“นฤชา” ส่ง 2 นายอำเภอ กลับภูเก็ต แล้ว

การเมือง ข่าว
“นฤชา” ส่ง 2 นายอำเภอ กลับภูเก็ต แล้ว ส่วนปลัดจังหวัด ไม่ให้ความร่วมมือสอบปากคำ ให้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรแทน รับ 24 มิ.ย. นี้ ครบกำหนด 30 วัน ใครไม่ผิด คืนตำแหน่ง

 

นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต ว่าเรื่องผลสอบในการสืบสวนข้อเท็จจริงที่ได้สั่งให้ปลัดจังหวัด นายอำเภอ และป้องกันจังหวัด เข้ามาประจำที่กรมการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจะครบ 30 วันในวันที่ 24 มิ.ย. นี้ ระหว่างนี้ในส่วนของนายอำเภอเมืองภูเก็ต นายอำเภอกระทู้ได้ให้ปากคำหมดแล้ว พบว่ายังไม่มีความผิดถึงขั้นจะต้องดำเนินการทางวินัยร้ายแรง ซึ่งเราได้ส่งให้ไปปฎิบัติหน้าที่เดิมที่ จ.ภูเก็ตเรียบร้อยแล้ว ส่วนอีก 3 ราย โดยปลัดจังหวัดมีปัญหาในเรื่องของไม่ให้ความร่วมมือในการสอบปากคำ เนื่องจากเมื่อมาถึงก็ใช้สิทธิ์การลา ลาไปครั้งละ 10 วัน 2 ครั้ง วันนี้เราต้องใช้วิธีการให้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรเข้ามา เจ้าหน้าที่กำลังดูเรื่องนี้กันอยู่ แล้วถ้าดูประเด็นครบถ้วนอย่างไรจะได้สรุปสำนวนประเด็นตรงนี้ได้

 

ส่วนมีการพบหลักฐานอื่นหรือไม่ เช่น เส้นทางการเงิน นายนฤชา กล่าวว่า อันนี้ยังอยู่ในส่วนของการรวบรวมของเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง และเรื่องยังอยู่ในส่วนของการทำคดีอยู่ จึงไม่อยากให้มีการเปิดเผยในเรื่องนี้

ทั้งนี้ หากครบเวลาแล้วจะมีการขยายอีกหรือไม่ เพราะเหลืออีกเพียง 2 วัน นายนฤชา กล่าวว่า ถ้าเราสรุปเรียบร้อย เมื่อมีประเด็นพอที่จะดำเนินการในด้านอื่นใดต่อได้ หรือเราสรุปแล้วไม่พบความผิดที่เราจะดำเนินการต่อไป เราก็ต้องให้เขามีสิทธิ์ในการกลับสู่ตำแหน่งเดิม

 

นอกจากนี้  อธิบดีกรมการปกครอง เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีฝ่ายปกครอง กระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสถานบันเทิงแห่งหนึ่งใน จ.นครปฐม เมื่อ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อปฏิบัติการ Check- in The airport พบว่ามีการปล่อยให้มั่วสุมใช้ยาเสพติด และปล่อยให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้าใช้บริการ ว่ามีคำสั่งให้นายอำเภอและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาปฎิบัติหน้าที่อยู่ที่ส่วนกลาง เพื่อให้ง่ายต่อการสืบสวนสอบสวน จากการเข้าตรวจค้นพบสิ่งผิดกฎหมายหลายรายการ เช่น ยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า และเยาวชนที่อายุไม่ถึง ซึ่งผิดตามกฏหมาย สถานบันเทิง ส่วนมาตรการการปิดสถานบริการเป็นอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ทั้งนี้ การพิจารณาเบื้องต้นจะสั่งปิดสถานบริการนี้เป็นระยะเวลา 5 ปี

ส่วนการปล่อยปละละเลยให้เยาวชนเข้าไปในสถานบันเทิงและการใช้ยาเสพติด วันนี้ได้มีการประชุมประเมินการกระทำความผิดเหล่านี้ รวมถึงความผิดฐานฟอกเงิน หลังจากนี้หากพบความผิดเพิ่มและมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะฝ่ายปกครอง จะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด ส่วนความผิดฐานฟอกเงิน จะส่งให้ปปง. ตรวจสอบ ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนทั่วไปแต่วันนี้เราจะเพิ่มมาตรการให้เป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่จะต้องปราบปรามเรื่องการทุจริต

 

นายนฤชา ยังระบุอีกว่า สถานบันเทิงแห่งนี้ ไม่มีใบอนุญาตสถานประกอบการ ส่วนจะเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่หรือไม่ อยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน ย้ำว่าหลังจากนี้จะต้องตรวจตราสถานบริการต่าง ๆ ทั้งประเทศ

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

ปิดโหมดสีเทา