“เฉลิมพงศ์-ภคมน”ซัด”ระบอบสีน้ำเงิน” บั่นทอนเชื่อมั่นภูเก็ต

การเมือง ข่าว
“เฉลิมพงศ์-ภคมน”ซัด”ระบอบสีน้ำเงิน” บั่นทอนความเชื่อมั่นภูเก็ต จี้รัฐบาลเคลียร์ปมผู้มีอิทธิพล อย่าให้อำนาจการเมืองเป็นภาระประชาชน

 

นายเฉลิมพงศ์ แสงดี สส.ภูเก็ต เขต 2 และ นางสาวภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความกังวลต่อผลกระทบของสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบสีน้ำเงิน” ที่กำลังส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุนและความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ต พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลและผู้มีอำนาจเร่งคลี่คลายข้อสงสัยเกี่ยวกับเครือข่ายอิทธิพลในพื้นที่

 

โดยนายเฉลิมพงศ์ กล่าวว่า ปัญหาของจังหวัดภูเก็ตในเวลานี้ไม่ได้อยู่เพียงแค่การโยกย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้บัญชาการตำรวจภาค 8 เท่านั้น แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายผู้มีอิทธิพลซึ่งฝังรากลึกอยู่ในพื้นที่มาเป็นเวลานาน พร้อมเปิดเผยด้วยว่า มีเจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์มาเตือนให้ระมัดระวังตัว ซึ่งสะท้อนถึงสภาพปัญหาที่ผู้มีอิทธิพลบางกลุ่มไม่เกรงกลัวกฎหมาย และอ้างว่ามีผลประโยชน์จำนวนมากเชื่อมโยงกับกลุ่มอำนาจทางการเมืองและข้าราชการบางส่วน จนส่งผลให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ต้องเผชิญกับปัญหาการจ่ายส่วยและแรงกดดันในการดำเนินธุรกิจ

ทั้งนี้ ปัญหาส่วยไม่ใช่แค่เรื่องเงินใต้โต๊ะ แต่กำลังทำลายเศรษฐกิจของภูเก็ต ทำลายผู้ประกอบการสุจริต ลดโอกาสการลงทุน และกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดพร้อมตั้งคำถามไปยังรัฐบาลว่า การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในจังหวัดภูเก็ตที่ผ่านมา รับรู้หรือไม่ว่าปัญหาที่แท้จริงของจังหวัดคืออะไร และการโยกย้ายข้าราชการที่เกิดขึ้นเป็นการแก้ปัญหาจริง หรือเป็นเพียงการดำเนินการเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น

 

ด้าน นางสาวภคมน กล่าวว่า ได้รับหนังสือร้องเรียนจากภาคธุรกิจในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับบรรยากาศการลงทุน หลังเกิดการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงในพื้นที่ ทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากไม่มั่นใจว่าหากเข้ามาลงทุนจะต้องประสานงานกับใคร และจะสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ พร้อมระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับ ผู้ประกอบการบางรายมองว่าการลงทุนในจังหวัดภูเก็ตไม่เพียงต้องเตรียมต้นทุนทางธุรกิจ แต่ยังต้องเผชิญกับ “ต้นทุนส่วย” ที่กลายเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันอย่างเป็นธรรม

 

สำหรับผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่กำลังกระทบต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยโดยรวม

นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการดำเนินการของรัฐบาลต่อกรณีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลในกระทรวงมหาดไทยและพรรคภูมิใจไทยในช่วงที่ผ่านมา โดยเห็นว่า ยังไม่มีความชัดเจนในการตรวจสอบข้อเท็จจริง พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงต่อสาธารณะว่าการโยกย้ายข้าราชการในจังหวัดภูเก็ตมีความเกี่ยวข้องกับการจัดวางอำนาจทางการเมืองหรือไม่

 

ทั้งสอง สส.พรรคประชาชน เห็นตรงกันว่า รัฐบาลควรมุ่งเน้นการตรวจสอบและดำเนินคดีกับเครือข่ายผู้มีอิทธิพลอย่างจริงจัง มากกว่าการดำเนินมาตรการเชิงสัญลักษณ์ พร้อมย้ำว่า ความขัดแย้งหรือการจัดสมดุลอำนาจภายในพรรคการเมืองใด ไม่ควรส่งผลกระทบต่อประชาชน ผู้ประกอบการ และความเชื่อมั่นของประเทศ โดยอำนาจภายในพรรคการเมืองไม่ควรกลายเป็นภาระของประชาชน และประชาชนไม่ควรต้องแบกรับความไม่แน่นอนที่เกิดจากการต่อรองทางการเมือง

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา