นายกฯ สั่งก.พาณิชย์-ก.เกษตรฯ เร่งหาตลาดใหม่ มาเลย์แบนกุ้งไทย

การเมือง ข่าว

 

นายกฯ สั่งก.พาณิชย์-ก.เกษตรฯ เร่งเปิดตลาดทดแทนโดยเร็ว หลังมาเลเซียประกาศห้ามนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ ชั่วคราว หวั่นกลายเป็นภาระของเกษตรกร  พร้อมสั่งเร่งเจรจาภาษีสหรัฐฯ กำชับพาณิชย์ปิดประเด็นค้าง ปกป้องส่งออกไทย

 

 

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกุลนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงห่วงใยต่อเกษตรกรเนื่องจากทางมาเลเซียออกมาตรการสั่งห้ามนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์เป็นการชั่วคราว โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการไปยังกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เร่งดำเนินการเจรจากับทางมาเลเซียในกรณีที่มีการประกาศควบคุมการนำเข้ากุ้งไทย โดยนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่าต้องเร่งดำเนินการในทันที เพราะกระทบโดยตรงต่อผู้ส่งออกเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง และชาวประมง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่มีผู้เลี้ยงกุ้ง
จำนวนมาก หากมีการปล่อยให้ยืดเยื้อ จะส่งผลต่อราคาของกุ้งหน้าฟาร์มและส่งผลต่อชีวิตความเป็นจริงของเกษตรกรรายย่อย

นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รอง นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หารือกับฝ่ายมาเลเซียเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวเพื่อที่จะหาทางออกไม่ให้กระทบกับความสัมพันธ์ทางการค้าและไม่ทำให้เกษตรกรไทยแบกรับภาระโดยลำพัง

นอกจากนี้ยังให้เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งการป้องกันไม่ให้ราคากุ้งหน้าฟาร์มตกต่ำ และต้องดูแลผลผลิตที่อาจเข้าสู่ตลาดในประเทศมากขึ้นและการเร่งเปิดตลาดสำรองเพื่อระบายสินค้าไปยังตลาดอื่นทดแทน และย้ำว่าจะต้องไม่ปล่อยให้ปัญหานี้ กลายเป็นภาระของเกษตรกรฝ่ายเดียวเพราะอุตสาหกรรมกุ้ง เชื่อมโยงทั้งฟาร์ม โรงงานแปรรูป ผู้ส่งออก และรายงานจำนวนมากซึ่งทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะต้องทำงานเร็วชัดและมีมาตรการป้องกันอย่างเป็นรูปธรรม

 

น.ส.รัชดา เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการเจรจาด้านภาษีกับสหรัฐอเมริกาให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเห็นว่า ขณะนี้สหรัฐฯ ได้สรุปข้อตกลงกับหลายประเทศแล้ว ทั้งในอาเซียน และประเทศเศรษฐกิจหลักอย่างสหภาพยุโรป ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ทำให้ไทยมีเวลาในการต่อรองไม่มากนักจึงมอบหมายให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เร่งนำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขับเคลื่อนการเจรจา ก่อนอัตราภาษีปัจจุบันจะสิ้นสุดลง ซึ่งคาดว่าจะอยู่ในช่วงวันที่ 24 ก.ค. นี้

น.ส.รัชดา กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นเฉพาะกระทรวงใดกระทรวงหนึ่ง แต่เกี่ยวข้องกับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ ภาคส่งออก ผู้ประกอบการ เกษตรกร และแรงงานไทยทั้งระบบนายกรัฐมนตรีจึงกำชับให้ทำงานแบบเร่งรัด แต่ต้องรอบคอบ ยึดผลประโยชน์ประเทศเป็นหลัก

สำหรับความคืบหน้าการดำเนินล่าสุด เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2569 นางศุภจีได้เป็นประธานการประชุมคณะทำงานยุทธศาสตร์เจรจาการค้าสหรัฐอเมริกา ร่วมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมผู้แทนการค้าไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการชุดนี้เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2569 เพื่อขับเคลื่อนการเจรจามาตรการภาษีกับสหรัฐฯ และปกป้องสิทธิประโยชน์ของประชาชนเกษตรกร และผู้ประกอบการไทย

โดยที่ประชุมได้กำหนดทิศทางการเจรจาประเด็นที่ยังติดขัดภายใต้ความตกลงการค้าต่างตอบแทนไทย–สหรัฐฯ หรือ ART โดยให้ทุกหน่วยงานร่วมกันหาทางออกและข้อเสนอที่สร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองประเทศ และเร่งสรุปผลก่อนการประกาศผลไต่สวนตามมาตรา 301 ของสหรัฐฯ

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 3–5 พ.ค. 2569 นางศุภจีได้หารือกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี โดยฝ่ายสหรัฐฯ แสดงท่าทีชัดว่าต้องการให้ไทยเร่งสรุป ART และเห็นถึงความจริงใจของไทยในการปรับสมดุลทางการค้าซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้เจรจาต่อเนื่องทั้งระดับนโยบายและระดับเทคนิค

“รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ไทยเสียจังหวะในการค้าโลก นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยเร่งทำงาน เพื่อให้การเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ ได้ข้อสรุปที่รักษาผลประโยชน์ประเทศให้มากที่สุด” น.ส.รัชดา กล่าว

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่