เลขาฯสภา แจง”โสภณ” ใช้รถส่วนตัวไม่ใช้รถประจำตำแหน่ง

การเมือง ข่าว
เลขาฯ สภา แจง “ประธานโสภณ” ใช้รถส่วนตัว เพื่อประหยัดงบรัฐ ขณะที่ 2 รองประธาน-ผู้นำฝ่ายค้าน ใช้รถประจำตำแหน่ง ยืนยันงบเช่ารถ 4 คัน ทดแทนคันเก่าใช้งานครบ 6 ปี ทำตามระเบียบ-หลักเกณฑ์ราชการ ด้าน “ผู้การแต้ม” ซัดคนวิจารณ์ควรศึกษาข้อเท็จจริงก่อน

 

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย พลตำรวจตรี วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานรัฐสภา นางสาวกัลยรัชต์ ขาวสำอางค์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และคณะผู้บริหารสภาผู้แทนราษฎร แถลงกรณีคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570ในส่วนค่าเช่ารถประจำตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร

 

โดยเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตามที่นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.พรรคประชาชน ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในส่วนค่าเช่ารถประจำตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นงบประมาณปีละประมาณ 1 ล้านบาท นั้น ทางสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการจัดทำคำขอตั้งงบประมาณดังกล่าว จึงขอชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อสร้างความเข้าใจ ที่ถูกต้องแก่สาธารณชน ถึงที่มาของการขอตั้งงบประมาณ เนื่องจากรถประจำตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรคันปัจจุบัน สำนักงานฯ ได้มาโดยการจัดซื้อตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2564

 

ส่วนรถประจำตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คันปัจจุบัน สำนักงานฯ ได้มาโดยการจัดซื้อตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2564 ซึ่งรถทั้ง 4 คันดังกล่าวได้มาตั้งแต่สมัยที่นายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยทั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ในสมัยที่นายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรได้มีการใช้รถประจำตำแหน่งมาโดยตลอดทั้ง 4 คน จนกระทั่งมาในสมัยที่นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ดำรงตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ทั้งประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง รองประธานสถาผู้แทนราษฎร คนที่สอง และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ก็ได้ใช้รถประจำตำแหน่ง ดังกล่าวต่อเนื่องเรื่อยมา จนกระทั่งรถ 4 คันนี้จะครบอายุการใช้งาน 6 ปีในวันที่ 5 มกราคม 2570 และวันที่ 16 เมษายน 2570 ตามลำดับ

นายศิโรจน์ กล่าวว่า ตั้งแต่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เข้ารับตำแหน่ง ได้แจ้งความประสงค์จะใช้รถส่วนตัวในการปฏิบัติภารกิจในตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยไม่ใช้รถประจำตำแหน่ง เพื่อเป็นการประหยัดเงินงบประมาณที่จะต้องนำไปจ่ายค่าน้ำมันและค่าบำรุงซ่อมแซมต่าง ๆ สำหรับรองประธานสภาฯ ทั้งสอง และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรในสมัยปัจจุบัน ได้แจ้งว่า จะใช้รถประจำตำแหน่งในการปฏิบัติภารกิจ เมื่อรถประจำตำแหน่งทั้ง 4 คันเดิมมีอายุการใช้งานครบ 6 ปี ตามระเบียบของทางราชการ ประกอบกับรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้แจ้งความประสงค์ว่าจะใช้รถประจำตำแหน่งข้างต้น สำนักงานฯ จึงขอตั้งงบประมาณเพื่อจัดหารถประจำตำแหน่งทั้ง 4 คันใหม่มาทดแทนคันเดิม เพื่อให้สำนักงานฯ มีรถประจำตำแหน่งที่เหมาะสมและพร้อมสำหรับการใช้รองรับการปฏิบัติภารกิจได้อย่างเรียบร้อยและต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกระบวนการจัดหาเพื่อทดแทนรถคันเดิมที่ครบอายุการใช้งานแล้วตามระเบียบของทางราชการตามปกติ

 

เลขาธิการสภาฯ กล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุที่สำนักงานฯ เปลี่ยนวิธีการจัดหารถคันใหม่จากจัดซื้อเป็น จัดเช่านั้น เนื่องจากการจัดเช่าจะช่วยลดภาระในการดูแลรักษา และการซ่อมบำรุงในระยะยาว ซึ่งเป็นวิธีที่หน่วยงานรัฐบาลหลายแห่งนำไปใช้ในการจัดหารถประจำตำแหน่งในปัจจุบัน ส่วนงบประมาณค่าเช่ารถประจำตำแหน่งในคำของบปี 2570 จำนวน 5,421,600 บาท เป็นค่าใช้จ่ายผูกพันงบประมาณ พ.ศ. 2570-2575 รวมระยะเวลา 5 ปี ซึ่งการตั้งงบประมาณดังกล่าวเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง และอัตราค่าเช่ารถยนต์ประจำตำแหน่งระดับที่เทียบได้กับตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่เกิน 90,360 บาท ต่อเดือน จึงเป็นงบประมาณปีละ1,084,320 บาท รวมระยะเวลา 5 ปี ทั้งสิ้น 5,421,600 บาท ซึ่งเท่ากับงบประมาณค่าเช่ารถประจำตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งที่ผ่านมา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังไม่เคยใช้รถประจำตำแหน่งในการปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ มีเพียงรองประธานสภาผู้แทนราษฎร 2 ท่าน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ที่ใช้รถประจำตำแหน่ง คันเดิมซึ่งสำนักงานฯ ได้จัดหาไว้

 

ดังนั้น ทางสำนักงานฯ จึงขอยืนยันว่า การตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในส่วนค่าเช่ารถประจำตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สองและผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ดังกล่าว มีความจำเป็น เหมาะสม และเป็นไปอย่างถูกต้องตามระเบียบและหลักเกณฑ์ของทางราชการแล้ว

 

ด้าน พล.ต.ต.วิชัย กล่าวว่า ฝากถึงคนที่ออกมาวิจารณ์ว่าก่อนที่จะพูดอะไรควรศึกษาให้ข้อมูลดีเสียก่อนไม่ใช่พูดอย่างสิ้นคิด ยืนยันว่าที่ผ่านมานายโสภณมาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะประธานสภาฯ ยังไม่เคยใช้รถหลวงแม้แต่ครั้งเดียว ไม่เคยเบิกน้ำมันซึ่งเป็นการประหยัดงบประมาณของแผ่นดิน ต้องไปดูว่าคนที่ใช้รถนั้นมีใครบ้าง ก่อนที่จะมาพูดแบบนี้

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่