“สว.ศุภโชค” ชี้ ไทยช่วยไทยพลัส ตอบโจทย์ กระตุ้นเศรษฐกิจ-ลดภาระ ประชาชน มองฝ่ายค้านหวังตั้ง กมธ.เป็นกลไกรัฐสภา ช่วยตรวจสอบการใช้งบให้โปร่งใส
นายศุภโชค ศาลากิจ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ วุฒิสภา กล่าวถึงโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ของรัฐบาลที่ประชาชนเริ่มใช้ได้แล้วว่า ในฐานะกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ ต้องการมองเรื่องนี้อย่างเป็นกลางทางการเมือง และพิจารณาในหลายมิติ โดยเฉพาะการใช้งบประมาณที่ต้องตอบโจทย์ว่าเม็ดเงินที่ลงสู่ระบบเศรษฐกิจนั้นก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศมากน้อยเพียงใด
นายศุภโชค กล่าวต่อว่า หลังสถานการณ์สงครามและภาวะเศรษฐกิจที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนจำนวนมากเผชิญความยากลำบาก ซึ่งรัฐบาลได้เตรียมวงเงินสำหรับโครงการดังกล่าวประมาณ 1.75 แสนล้านบาทและขณะนี้มีประชาชนลงทะเบียนไปกว่า 26 ล้านคน สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวและความจำเป็นที่ประชาชนต้องการความช่วยเหลือด้านค่าครองชีพ
“เราอยากเห็นเม็ดเงินเหล่านี้เข้าไปช่วยพี่น้องประชาชนจริง ๆ ให้มีกำลังซื้อมากขึ้น และทำให้เงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ โดยตลอด 4 เดือนของโครงการจะมีเงินลงสู่ระบบกว่าแสนล้านบาท ซึ่งหวังว่าจะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัวและประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุด” นายศุภโชค กล่าว
นายศุภโชค กล่าวต่อว่า ในส่วนของงบประมาณที่ลงไปเกือบ 2 แสนล้านบาทนั้น อยากให้ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนควักเงินของตนเองออกมาใช้จ่ายเพิ่มเติม เนื่องจากโครงการเป็นลักษณะรัฐช่วย60% ประชาชนร่วมจ่าย 40% ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องและกระตุ้นเศรษฐกิจในหลายภาคส่วน พร้อมกันนี้ ยังฝากถึงภาครัฐว่า เมื่อโครงการดำเนินครบ 4 เดือนแล้ว ควรมีการสรุปตัวเลขความสำเร็จออกมาเป็นรายเดือนอย่างชัดเจนเพื่อให้ประชาชนเห็นว่าเงินกู้ที่นำมาใช้ในโครงการก่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจจริง และช่วยเหลือคนไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม
เมื่อถามถึงกรณีที่ฝ่ายค้านเตรียมเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบการใช้งบประมาณดังกล่าวในสภาผู้แทนราษฎร นายศุภโชค กล่าวว่า ถือเป็นกลไกตามระบบรัฐสภาที่สามารถดำเนินการได้ และไม่น่าจะส่งผลให้การใช้จ่ายงบประมาณล่าช้า
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews