ตร.แจ้ง 4 ข้อหา “หมวดนัท” แต่งกายคล้ายทหารจ้อสื่อ

อาชญากรรม ข่าว
“หมวดนัท” คนแต่งกายทหารจ้อสื่อ เข้าพบตำรวจแล้ว ถูกแจ้ง 4 ข้อหาหนัก ขณะเต้ มงคลกิตติ์ รุดช่วย สั่งทีมกฎหมายดูคดี ลั่น ทำหน้าที่พลเมืองดี

 

ว่าที่ร้อยโท ชิตพงศ์ ขัตตพงษ์ หรือหมวดนัท เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.สราวุธ บุตรดี ผกก.(สอบสวน) บก.สส.บช.น. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา กรณีแต่งกายคล้ายชุดทหารเข้าไปในที่เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. เมื่อวันที่ (12 ก.ค.) และมีการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนสร้างความบิดเบือนเข้าใจผิดต่อสาธารณะ

 

พ.ต.อ.สราวุธ ในฐานะพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบในการทำคดี เปิดเผยว่า เบื้องต้น หมวดนัท ประสานเพื่อเข้ามาพบพนักงานสอบสวน หลังเห็นตนเองปรากฎตามในข่าว จึงเข้ามามอบตัว ซึ่งในเบื้องต้นจากการสอบสวนจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีทั้งหมด 4 ข้อหาหลัก ประกอบด้วย  1.ใช้วิทยุสื่อสารโดยไม่ได้รับอนุญาต  2.แสดงตนและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยที่ตนเองไม่มีสิทธิ์  3.ไขข่าวแพร่หลายข้อมูลเท็จ (ข่าวลือ) จนทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตกใจ ซึ่งจากการที่หมวดนัทให้สัมภาษณ์ในบางส่วนที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงและ 4.ความผิดเกี่ยวกับครอบครองยุทธภัณฑ์ หากผลการตรวจพิสูจน์ “เสื้อเกราะ” ที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุยืนยันว่าเป็นเสื้อเกราะจริงก็จะดำเนินคดีเพิ่มเติม

ทั้งนี้สถานะของ “หมวดนัท” ในขณะนี้ถือเป็น “ผู้ต้องหา” อย่างเป็นทางการแล้วในชั้นสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหายังคงไม่ยอมให้การใดๆ ซึ่งพนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างการสอบปากคำอย่างละเอียด

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากผู้ต้องหาเดินทางมาแสดงตัวและเข้าพบพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการแจ้งข้อกล่าวหาและสอบปากคำแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จะปล่อยตัวชั่วคราวโดยไม่จำเป็นต้องทำสัญญาประกันตัว

 

ขณะที่ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้ มงคลกิตติ์” อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และประธานกลุ่มกรุงเทพบินได้ เดินทางเข้าไปยังห้องพนักงานสอบสวน เพื่อเข้าติดตามกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับหมวดนัท โดยเต้ มงคลกิตต์ ยืนยันพร้อมที่จะเดินหน้าต่อสู้คดีในทุกข้อกล่าวหาอย่างถึงที่สุด ซึ่งทางทีมกฎหมายมั่นใจว่าจะสามารถต่อสู้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ “เต้ มงคลกิตติ์” ได้กล่าวยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “หมวดนัท” อยู่ในฐานะทีมงานของตนและพฤติกรรมในวันเกิดเหตุนั้นเป็นการทำหน้าที่ในฐานะ “พลเมืองดี” ซึ่งหากมีสิ่งใดที่เกิดความผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปบ้าง ก็อยากให้สังคมและเจ้าหน้าที่หยิบยื่นความเห็นอกเห็นใจและหยวนๆ ให้บ้าง พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมประสานขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุย้อนหลังเป็นเวลา 30 วัน เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียดว่าสถานบันเทิงหรือผับดังกล่าวนั้น สามารถเปิดให้บริการมาได้อย่างไรจนกระทั่งเกิดเรื่อง

 

นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมถึงเหตุการณ์ในวันดังกล่าวว่า ทางทีมงานและหมวดนัทได้มีการรายงานความคืบหน้าให้ตนทราบอยู่ตลอดเวลา แต่ในคืนเกิดเหตุนั้นตนได้ทานยานอนหลับไปก่อน จึงทำให้ไม่ได้ลงพื้นที่ไประงับเหตุด้วยตนเอง ซึ่งหากในวันนั้นตนเองไม่ได้ทานยาและสามารถเดินทางไปถึงที่เกิดเหตุได้ เชื่อแน่ว่าสถานการณ์ต่าง ๆ คงจะไม่บานปลาย

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่