“รุทธพล”กำชับทุกภาคส่วนต้องร่วมมือสกัดอาชญากรรมข้ามชาติ

การเมือง ข่าว
“รุทธพล” Kick off โครงการเครือข่ายภาคประชาชนด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ย้ำ ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือสกัดอาชญากรรมข้ามชาติ มุ่งสร้างความมั่นคง ปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินประชาชน ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อภัยคุกคาม

 

พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน Kick off โครงการเครือข่ายภาคประชาชนด้านการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล ว่า ปัจจุบันประเทศไทยต้องเจอกับภัยคุกคาม และอาชญากรรมที่มีความซับซ้อน มีเครือข่ายเชื่อมโยงข้ามพรมแดน ปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายอาชญากรรมส่วนใหญ่มาจากการถือทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะเงินทุนที่ได้มาจากการฟอกเงินของเครือข่ายอาชญากรรม ทั้ง ยาเสพติด ฉ้อโกง และ อาชญากรรมทางเศรษฐกิจอื่น ๆ

ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคง ความปลอดภัยแก่สังคมและประชาชน ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทุกภาคส่วนมีความตระหนักในเรื่องนี้อย่างมาก เห็นจากการร่วมมือกับทุกประเทศให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งกำหนดให้มีคณะทำงานเฉพาะกิจระดับสากล พร้อมทั้งประเมินผลการทำงานของแต่ละประเทศสมาชิก เพื่อให้เป็นไปทำมาตรฐานสากล ทั้งนี้ ในส่วนของประเทศไทยเคยผ่านการประเมินมาแล้ว 3 คร้ง และครั้งต่อไปจะมีการประเมินในปี 2571 ซึ่งก็มีความพร้อมรับการประเมินแล้ว

 

สำหรับการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินของประเทศไทย รัฐบาลมีความตระหนัก และให้ความสำคัญ โดยได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ที่มุ่งสร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ปลอดภัยจากอาชญากรรมทุกรูปแบบ ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐฝ่ายเดียว ไม่สามารถแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องบูรณาการ และแสวงหาความรร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคประชาชน เพื่อให้เกิดพลังในการขับเคลื่อน เปลี่ยนแปลงทั้งในระดับชุมชน และในระดับประเทศ โดยมีการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ได้เพิ่มเติมบทบาทหน้าที่เครือข่ายภาคประชาชน ไว้ในมิติด้านขับความร่วมมือ การให้ข้อมูลข่าวสาร เพื่อการป้องกันและปราบปรามการฟอก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าความสำคัญของเครือข่ายภาคประชาชนป้องกันการปราบปรามการฟอกเงินได้อย่างรูปธรรม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยังชื่นชมผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ถือเป็นจุดเริ่มต้นชัดเจนของการร่วมมือร่วมใจในการป้องกันปราบปรามการฟอกเงินให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และแสดงถึงเจตจำนงในการเปลี่ยนผ่านจากการมุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายไปสู่การสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ที่ถือเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่สำคัญ ซึ่งการจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องความร่วมมือร่วมใจกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัด ที่เป็นคีย์แมนสำคัญในการเชื่อมต่อนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฎิบัติ และบูรณาการความร่วมมือในพื้นที่ พร้อมทั้งฝากให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และตัวแทนกระทรวงมหาดไทยกำหนดหัวข้อการประชุมให้อยู่ในวาระการประชุมของจังหวัด และการประชุมระดับอำเภอต่อไป

 

ขณะที่ผู้มีส่วนในการขับเคลื่อนสำคัญ คือ ผู้บังคับการภูธรจังหวัดในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมาย และขยายผลไปยังผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด ที่ได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายภาคประชาชนในการแจ้งเบาะแส การเฝ้าระวัง และประชาสัมพันธ์สร้างความตระหนักรู้ถึงภัยคุกคาม เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ เชื่อว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชน

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา