“สิริพงศ์” ยันปี 2570 ประชาชนได้ใช้รถไฟฟ้า 17-45 บาทตลอดสายได้แน่ หลังคมนาคม ชงครม. โอนรวมรถไฟฟ้าทุกสีทุกสาย ให้ รฟม. ดูแลเจ้าเดียว เตรียมเรียก ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันขนส่ง สังคยานาคนขับต้องมีใบขับขี่สาธารณะ หลังเกิดเหตุทำร้าย นทท.ชาวญี่ปุ่น คาด ขบ.เคลียร์ปัญหาฟีดเดอร์ วิ่งทับเส้นสองแถวเมืองนนท์จบ 1-2 วันนี้
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงวาระที่กระทรวงคมนาคมเสนอให้คณะรัฐมนตรีรับทราบหลักการโอนสิทธิ์บริหารจัดการรถไฟฟ้าทุกสีทุกสายมาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)ว่า วันนี้วาระดังกล่าวอาจเข้าสู่การพิจารณาไม่ทัน เนื่องจากการรับฟังความเห็นยังตอบกลับมาไม่ครบ ซึ่งยังไม่ทราบว่ามีหน่วยงานใดบ้าง คาดว่าจะสามารถพิจารณาวาระดังกล่าวได้ในสัปดาห์หน้า
ส่วนเนื้อหาหลักของเรื่องนี้ นายสิริพงศ์ กล่าวว่า เป็นการยกเลิกมติของคณะรัฐมนตรีเก่า ในการทำอัตราค่าโดยสารใหม่ ตลอดสายเริ่มต้นจาก 17 บาท ไม่เกิน 45 บาท ทุกแพลตฟอร์มรวมกัน ซึ่งมติ ครม. เดิม ให้สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เป็นหน่วยงานที่ทำระบบเคลียริ่งเฮาส์เบื้องหลัง ซึ่งเราคิดว่าระบบเคลียริ่งเฮาส์ ที่กระทรวงการคลังดำเนินการอยู่แล้ว โดยใช้ธนาคารกรุงไทยน่าจะมีความพร้อมอยู่ โดยได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปดำเนินการเรื่องเคลียริ่งเฮาส์หลังบ้าน และยังมีเรื่องของการโอนสิทธิ์ โอนรายได้โอนหนี้สิน ของสายสีเขียว และสายสีทอง ให้กับรฟม. เพื่อให้สามารถดำเนินการ Single ownership (การถือกรรมสิทธิ์เดียว)
เมื่อถามว่าจะสามารถดำเนินการได้ทันเป็นของขวัญให้ประชาชนในปี 2570 หรือไม่ นายสิริพงศ์กล่าวว่า ทันแน่นอน เพราะตอนนี้เริ่มดำเนินการมาไกลพอสมควรแล้ว หัวใจสำคัญของโครงการนี้ มันต้องมีหัวอ่านอีเอ็มวี ซึ่งตอนนี้ รถไฟที่ยังไม่มี คือสายสีเขียว และสายสีทอง ส่วนสายอื่นๆมี ครบทั้งหมดแล้ว จึงต้องมีการดำเนินการเพิ่มเติม ให้รถไฟทั้ง 2 สายติดหัวอ่านอีเอ็มวี เพื่อดำเนินการ Single ownership ได้
เมื่อถามว่าจะมีการโอนกรรมสิทธิ์รถไฟฟ้าทุกสายเลยใช่หรือไม่นายสิริพงศ์กล่าวว่า โอนทุกสายรวมถึงรถไฟฟ้าสายสีแดง เพื่อให้รถไฟฟ้าสายสีแดง อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรฟม. เวลาออกนโยบายต่างๆจะได้สามารถดำเนินการได้ และค่าแรกเข้าจะต้องไม่เก็บซ้ำซ้อนเก็บเพียงครั้งเดียว
เมื่อถามว่ารถไฟฟ้าบางสายที่ยังติดเรื่องสัมปทานอยู่ นายสิริพงศ์กล่าวว่าเดี๋ยวต้องไปดูกัน เพราะบางสายสัมปทานใกล้หมด อาจจะไม่ใช้วิธีการเจรจา แต่จะใช้วิธีการในการช่วยประชาชนโดยตรงมากกว่า
นายสิริพงศ์ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคนขับรถแอปพลิเคชันดัง ทำร้ายนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่น ว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นสิ่งที่กระทรวงคมนาคมกำลังเร่งรัดในการดำเนินการ ซึ่งก่อนหน้านี้มีลักษณะของการก่อเหตุในหลายแอปพลิเคชัน แต่กรณีแอปพลิเคชันที่เป็นเหตุ มีเหตุเกิดขึ้นมากที่สุด สวมคมนาคมได้ให้มีการรายงานผลดำเนินการ และการเยียวยาผู้เสียหาย ภายใน 1 เดือนว่าผู้เสียหายมีความพึงพอใจหรือไม่
ขณะเดียวกันได้มีการแจ้งไปยังแอปพลิเคชันผู้ให้บริการทุกรายว่าต้องหยุดรับผู้ขับขี่ที่ไม่มีใบขับขี่สาธารณะทันทีเพื่อเป็นการปิดรูรั่ว เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้มีผู้ขับขี่เข้ามาสมัครง่ายเกินไป ซึ่งไม่มีการตรวจประวัติอาชญากรรมโดยคาดว่าจะมีการประชุมภายในสัปดาห์นี้ หลังจากนั้นจะไปดำเนินการในส่วนของระบบ ซึ่งกรมการขนส่งทางบกทั่วประเทศ ได้เพิ่มวันการให้บริการในการทำใบขับขี่สาธารณะ และเพิ่มช่องทางออนดีมานในกรณีที่แอปพลิเคชันสามารถ
รวบรวมผู้ขับขี่และจะมาทำใบขับขี่สาธารณะพร้อมกัน การให้โดยเปิดเป็นกรณีพิเศษ ในทุกจังหวัดทั่วประเทศ
สำหรับการตรวจประวัติอาชญากรรม กรมการขนส่งทางบกได้ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ในการตรวจประวัติอาชญากรรม ก่อนหน้านี้ใช้เวลาดำเนินการทำใบขับขี่อยู่ที่ 45 วัน แต่ตอนนี้ใช้เวลาเพียง 1 วันที่จะสามารถดำเนินการได้ทันที โดยการแจ้งก่อนว่าจะตรวจสอบประวัติอาชญากรรม โดย สตช.จะส่งข้อมูลประวัติอาชญากรรมเข้ามายังคลังข้อมูลให้กับผู้ขอ ซึ่งผู้ขอจะนำประวัติดังกล่าวไปยื่นขอใบขับขี่ได้ทันที
ขณะที่การเยียวยานักท่องเที่ยวญี่ปุ่นนั้น นายสิริพงศ์ ระบุว่า เป็นเรื่องของแอปพลิเคชันที่ต้องดำเนินการในการดูแลเยียวยา ซึ่งเป็นเรื่องที่แอปพลิเคชันต้องรายงานกระทรวงคมนาคมทั้งหมด เพราะมีอีกหลายกรณีที่ต้องส่งให้กระทรวงคมนาคม พร้อมหลักฐานประกอบ
ทั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงกรณีที่ขนส่งจังหวัดนนทบุรี สั่งรถฟีดเดอร์รถไฟฟ้า สายสีม่วง หยุดวเดินรถ หลังผู้ประกอบการรถสองแถวคัดค้าน เพราะขาดรายได้จากการเดินรถฟีดเดอร์ที่แย่งผู้โดยสารว่า เรื่องดังกล่าวยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ซึ่งแม้การเดินรถฟีดเดอร์รถไฟฟ้า จะเป็นเรื่องที่ดี แต่ในการดำเนินการนั้น ยังไม่ครบถ้วนตามกฎหมาย ซึ่งตามปกติรถโดยสารที่วิ่งเก็บค่าโดยสาร จะต้องมีการขออนุญาตและตรวจสอบเส้นทางว่า ทับซ้อนกับเส้นทางเดินรถ ประเภทอื่น ๆ หรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบก็พบว่า รถฟีดเดอร์ ไปทับซ้อนถึง 4 สายการเดินรถ กรมการขนส่งทางบก จึงอยู่ระหว่างการหาแนวทางการแก้ไข และคาดว่าปัญหาจะคลี่คลายได้ 1-2 วันนี้ และจะต้องดำเนินการให้ครบถ้วนตามกฎหมาย
ส่วนมีเรื่องของมาเฟียเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่นั้น นายสิริพงศ์ ย้ำว่า จะต้องดำเนินการให้ครบถ้วนตามกฎหมาย และมีหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งหากหน่วยงานไม่กำกับดูแลก็จะต้องมีโทษฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์ของประชาชน และจะมีลักษณะมาเฟีย หรือการคุกคามไม่ได้ เพราะทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews