ดราม่าบัตรคนจน! คนแห่อุทธรณ์สิทธิ์ หลังหลายเคสชี้ “จนจริงแต่ไม่ผ่าน”

ทั่วไป ข่าว

 

ประเด็น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังร้อนต่อเนื่อง หลังประกาศผล ผู้ผ่านสิทธิ์เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา พบว่า มีผู้ผ่านเกณฑ์เพียง 9.5 ล้านคน จากผู้เข้าสู่ระบบคัดกรองกว่า 18.8 ล้านคน ทำให้มีผู้ไม่ผ่านสิทธิ์มากกว่าครึ่งจนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ และมีประชาชนจำนวนมากทยอยยื่นอุทธรณ์ ขอให้รัฐทบทวนผลการพิจารณาอีกครั้ง

 

 

หลังประกาศผล มีหลายกรณีที่ถูกแชร์บนโลกออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเคส คุณยายที่อำเภอหาดใหญ่ มีอาชีพเก็บของเก่าขาย รายได้ไม่ถึงวันละ 50 บาท
แต่กลับไม่ผ่านเกณฑ์ เพราะระบบตรวจพบว่ามีรถยนต์อยู่ในชื่อ ทั้งที่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่ได้มีฐานะดีตามที่ระบบประเมิน

อีกกรณีหนึ่ง มีผู้ใช้โซเชียลเล่าว่า แม่เคยได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาตลอด แต่ครั้งนี้ไม่ผ่านคุณสมบัติ เพราะมีข้อมูลประกันชีวิตในระบบ ซึ่งเป็นประกันที่ลูกทำให้ตั้งแต่ปี 2567 จนต้องยกเลิกประกัน และเตรียมยื่นขอทบทวนสิทธิ์ใหม่

ขณะที่ในหลายจังหวัด ประชาชนก็เดินทางไปยื่นอุทธรณ์กันตั้งแต่วันแรก โดยเฉพาะที่จังหวัดนครราชสีมา มีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปยังธนาคารกรุงไทย สาขาหัวทะเลเพื่อตรวจสอบสิทธิ์และยื่นอุทธรณ์ หลังพบว่าไม่ผ่านเกณฑ์

หนึ่งในนั้นคือ นายวิวัฒน์ไชย สุทธิศักดิ์ อายุ 62 ปี อาชีพรับจ้าง ระบุว่า ระบบแจ้งว่ามีรถยนต์ จึงไม่ผ่านเกณฑ์ ทั้งที่ที่ผ่านมาได้รับสิทธิมาโดยตลอด พร้อมยอมรับว่าเงินช่วยเหลือเดือนละ 300 บาท แม้ไม่มาก แต่ช่วยแบ่งเบาค่าครองชีพได้จริง พร้อมขอให้รัฐพิจารณาจากสภาพความเป็นอยู่ ไม่ใช่อาศัยข้อมูลในระบบเพียงอย่างเดียว เพราะบางคนมีเพียงเงินที่ลูกหลานโอนมาใช้จ่าย แต่ระบบอาจนำไปประเมินเป็นรายได้

เช่นเดียวกับ นางดาด ถอยกระโทก อายุ 75 ปี ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ทั้งที่ไม่มีบ้าน ไม่มีที่ดิน ต้องเช่าบ้านอยู่ และยังต้องดูแลสามีที่เป็นผู้พิการ โดยเรียกร้องให้ภาครัฐลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับผู้นำชุมชน เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงผู้เดือดร้อนจริง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ประธานวิปรัฐบาล โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก ที่สงสัยว่า ทำไมเคยได้รับสิทธิ์ แต่ครั้งนี้กลับไม่ผ่าน พร้อมย้ำว่า เห็นด้วยกับการคัดกรองเพื่อให้เงินช่วยเหลือไปถึงผู้ที่จำเป็นจริง แต่เห็นว่าหลักเกณฑ์บางข้อยังแข็งเกินไป และควรได้รับการทบทวน เช่น กรณีรถยนต์เก่าที่เหลือเพียงซาก หรือผู้เรียน กศน. ที่ยังมีฐานะยากจน ไม่ควรถูกตัดสิทธิ์เพียงเพราะข้อมูลในระบบพร้อมเสนอว่า อย่าให้ข้อมูลในระบบมีน้ำหนักมากกว่าความเป็นจริงของชีวิต และไม่ควรปล่อยให้คนจนจริงหลุดจากการดูแลของรัฐ

สำหรับผู้ที่ไม่ผ่านการพิจารณา สามารถยื่นอุทธรณ์หรือขอทบทวนสิทธิ์ได้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมนี้  โดยหลังยื่นอุทธรณ์แล้ว ต้องไปแก้ไขข้อมูลกับหน่วยงานต้นทางด้วยตนเอง เช่น หากติดปัญหาเรื่องรถยนต์ ให้ติดต่อกรมการขนส่งทางบกเพื่อโอนชื่อหรือล้างทะเบียนรถที่ขายไปแล้ว หากเป็นข้อมูลประกันชีวิต
ให้ติดต่อบริษัทประกันภัย ส่วนกรณีบัตรเครดิต เงินฝาก หรือสินเชื่อ ต้องติดต่อธนาคารที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับปรุงข้อมูล

ฉะนั้นแล้ว ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ห้ามลืมตรวจสอบสาเหตุ และยื่นอุทธรณ์พร้อมแก้ไขข้อมูลให้ครบ ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม เพื่อให้หน่วยงานนำข้อมูลไปพิจารณาทบทวนสิทธิ์อีกครั้ง

 

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่