ปธ.สภาฯ จ่อบรรจุแก้รธน.7-8 กค.นี้ “ระบอบสีน้ำเงิน”ไม่เป็นอุปสรรค

การเมือง ข่าว
ประธานสภาฯ จ่อบรรจุแก้รัฐธรรมนูญ 7-8 ก.ค.นี้ ชี้ หาก กมธ.ถกไม่ล่าช้า ขั้นตอนทุกอย่างจะเร็วตาม มองวาทะ “ระบอบสีน้ำเงิน” ไม่เป็นอุปสรรค ทำ สส.- สว. มีปัญหา ขณะไม่รู้แชทหลุด”ช่วยน้ำเงินด้วย” ย้ำแยกบทบาทชัด

 

นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะนำเข้าสู่วาระการประชุม สภาผู้แทนราษฎรเมื่อใดว่า ตนได้รับร่างจากหลายพรรคแล้ว และได้บรรจุเข้าวาระทั้งหมด ซึ่งจากการพูดคุยกับวิป 3 ฝ่าย คาดว่าจะนำเข้าสู่วาระที่ประชุมในวันที่ 7-8 กรกฎาคม 2569 นี้ เพื่อประชุมร่วมกันประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณารับหลักการในวาระที่ 1 ก่อนที่จะกล่าวย้ำว่าเนื่องจากรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสำคัญ ซึ่งโดยปกติจะใช้ระยะเวลาพอสมควร จึงหวังว่าคณะกรรมาธิการ หรือ กมธ.จะปรึกษาและหารือกันอย่างโดยไม่ล่าช้า เพราะกระบวนการตามรัฐธรรมนูญยังมีอีกมาก เพราะหลายฝ่ายจับตาว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ทั้งนี้หากกรรมาธิการพิจารณาได้เร็ว ขั้นตอนทุกอย่างก็จะรวดเร็ว

 

ส่วนบรรยากาศความขัดแย้งระหว่างสส.และสว. ที่มีการกล่าวหาถึงระบอบสีน้ำเงิน นายโสภณ กล่าวว่า อยู่ที่การหารือ ตนเชื่อว่าประชาชนออกเสียงประชามติว่าอยากเห็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าทุกฝ่ายจะรับฟังเสียงนั้น ส่วนจะได้ข้อสรุปอย่างไรก็เป็นอีกเรื่อง ไม่ว่าหน้าตาของรัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไรอยู่ที่การพูดคุย แต่เชื่อว่าต้องมีการเคารพเสียงของประชาชนอย่างแน่นอน

ขณะการกล่าวหาเรื่องระบอบสีน้ำเงินจะไม่เป็นประเด็นปัญหาใช่หรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า อย่าว่าโจมตี เพราะเป็นแค่การพูดให้ความเห็นบางครั้งอาจกระทบกระทั่งกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของประชาธิปไตย จริงๆเรื่องสีว่ากันมานานแล้ว แต่เราก้าวข้ามเรื่องพวกนี้ได้ สีอะไรก็ไม่เป็นอุปสรรคหรอกถ้าไม่ยึดติด เราก้าวข้ามเรื่องพวกนี้ได้เพื่อประโยชน์ของประชาชน

 

นอกจากนี้ นายโสภณ ยังกล่าวถึงกรณีที่ นายภัทรพงศ์ ศุภักษร (ทนายอั๋น บุรีรัมย์) และคณะได้ยืนหนังสือต่อประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยบทสนทนาทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ออนไลน์ และมีการกล่าวอ้างว่า เป็นบทสนทนาของอธิบดีกรมการปกครอง โดยมีข้อความตอนหนึ่งว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” ว่า ตนไม่ทราบ

 

ทั้งนี้ ได้มีการพูดคุยกับแกนนำภายในพรรคบ้างหรือไม่ถึงกรณีดังกล่าว นายโสภณ ยืนยันว่า ตนไม่เกี่ยวเลย เพราะตั้งแต่ตนมาดำรงตำแหน่งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่เคยไปพูดคุย เกี่ยวกับกิจการของพรรคภูมิใจไทย และย้ำว่าทำหน้าที่เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร มีการรักษาระยะ และทำงานด้านนิติบัญญัติตนก็มีลิมิต ปล่อยให้เป็นเรื่องของฝ่ายบริหารและพรรคการเมือง

 

อย่างไรก็ตาม มองว่า พรรคภูมิใจไทยขณะนี้เป็นตำบลกระสุนตกใช่หรือไม่นายโสภณ กล่าวติดตลกว่า เอาใหญ่กว่าหมู่บ้าน เขาเรียกหมู่บ้านกระสุนตก คุณไปบอกตำบลกระสุนตก มันใหญ่กว่า ก่อนกล่าวตอบว่าไม่หรอกครับ ไม่ว่าการเมืองยุคไหนใครเป็นรัฐบาล ก็จะโดนแบบนี้ เป็นเรื่องปกติ ดังนั้นเราอย่าไปใส่ใจมาก แต่เราไม่อยากเห็นการสร้างความไม่เข้าใจให้กับประชาชน เพราะประเด็นที่ควรมุ่งไปคือเรื่องปากท้องและเศรษฐกิจ อย่าเอาเรื่องการเมืองมาปนกัน นิติบัญญัติฝ่ายบริหารก็เป็นเรื่องเศรษฐกิจ นิติบัญญัติก็เป็นเรื่องกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ต้องแยกกันให้ออก

 

 

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่