใช้งานแต่ยังไม่ได้ดำเนินการทางทะเบียน รถที่ขายไปแล้วแต่เป็นการโอนลอยจึงยังมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และกรณีถูกผู้อื่นนำชื่อไปสวมสิทธิ์ซื้อรถ

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงคมนาคมจึงมีหนังสือเสนอให้กระทรวงการคลังทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และจะมีการเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันนี้

ข้อเสนอสำคัญคือ การปรับเกณฑ์ไม่นำรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 20 ปี มาพิจารณาเป็นเหตุให้ขาดคุณสมบัติ รวมถึงไม่นำรถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกิน 15 ปีมาคิดเป็นเงื่อนไขตัดสิทธิ หากคณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ประชาชนที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวจะไม่ถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

 

 

นอกจากนี้ ยังเสนอให้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การถือครองรถจักรยานยนต์ โดยผู้ที่มีรถจักรยานยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี จำนวนไม่เกิน 2 คัน และยังอยู่ระหว่างการผ่อนชำระ จะไม่ถูกตัดสิทธิ์เช่นกัน

สำหรับกรณีรถที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์แต่สิ้นสภาพการใช้งานแล้ว หรือเป็นรถเก่าที่ไม่ได้ใช้งาน รวมถึงรถที่จอดทิ้งไว้และไม่ได้ต่อทะเบียน ประชาชนสามารถแจ้งข้อเท็จจริงต่อสำนักงานขนส่งจังหวัด เพื่อให้เจ้าหน้าที่จัดทำบันทึกประกอบการอุทธรณ์ และส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบพิจารณาได้

ส่วนผู้ที่ขายรถแบบโอนลอยไปแล้วแต่ยังไม่มีการโอนกรรมสิทธิ์อย่างสมบูรณ์ สามารถไปลงบันทึกที่สำนักงานขนส่งจังหวัดได้เช่นเดียวกัน หากมีหลักฐานการซื้อขายจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา แต่หากไม่มีหลักฐาน ก็สามารถใช้การบันทึกถ้อยคำประกอบการพิจารณาได้ ในกรณีที่ประชาชนถูกผู้อื่นนำชื่อไปแอบอ้างซื้อรถ สามารถยื่นอุทธรณ์พร้อมแจ้งข้อเท็จจริงต่อสำนักงานขนส่งจังหวัดได้เช่นกัน

 

 

นายสิริพงศ์กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อช่วยลดภาระการเดินทางของประชาชน กระทรวงคมนาคมได้จัดทำแบบฟอร์มกลางร่วมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่สามารถรับข้อมูลจากประชาชน แล้วส่งต่อให้กรมการขนส่งทางบกดำเนินการแทน โดยยืนยันว่าจะพยายามแบ่งเบาภาระของประชาชนให้มากที่สุด และทำให้ผู้ที่สมควรได้รับสิทธิได้รับสิทธิอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ ยังเตรียมปรับหลักเกณฑ์เกี่ยวกับนักเรียนและนักศึกษานอกระบบ หลังพบว่าปัจจุบันผู้ที่มีสถานะเป็นนักเรียนหรือนักศึกษาถูกตัดสิทธิ์โดยอัตโนมัติ ทั้งที่หลายคนอยู่ในภาวะยากจน โดยกระทรวงการคลังจะพิจารณาองค์ประกอบด้านอื่นร่วมด้วย เพื่อให้การพิจารณามีความเป็นธรรมมากขึ้น

นายศิริพงษ์ ยังชี้แจงถึงการกำหนดเรื่องการครอบครอง รถที่มีอายุ 20 ถึง 15 ปี ว่า เหตุที่ต้องปรับเกณฑ์เกิดจากสภาพปัญหาที่พบจริง ซึ่งหลักเกณฑ์ครบถ้วนสมบูรณ์ตั้งแต่ต้นแต่เมื่อเข้าสู่การปฏิบัติพบรายละเอียดของปัญหาที่มีปลีกย่อย สิ่งที่ทำขณะนี้ไม่ได้ขอแก้หรือลดหลักเกณฑ์ แต่เป็นการขอปรับปรับปรุงในรายละเอียดให้ครบถ้วนสมบูรณ์และตอบโจทย์กับการดำเนินการให้มากขึ้น

เนื่องจากวิถีการดำเนินชีวิตของคนเมืองและคนที่อยู่ในชนบทมีความแตกต่างกันดังนั้นจึงต้องปรับให้ เข้ากับบริบท ส่วนเกณฑ์อายุรถ 20 ปีหรือ 15 ปีนั้น คิดจากค่าเสื่อมและมูลค่ากับการใช้งานให้พอสมควรกัน ซึ่งมองว่าสมเหตุสมผลอย่างไรก็ตามย้ำว่าปีไม่ใช่ทั้งหมดเพราะสุดท้ายอยู่ที่สภาพรถด้วย

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่