“อนุชา-อภิสิทธิ์” หาเสียงตลาดสัมมากร เล็งต่อยอดดึงเม็ดเงิน

การเมือง ข่าว
“อนุชา”ควง “อภิสิทธิ์” หาเสียงตลาดสัมมากร ชูเป็นต้นแบบตลาดAI-ถูกสุขอนามัย เล็งต่อยอด ให้ กทม.มีมาตรฐานเดียวกันทุกตลาด ดึงเม็ดเงินสร้างรายได้

 

 

นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 พร้อมด้วย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คณะผู้บริหารพรรคอาทิ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค , นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค , ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค , นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค ลงพื้นที่ผู้สมัคร ส.ก. พรรคฯ เขตสะพานสูง นายอรรถวิทย์ เซะวิเศษ หมายเลข 3 ที่ตลาดสัมมากร ย่านรามคำแหง บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

บรรดาประชาชนทักทาย ขอถ่ายรูป รวมถึงสะท้อนสภาพเศรษฐกิจเห็นต่อทั้งผู้สมัครฯ และนายอภิสิทธิ์

นายอนุชา เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ตลาดสัมมากรถือว่ามีจุดเด่นการนำเทคโนโลยีให้ลูกค้าสามารถสแกนตาม QR Code เลือกพิกัดร้านค้าได้อย่างสะดวกและแม่นยำ และยังลิงก์ไปกับการสแกนจ่ายเงินได้เป็นอย่างดี รวมทั้งสามารถจัดอันดับแบบ real Time ร้านค้าที่ได้รับความสนใจที่ได้รับความสนใจจากผู้ซื้อมากที่สุด ถือเป็นการประชาสัมพันธ์ไปในตัว เป็นการใช้ข้อมูลประมวลผลในทุกเรื่องที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันตลาดแห่งนี้ค่อนข้างที่จะบริหารจัดการความสะอาดได้เป็นอย่างดี ลบภาพตลาดสดแบบเดิมไปได้ มีสุขลักษณะที่ดี สามารถที่จะดังนั้นจึงเห็นว่าสามารถที่จะผลักดันเปิดตลาดได้ทั้งสัปดาห์ไม่ใช่แค่สุดสัปดาห์เท่านั้น เพื่อสร้างรายได้มากขึ้น

ทั้งนี้กรุงเทพมหานครก็สามารถเข้าไปบริหารจัดการ ช่วยกันประชาสัมพันธ์ตลาด และการจัดเก็บขยะ แยกขยะอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดการจราจร ให้มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก ไม่ใช่แค่ให้ผู้ค้าหรือเอกชนดำเนินการเอง สิ่งไหนที่กทม. สามารถเข้ามาเสริมได้ในเรื่องของความสะดวกปลอดภัยจำเป็นจะต้องเข้ามาเสริมในทุกด้าน เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย รวมถึงการดูแลความปลอดภัยติดตั้งกล้องวงจรปิด มีเจ้าหน้าที่เดินตรวจตราเพื่อดูแลความปลอดภัยและทรัพย์สินของทั้งผู้ค้าและประชาชน

ส่วนการต่อยอดและยกระดับตลาดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบาย เน้นเรื่องความสะอาดเพื่อให้ทุกคนได้สบายใจ มาตลาดแล้วถูกต้องตามสุขลักษณะ รวมถึงดูแลผิวพรรณและกลิ่นจากการปรุงอาหาร ที่จะสร้างความเดือดร้อนให้กับคนรอบข้าง ดังนั้นจะต้องมีมาตรการเข้ามาเสริมเพื่อไม่ให้เกิดมลพิษ เช่นการจัดเก็บไขมันของเสียจากตลาด ที่จะต้องมีบ่อพัก ในทุกตลาดให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

นายอนุชายังเปิดเผยได้ว่าในช่วงเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นเดือน pride month ซึ่งเย็นวันนี้ตนจะเข้าร่วมเดินพาเหรดที่ถนนสีลม ถือเป็นงานที่สำคัญของทุกปี สำหรับนโยบายส่งเสริมความหลากหลายทางเพศของพรรคประชาธิปัตย์นั้น พรรคจะชูจุดเด่น โดยเริ่มที่องค์กรของกทม. เพราะความหลากหลายทางเพศอยู่ในทุกส่วนของราชการ จะต้องเข้าไปดูสัดส่วนให้มีความเหมาะสม พร้อมเข้าไปดูกฎระเบียบ การจัดกิจกรรมต่างๆ จะต้องคำนึงถึงความหลากหลายทางเพศ

 

นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัทธิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัคร สก. เขตพระนคร นายเทิดพันธุ์ เตี่ยไพบูลย์ ผู้สมัครสมาชิกสภา กทม. เขตหนองจอก พรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้บ้านครูแดง เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ต้นแบบการทำการเกษตรคล้ายกับโคกหนองนาโมเดลที่แบ่งพื้นที่ปลูกผักสวนครัว เลี้ยงปลา และทำการเกษตรแบบผสมผสาน รวมถึงในพื้นที่ยังแบ่งเป็นที่พักโฮมเตย์

นายอนุชา กล่าวว่า การลงพื้นที่บ้านครูแดง ถือเป็นพื้นที่กรุงเทพชั้นนอก ทำให้วันนี้ได้เห็นบริบทการใช้ชีวิต ในเรื่องของการทำมาหากินและรายได้ของการทำอาชีพเพาะปลูก โดยเฉพาะการปลูกข้าว ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนในพื้นที่นี้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากอย่าง พื้นที่นี้ยังมีของดีที่ทางทีมผู้สมัคร สก. เขตหนองจอก และพรรคประชาธิปัตย์ ต้องการจะผลักดันให้หนองจอกให้เป็นครัวของคน กทม. จากพื้นที่บ้านครูแดงใช้ธรรมชาติ ไม่ได้ผ่านการปรุงแต่ง ซึ่งชาวบ้านหวังว่าจะนำวัตถุดิบในพื้นที่ ทั้งข้าว พืชผลทางการเกษตร อย่างผักที่ปลูกด้วยน้ำ ที่สามารถนำไปทำสลัด ที่ชาวบ้านหวังนำไปขายในลักษณะสินค้าโอทอป

นายอนุชา กล่าวต่อว่า ในเรื่องของข้าวที่มีหลายสายพันธุ์ที่ชาวบ้านสามารถคิดค้นได้เอง ในอนาคตอาจจะตั้งชื่อสายพันธุ์ตามชื่อพื้นที่ปลูก โดยพรรคประชาธิปัตย์ มองว่าสิ่งนี้ควรต้องส่งเสริม และหากได้เข้ามาบริหารในสภา กทม. จะนำนโยบายรายได้ดีขึ้น พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่เพียงว่าจะเข้ามาแก้ปัญหาแต่จะส่งเสริมและมีความหวัง ว่าผู้บริหาร กทม. ที่จะร่วมกันนำโอกาสมาให้กับประชาชนใน กทม.

ส่วนกลยุทธ์ที่จะทำให้ชนะคู่แข่งได้ โดยเฉพาะพื้นที่ กทม.ชั้นนอก //นายอนุชา กล่าวว่า เรื่องแรกต้องเข้าใจตรงกัน ว่า กทม. ทั้ง 50 เขต ประชาธิปัตย์ ไม่ได้นำเพียงนโยบายเดียวมาทำให้กับประชาชน แต่วันนี้ที่มาลงพื้นที่ทำให้เห็นว่า มีสก. ที่ทำหน้าที่ในพื้นที่มานานและมีความคุ้นเคยกับคนในพื้นที่ และครูแดง ที่เป็นหัวหน้าศูนย์การเรียนรู้ ที่มีการพูดคุยกับคนในพื้นที่มาหลายปี สามารถ ดำเนินนโยบายได้ทันทีหากได้รับการเลือก

ส่วนผลตอบรับจากการลงพื้นที่หาเสียงที่ผ่านมา และได้รับเสียงสะท้อนปัญหาเรื่องใดมากที่สุด //นายอนุชา กล่าวว่า ปัญหาอยู่ใน 5 นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ จะมีในเรื่องของการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เมืองสะอาด การเพิ่มคุณภาพชีวิต รวมถึงเรื่องของเศรษฐกิจ ที่ค่อนข้างจะครอบคลุมนโยบายทั้งหมดที่มี และประชาชนเริ่มที่จะจำได้แล้ว ว่าพรรคประชาธิปัตย์ ส่งใครเป็นผู้สมัครผู้ว่ากทม. บางเขตถึงกับจำชื่อและเบอร์ผู้สมัคร สก.ได้แล้ว ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี พร้อมขอเชิญชวนให้คน กทม. ออกมาใช้สิทธิ เพราะครั้งนี้ประชาชนสามารถใช้สิทธิเลือกได้ทั้งผู้สมัครผู้ว่า กทม. และผู้สมัคร สก. พร้อมกันไปในครั้งเดียว

 

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่