“เท้ง” จี้รบ.ใช้การทูตแก้เหมือง-ทุนเทา ซัด”อนุทิน”ล้มเหลวคุมมหาดไทย

ข่าว

 

“ณัฐพงษ์” ทูตจีนรับผลตรวจสารพิษน้ำกก 500 หน้า ส่งถึงปักกิ่ง พร้อมร่วมแก้มลพิษข้ามแดน จี้ รัฐบาลใช้การทูตเดินหน้าปมเหมือง-ทุนเทา พร้อมซัด “อนุทิน” ล้มเหลวกำกับมหาดไทย ขณะเสนอแก้กฎหมายโซนนิ่งสถานบันเทิง

 

 

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีเงา ว่า พรรคประชาชนได้ยื่นผลตรวจสอบทางวิทยาศาสตร์กว่า 500 หน้า พร้อมข้อมูลพิกัดเหมืองกว่า 2,600 แห่ง ต่อเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการแก้ไขปัญหามลพิษสารพิษในแม่น้ำกกที่ส่งผลกระทบข้ามพรมแดน โดยทางสถานทูตจีนตอบรับข้อเสนอ พร้อมยืนยันว่าจะส่งข้อมูลทั้งหมดไปยังรัฐบาลกลางที่กรุงปักกิ่ง พร้อมแสดงจุดยืนสนับสนุนการแก้ไขปัญหา หากพบข้อเท็จจริงว่าเหมืองในประเทศเพื่อนบ้านก่อมลพิษจนส่งผลกระทบต่อไทยและจีน เพราะรัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อม และไม่สนับสนุนธุรกิจที่ผิดกฎหมาย รวมถึงปัญหาทุนเทา และเครือข่ายพ่อทิพย์-แม่ทิพย์

หัวหน้าพรรคประชาชน เปิดเผยว่า ผลการตรวจสอบที่ยื่นให้ทางการจีน ยืนยันชัดเจนว่าสารพิษไม่ได้มีต้นกำเนิดจากประเทศไทย แต่มีต้นทางจากเหมืองในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเอกอัครราชทูตจีนยืนยันว่าจะส่งเรื่องให้รัฐบาลกลางพิจารณาโดยตรง พร้อมเสนอให้ไทย จีน และเมียนมา จัดตั้งคณะทำงานร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยทางการจีน ย้ำว่า ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเพียงฝ่ายเดียวได้ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากรัฐบาลไทยและประเทศเพื่อนบ้านด้วย

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับจุดยืนของสถานทูตจีนที่ต้องการให้ใช้ข้อเท็จจริงและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช้กระแสหรือการกล่าวหาโดยไม่มีข้อมูลรองรับ พร้อมเชื่อว่าหากรัฐบาลไทยใช้ข้อมูลที่ถูกต้องและดำเนินการผ่านช่องทางการทูตอย่างจริงจัง จีนก็พร้อมให้ความร่วมมือเต็มที่ ส่วนการหารือเรื่องทุนเทา นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ได้พูดคุยกับฝ่ายจีนเช่นกัน โดยจีนยืนยันตามนโยบายของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ว่า ไม่สนับสนุนให้ชาวจีนกระทำผิดกฎหมายในต่างประเทศ และผู้ประกอบการจีนต้องเคารพกฎหมายของประเทศเจ้าบ้าน ทั้งนี้ เชื่อว่า หากรัฐบาลไทยส่งข้อมูลผู้เกี่ยวข้องหรือเครือข่ายผิดกฎหมายให้ทางการจีนอย่างชัดเจน จีนก็พร้อมดำเนินการ เพราะปัญหาสำคัญที่ผ่านมาเกิดจากการบังคับใช้กฎหมายของฝ่ายไทย

นายณัฐพงษ์ ยังมองว่า วิธีการแก้ไขปัญหาที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ยังไม่เพียงพอ เนื่องจากเหมืองจำนวนมากตั้งอยู่ในพื้นที่ชนกลุ่มน้อย ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลเมียนมาโดยตรง จึงเสนอให้ใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ ผ่านประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกแร่รายใหญ่ของเมียนมา หากจีนกำหนดมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด ก็จะเป็นแรงจูงใจให้เหมืองต้องปรับปรุงมาตรฐานการดำเนินงาน ส่วนการเดินทางเยือนจีนของนายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 16–20 กรกฎาคม เพื่อร่วมงาน AI World Conference ที่นครเซี่ยงไฮ้ ก็หวังว่า นายกรัฐมนตรีจะใช้โอกาสพบผู้นำจีน รวมถึงผู้นำประเทศต่างๆ โดยเฉพาะกัมพูชา ผลักดันแก้ไขปัญหาที่กระทบประชาชนไทย ไม่ว่าจะเป็นมลพิษข้ามแดน ปัญหาชายแดน ทุนเทา และการสวมสิทธิ์พ่อทิพย์-แม่ทิพย์ แทนการเดินทางเพื่อสร้างภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว

ขณะเดียวกัน นายณัฐพงษ์ ยังวิจารณ์การทำงานของนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า ปัญหาหลายเรื่องที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทั้งกรณีไลน์หลุดช่วยสีน้ำเงิน การสวมสิทธิ์พ่อทิพย์-แม่ทิพย์ การทุจริตสอบท้องถิ่น งบเปลี่ยนผ่านพลังงาน รวมถึงการกำกับดูแลสถานบันเทิง ล้วนอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ความล้มเหลวอาจเกิดจากการที่รัฐมนตรีมองงานมหาดไทยเป็นเพียงงานพาร์ทไทม์ รู้ปัญหาแต่ไม่กล้าจัดการ หรืออาจมีผู้เกี่ยวข้องในฝ่ายบริหารเข้าไปพัวพันกับปัญหาการทุจริตเอง

นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ ยังแสดงความเสียใจกับเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ย่านลาดพร้าว พร้อมเห็นว่า เหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นซ้ำหลายครั้งจากช่องโหว่ของกฎหมายและการบังคับใช้กฎหมาย โดยพรรคประชาชน จึงเสนอให้แก้ไขกฎหมายการกำหนดโซนนิ่งสถานบันเทิง โดยโอนอำนาจจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไปให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้กำหนดพื้นที่ เพื่อให้การกำกับดูแลมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังเสนอให้ปิดช่องโหว่ของกฎหมายที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการหลีกเลี่ยงการขออนุญาตเป็น “สถานบริการ” ด้วยการจดทะเบียนเป็น “ร้านอาหารจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” ซึ่งมีเงื่อนไขกำกับดูแลที่ผ่อนปรนกว่า โดยพรรคประชาชนเตรียมลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบสถานบันเทิง เพื่อผลักดันมาตรการป้องกันเหตุซ้ำ

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่