ป.ป.ช. ร่วมสังเกตุการณ์ กสถ.พิจารณาเพิกถอนชื่อ5พัน ขรก.

การเมือง ข่าว
รองเลขาฯ ป.ป.ช.เข้าสังเกตการณ์ที่ประชุม ก.สถ. ย้ำเพิกถอนข้าราชการ5,000 รายชื่อไม่ใช่อำนาจพิจารณาของป.ปช. ชี้ต้องไม่กระทบสำนวน ระบุยังไม่ได้ข้อมูลตรวจกระดาษข้อสอบ เผยยังไม่เรียกสอบข้าราชการสถ.เพิ่ม

 

นายสุชาติ กรวยกิตานนท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุม ก.สถ. ในฐานะผู้สังเกตการณ์ ว่า รายละเอียดของการประชุมตนยังไม่ทราบ เพราะเพิ่งได้รับหนังสือเชิญให้มาร่วมการประชุม ซึ่งสถ. จะเป็นผู้ให้ข้อมูล ว่ามีการเพิกถอนบรรจุข้าราชการ 5,000 รายชื่อหรือไม่ เนื่องจากตนมาในฐานะผู้สังเกตการณ์เท่านั้น

 

เมื่อถามว่าข้อมูลที่ได้สังเกตการณ์ในวันนี้จะนำเข้าไปรวมกับ สำนวนของป.ป.ช. ที่จะไต่สวนหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนจะพิจารณาก่อน และขอข้อมูลเพื่อไปรวมกับข้อมูลที่ป.ป.ช.ดำเนินการอยู่ พร้อมกล่าวว่า ในที่ประชุมตนก็จะให้ข้อเสนอแนะด้วย

เมื่อถามว่าในเบื้องต้น ป.ป.ช. จะเสนอแนะให้เพิกถอนรายชื่อข้าราชการทั้ง 5000 คนเลยหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ตนว่าเรื่องนี้ต้องไปนำเรียนก่อน เนื่องจากมีการดำเนินการไต่สวนข้ามขั้ว อย่างกรณีการเพิกถอน ก็ต้องพิจารณา โดยไม่ให้ผลกระทบต่อสำนวนไปด้วย ก่อนย้ำว่าอำนาจในการเพิกถอนเป็นของ สถ. ไม่ใช่อำนาจของป.ป.ช.

 

ส่วนมีความคืบหน้า เรื่องการตรวจข้อสอบเพิ่มเติมหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่าการตรวจข้อสอบเพิ่มเติม เป็นเรื่องของสถ. ว่ามีรายใดบ้างที่มีการแก้ไขกระดาษคำตอบ ส่วนผลสรุปจะเป็นอย่างไร เขาก็ยังไม่ได้ให้ข้อมูลกับทางป.ป.ช. ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่มีกำหนดว่าจะให้ข้อมูลเมื่อใด ซึ่งการไต่สวนก็จะต้องขอข้อมูลส่วนนี้มาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย เพื่อจะคัดแยกว่ามีใครบ้างที่เกี่ยวข้อง ทั้งเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เข้าสอบ

 

ส่วนในที่ประชุมวันนี้จะมีการเปิดเผยรายชื่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า โดยกระบวนการไต่สวน พบว่าใครเกี่ยวข้อง ก็สามารถเรียกไต่สวนเพิ่มเติมได้ แต่ปัจจุบันยังไม่มีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ยังคงเป็น 22 รายชื่อ หากมีผลการดำเนินการเพิ่มเติมอย่างไร เรื่องการไต่สวนเพิ่มเติม ป.ป.ช.ดำเนินการอยู่แล้ว ขยายผลไปถึงใครก็จะดำเนินการให้ครบถ้วน

เมื่อถามว่าข้อมูลของป.ป.ช.จะต้องส่งต่อ ไปยังคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ที่นายปกรณ์ นิลประพันธ์รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หรือไม่ นายสุชาติ ตอบว่า หากทางรองนายกรัฐมนตรีประสานมา ก็พร้อมที่จะนำส่งข้อมูล เพราะการทำงานต้องควบคู่กันไป ป.ป.ช.มีหน้าที่ไต่สวน รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อวางแนวทางต่างๆ

 

เมื่อถามว่ากระบวนการไต่สวนขณะนี้ถือว่าล่าช้าหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าขณะนี้ป.ป.ช.เพิ่งเริ่มดำเนินการ ตั้งกระบวนการไต่สวน และเรื่องนี้เรายกขึ้นเป็นคดีพิเศษ กระบวนการสอบสวนจึงต้องรวดเร็วขึ้น และต้องทำในรูปแบบคณะกรรมการไต่สวน ตนมองว่าเรื่องนี้น่าจะไวเพราะเป็นเรื่องที่สนใจของประชาชน ยืนยันป.ป.ช.ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะฝ่ายเจ้าหน้าที่ก็ได้ให้ความสะดวกเรื่องของการเตรียมความพร้อม และจะเร่งรัดคดีนี้โดยเร็วที่สุด

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่