“เยอรมัน” เสียมนตร์ขลังดวลโทษพ่าย “ปารากวัย” ครั้งแรก – “เนเธอร์แลนด์” โดน “โมร็อกโก” เขี่ยร่วง ขณะที่ “บราซิล” ฮึดแซง “ญี่ปุ่น” ลิ่ว 16 ทีมบอลโลก 2026
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เดินหน้าฟาดแข้งกันอย่างเข้มข้น โดยมีทั้งเกมพลิกล็อกและเกมสุดดราม่า ส่งผลให้ทีมเต็งอย่าง เยอรมนี และ เนเธอร์แลนด์ ต้องยุติเส้นทางแต่เพียงเท่านี้ ขณะที่ บราซิล ยังแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่ง พลิกแซงเอาชนะ ญี่ปุ่น ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

คู่ที่สนามเอ็นอาร์จี สเตเดียม เมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา “แซมบ้า” ทีมชาติบราซิล แชมป์โลก 5 สมัย ภายใต้การคุมทีมของ คาร์โล อันเชลอตติ พลิกแซงเอาชนะ “ซามูไรบลู” ทีมชาติญี่ปุ่น 2-1 ทั้งที่ตกเป็นฝ่ายตามหลังจากประตูของ ไคชู ซาโนะ นาทีที่ 29
ครึ่งหลัง บราซิล เดินหน้าบุกหนักก่อนตีเสมอจาก คาเซมิโร นาทีที่ 56 และมาได้ประตูชัยในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจาก กาเบรียล มาร์ติเนลลี นาทีที่ 90+6 ส่งให้ บราซิล ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ไปรอพบผู้ชนะระหว่าง ไอวอรีโคสต์ กับ นอร์เวย์ ส่วน ญี่ปุ่น ต้องยุติเส้นทางไว้เพียงรอบ 32 ทีม

ด้าน คาร์โล อันเชลอตติ เปิดเผยหลังเกมว่า ความอดทนของลูกทีมและการปรับแท็กติกในช่วงพักครึ่ง คือกุญแจสำคัญที่ทำให้บราซิลกลับมาแซงคว้าชัย พร้อมยอมรับว่า ญี่ปุ่น เป็นคู่แข่งที่มีวินัยเกมรับยอดเยี่ยมและสร้างความลำบากให้ทีมของเขาอย่างมาก นอกจากนี้ กุนซือชาวอิตาลียังเผยว่า เขาเตรียมส่ง เนย์มาร์ ลงสนามหากทีมยังตีเสมอไม่ได้ภายในนาทีที่ 60 แต่เมื่อบราซิลกลับสู่เกมได้สำเร็จ จึงยังเก็บดาวเตะรายนี้ไว้เป็นทีเด็ดสำหรับรอบต่อไป

อีกหนึ่งผลการแข่งขันที่พลิกความคาดหมาย “อินทรีเหล็ก” ทีมชาติเยอรมนี อดีตแชมป์โลก 4 สมัย พ่ายการดวลจุดโทษให้กับ ปารากวัย 3-4 หลังเสมอกัน 1-1 ในเวลา 120 นาที โดย เยอรมนี ได้ประตูจาก ไค ฮาแวร์ตซ์ นาทีที่ 54 ส่วน ปารากวัย ได้จาก ฮูลิโอ เอ็นซิโซ นาทีที่ 42 ก่อนที่การดวลจุดโทษจะเป็น โฮเซ่ คานาเล่ ยิงประตูตัดสิน ส่ง ปารากวัย ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ขณะที่ เยอรมนี ต้องอกหักตกรอบ
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ยังทำให้สถิติอันน่าเกรงขามของ เยอรมนี ในการดวลจุดโทษศึกฟุตบอลโลกต้องสิ้นสุดลง หลังจากก่อนหน้านี้ “อินทรีเหล็ก” ชนะการดวลจุดโทษทั้ง 4 ครั้ง ประกอบด้วย รอบรองชนะเลิศ ปี 1982 ชนะ ฝรั่งเศส 5-4, รอบก่อนรองชนะเลิศ ปี 1986 ชนะ เม็กซิโก 4-1, รอบรองชนะเลิศ ปี 1990 ชนะ อังกฤษ 4-3 และรอบก่อนรองชนะเลิศ ปี 2006 ชนะ อาร์เจนตินา 4-2 ก่อนจะมาพ่าย ปารากวัย เป็นครั้งแรกในฟุตบอลโลก พร้อมยุติเส้นทางตั้งแต่รอบ 32 ทีมสุดท้าย


ขณะที่ “อัศวินสีส้ม” ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน หลังพ่ายจุดโทษให้กับ โมร็อกโก 2-3 ภายหลังเสมอกัน 1-1 ตลอด 120 นาที โดย เนเธอร์แลนด์ ขึ้นนำก่อนจาก โคดี กัคโป นาทีที่ 72 แต่ โมร็อกโก ตามตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจาก อิสซา ดิย็อป นาทีที่ 90+1 ก่อนยิงจุดโทษแม่นกว่า คว้าตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบกับ แคนาดา ส่วน เนเธอร์แลนด์ ต้องยุติเส้นทางลุ้นแชมป์โลกสมัยแรกอย่างน่าเสียดาย

หลังจบเกม โคดี กัคโป กลายเป็นอีกหนึ่งภาพประทับใจของฟุตบอลโลกครั้งนี้ แม้จะทำประตูให้ เนเธอร์แลนด์ ขึ้นนำ แต่เจ้าตัวถึงกับหลั่งน้ำตาหลังยิงได้ เนื่องจากเพิ่งสูญเสียลูกชายในครรภ์ของแฟนสาวเมื่อไม่กี่วันก่อน โดยกองหน้าลิเวอร์พูลอุทิศประตูดังกล่าวให้ลูกชายผู้ล่วงลับ ท่ามกลางกำลังใจจากเพื่อนร่วมทีม อย่างไรก็ตาม เรื่องราวสุดซาบซึ้งไม่อาจเปลี่ยนผลการแข่งขันได้
สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ประจำวันที่ 30 มิ.ย.ล้วนเต็มไปด้วยเรื่องรางอันเข้มข้น ทั้งเกมพลิกล็อกและเกมสุดดราม่า ทำให้ต้องลุ้นกันต่อว่าการแข่งขันต่อจากนี้ เส้นทางของบอลโลก 2026 จะออกมาเป็นเช่นไร ตามลุ้นตามเชียร์กันต่อได้เลย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews