ไม่หยุดนิ่ง! “ชัชชาติ” เบอร์ 9 อัปเกรด 253 นโยบายเพื่อคนกรุง

ทั่วไป ข่าว
ไม่หยุดนิ่ง! “ชัชชาติ” เบอร์ 9 อัปเกรด 253 นโยบายเพื่อคนกรุง ลุยฟังเสียงชาวบางเขน-สายไหม เสนอแนวทางเส้นเลือดฝอย เชื่อมรถไฟฟ้า-ทางด่วน เพิ่มศูนย์บริการ กทม. ใกล้บ้าน

 

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 และทีมงาน “กรุงเทพฯ ทำงาน” ลงพื้นที่หาเสียงช่วงเช้าในพื้นที่เขตบางเขน-สายไหม โดยใช้รถแห่ EV เป็นพาหนะในการเดินทาง เริ่มตั้งแต่ตลาดยิ่งเจริญ ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบูรณ์ 54 และ ตลาดเอซี สายไหม โดยได้พบปะพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอย พร้อมนำเสนอนโยบายที่เกี่ยวข้องกับในพื้นที่ ซึ่งตลอดการลงพื้นที่ มีประชาชนมาขอถ่ายเซลฟี่และขอชนมือย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง

 

ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งของการลงพื้นที่หาเสียงที่ตลาดเอซี เขตสายไหม ชัชชาติได้พบกับ ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พร้อมด้วยทีมงานจากพรรคประชาชน ที่มาลงพื้นที่ในเวลาเดียวกัน และเข้าไปทักทายพูดคุยให้กำลังใจซึ่งกันและกันอย่างเป็นมิตร

ไฮไลท์หนึ่งของการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบูรณ์ 54 ที่อดีตเป็นชุมชนริมคลองลาดพร้าว หรือคลองสอง ชัชชาติได้พบปะพูดคุยกับคนในชุมชน ที่มาสะท้อนถึงปัญหาในพื้นที่ และได้เดินสำรวจโดยรอบคลองสอง ที่มีการอยู่อาศัยของประชาชนในบ้านมั่นคง

 

นายชัชชาติ กล่าวว่า โครงการบ้านมั่นคงเป็นตัวอย่างสำคัญของการทำให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง โดยนำที่ดินของกรมธนารักษ์มาให้เช่า ขณะที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. สนับสนุนเงินกู้สำหรับการก่อสร้างบ้าน และให้ประชาชนทยอยผ่อนคืน ซึ่งช่วยให้คนในชุมชนมีความมั่นคงมากขึ้น

 

สำหรับการลงพื้นที่เขตสายไหมในวันนี้ นายชัชชาติ มองว่า เขตสายไหมเป็นเขตใหญ่ที่มีประชากรหนาแน่นกว่า 215,000 คน แม้จะมีเส้นเลือดใหญ่ อย่างรถไฟฟ้าคูคต และทางด่วนสุขาภิบาล 5 แล้ว แต่สิ่งที่ต้องเร่งพัฒนาคือ เส้นเลือดฝอย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยเน้นการปรับปรุงถนนและเพิ่ม BMA Feeder เพื่อเชื่อมคนเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าโดยไม่แย่งงานเอกชน รวมถึงพิจารณาเพิ่มพื้นที่จอดรถใกล้สถานีรถไฟฟ้า นอกจากนี้ ยังเน้นการกระจายศูนย์บริการด่วนของกทม. ศูนย์ดับเพลิง และโรงพยาบาลลงสู่พื้นที่ เพื่อลดภาระการเดินทางไปสำนักงานเขต

ส่วนปัญหาอื่นๆ ในพื้นที่ นายชัชชาติ ระบุว่า จะต้องเร่งปรับปรุงแนวเขื่อนและระบบระบายน้ำริมคลอง 2 และคลอง 6 วา เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วม รวมถึงปัญหาขยะมูลฝอยที่ โดยตั้งเป้าเพิ่มรอบจัดเก็บขยะเป็น 2 ครั้งต่อสัปดาห์ และต้องดูแลปัญหาน้ำขยะรั่วไหลลงถนนสุขาภิบาล 5 ส่วนโครงการสร้างเตาเผาขยะในสายไหมนั้น จำเป็นต้องชะลอไว้ก่อน เนื่องจากปัจจุบันมีหมู่บ้านเกิดขึ้นล้อมรอบพื้นที่จำนวนมาก

นายชัชชาติ ยังกล่าวเสริมว่า การลงพื้นที่ไม่เพียงแต่เป็นการหาเสียง แต่คือการหาปัญหา เพื่อนำมาปรับปรุงนโยบายให้ตอบโจทย์กับประชาชนมากที่สุด ซึ่งล่าสุดมีนโยบายเพิ่มขึ้นเป็น 253 นโยบายแล้ว โดยมีนโยบายด้านสังคมที่ได้แรงบันดาลใจจากการลงพื้นที่จริง เช่น การสร้างแพลตฟอร์มจัดหางานให้ผู้สูงอายุเป้าหมาย 10,000 ตำแหน่ง , การพัฒนาศูนย์ดูแลเด็กพิเศษให้ครอบคลุมทุกเขต และการจัดอบรม Caregiver หรือ ผู้ดูแล พร้อมมอบค่าตอบแทนให้ผู้ดูแลในชุมชน

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่