พี่ชายสุดช้ำ สูญเสีย”น้องสาว-แฟน” ไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว

ข่าว ภูมิภาค

 

ศรีสะเกษ “ครั้งเดียวพราก 2 คนที่รัก” พี่ชายสุดช้ำ สูญเสียน้องสาวและแฟนสาวจากไฟไหม้โรงเบียร์ จี้เจ้าของกิจการรับผิดชอบ วอนอย่าให้โศกนาฏกรรมซ้ำรอย

 

 

ที่บ้านเลขที่ 31 บ้านไหล่ดุม หมู่ 2 ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ญาติได้นำร่างของ นางสาวนิภาพร หรือ “น้องกุ๊กกิ๊ก” แจ่มแจ้ง อายุ 36 ปี และ นางสาวอัชราภรณ์ หรือ “น้องใหม่” สุทธิสิน อายุ 36 ปี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงชื่อดังย่านลาดพร้าว กลับมาบำเพ็ญกุศลยังบ้านเกิด โดยตั้งศพทั้งสองไว้เคียงกัน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอาลัย โดยน้องกุ๊กกิ๊ก เป็นบุตรสาวของ นายชาญ แจ่มแจ้ง อายุ 64 ปี และ นางจันที แจ่มแจ้ง อายุ 60 ปี ส่วนน้องใหม่ เป็นบุตรของ นายบุญเลิศ สุทธิสิน อายุ 66 ปี และ นางสมใจ วาทิน อายุ 67 ปี แม้ทั้งสองครอบครัวจะมีความสัมพันธ์ต่างสายเลือด แต่โศกนาฏกรรมครั้งนี้กลับเชื่อมโยงทุกคนไว้ด้วยความสูญเสียเดียวกัน

ในพิธีสวดอภิธรรมคืนแรก คณะสงฆ์จากวัดไหล่ดุม จำนวน 9 รูป ประกอบพิธีสวดอภิธรรมและมาติกาบังสุกุล โดยมี นายสงวนศักดิ์ ชโรธร นายกเทศมนตรีเมืองกันทรลักษ์ เป็นประธานในพิธี จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ก่อนร่วมฟังพระสวดอภิธรรม พร้อมด้วยญาติพี่น้อง เพื่อน และชาวบ้านจำนวนมากที่เดินทางมาส่งกำลังใจให้ครอบครัวผู้สูญเสีย

นายเอกชลิต หรือ “แพทย์” แจ่มแจ้ง อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นพี่ชายของน้องกุ๊กกิ๊ก และยังเป็นแฟนของน้องใหม่ ซึ่งต้องสูญเสียคนสำคัญในชีวิตถึงสองคนจากเหตุการณ์เดียวกัน ได้เปิดใจว่า ตนไม่เคยคิดว่าจะต้องเผชิญความสูญเสียที่หนักหนาเช่นนี้ เพราะการสูญเสียเพียงคนเดียวก็แทบรับไม่ไหว แต่นี่กลับต้องสูญเสียน้องสาวแท้ ๆ และแฟนสาวไปพร้อมกัน คนเดียวก็หนักเกินพอแล้ว แต่นี่ต้องเสียทั้งน้องสาวและแฟน ตนอยากถามภาครัฐและระบบราชการว่า จะเยียวยาความสูญเสียของประชาชนอย่างไร เพราะผมเป็นเพียงประชาชนตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง

นายเอกชลิต กล่าวต่อไปว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ใช่ความรับผิดชอบของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ทั้งภาครัฐในฐานะผู้กำกับดูแล และเจ้าของกิจการในฐานะผู้ประกอบการ ควรร่วมกันแสดงความรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้สูญเสีย พร้อมเรียกร้องให้มีการทบทวนกฎหมายและมาตรฐานการอนุญาตเปิดสถานบริการอย่างจริงจัง ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้เคยเกิดมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังเกิดซ้ำอีก ไม่ว่าจะไฟไหม้หรือเหตุเหยียบกันตาย รัฐต้องมีกฎหมายที่เข้มงวดกว่านี้ ต้องกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยให้ชัดเจนว่าจะเปิดกิจการได้อย่างไร ไม่ใช่ดูแลแค่ทรัพย์สินของร้าน แต่ต้องคำนึงถึงชีวิตของลูกค้าที่เข้าไปใช้บริการด้วย ซึ่งตนอยากให้โศกนาฏกรรมครั้งนี้เป็นบทเรียนครั้งสำคัญ และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อไม่ให้ครอบครัวอื่นต้องมารับความเจ็บปวดเช่นเดียวกับครอบครัวของตน

สำหรับกำหนดการ ครอบครัวจะประกอบพิธีสวดอภิธรรมอีก 1 คืน ก่อนจะเคลื่อนร่างของ นางสาวนิภาพร แจ่มแจ้ง และ นางสาวอัชราภรณ์ สุทธิสิน ไปประกอบพิธีฌาปนกิจพร้อมกัน ที่เมรุวัดไหล่ดุม ตำบลสังเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 น. ท่ามกลางความอาลัยของญาติพี่น้อง เพื่อน และชาวบ้าน ที่จะร่วมส่งทั้งสองเป็นครั้งสุดท้าย

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่