รทสช.ค้านส่งออกน้ำมันเครื่องบินไปเวียดนาม-ฟิลิปปินส์ ซัดข้อมูลกระทรวงพลังงาน “ไม่ครบ” ชี้โรงกลั่นได้กำไรอื้อ แนะลดราคาน้ำมันให้สายการบินในประเทศแทน
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ แถลงคัดค้านกรณี สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. มีมติอนุญาตให้ส่งออกน้ำมันเครื่องบินประเภท Jet A-1 ไปยังประเทศเวียดนามและฟิลิปปินส์ ตามข้อเสนอของ กระทรวงพลังงาน โดยระบุว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่อาจกระทบต่อผลประโยชน์ด้านพลังงานและการท่องเที่ยวของประเทศ
นายอรรถวิชช์ เรียกร้องให้รัฐบาลยุติการส่งออกน้ำมันเครื่องบินทันที พร้อมให้เหตุผลว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและปัญหาช่องแคบฮอร์มุซยังมีความไม่แน่นอน ซึ่งอาจกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของไทยในอนาคต โดยข้อมูลที่กระทรวงพลังงานชี้แจงต่อ สมช. ไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะประเด็นที่อ้างว่า “น้ำมันเครื่องบินล้นคลัง” ซึ่งยืนยันว่าไม่เป็นความจริง พร้อมอ้างข้อมูลจาก Bangkok Aviation Fuel Services หรือ BAFS ซึ่งมีคลังน้ำมันที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง โดยปัจจุบันยังมีพื้นที่จัดเก็บเหลือเกือบครึ่งหนึ่ง จึงไม่เข้าข่ายภาวะล้นคลังตามที่กล่าวอ้าง

นายอรรถวิชช์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันโรงกลั่นสามารถปรับสูตรการกลั่นน้ำมันได้หลากหลายประเภท โดยหลายโรงกลั่นได้ปรับลดการผลิตน้ำมัน Jet A-1 ลงมาเป็นน้ำมันดีเซลแทน แม้จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการปรับสูตร แต่ก็สะท้อนว่าไม่ได้มีความจำเป็นต้องเร่งส่งออกน้ำมันเครื่องบิน พร้อมมองว่า การอนุญาตให้ส่งออกครั้งนี้จะทำให้โรงกลั่นได้ประโยชน์หลายต่อ เพราะสามารถหลีกเลี่ยงต้นทุนการปรับสูตรและขายน้ำมันเครื่องบินในตลาดโลกได้ในราคาที่สูงกว่า พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ถูกนำเสนออย่างครบถ้วนต่อที่ประชุม สมช.
นายอรรถวิชช์ เสนอว่า แทนที่รัฐบาลจะส่งออกน้ำมันเครื่องบินไปต่างประเทศ ควรเก็บไว้ใช้ภายในประเทศ และนำไปเจรจากับสายการบินเพื่อลดราคาตั๋วเครื่องบินในประเทศ โดยระบุว่าได้หารือกับสายการบินบางแห่งแล้ว และหลายบริษัทพร้อมลดราคาตั๋ว หากรัฐบาลลดราคาน้ำมัน Jet A-1 ให้ และยังเสนอให้ไทยเลิกอ้างอิงราคาน้ำมันเครื่องบินจากตลาดสิงคโปร์ และกำหนดราคาภายในประเทศเอง พร้อม “ทุบราคาหน้าโรงกลั่น” เพื่อช่วยลดต้นทุนสายการบิน เพิ่มเที่ยวบิน
และกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดท่องเที่ยวอย่างเชียงใหม่ เชียงราย และพื้นที่ภาคใต้ ที่กำลังเผชิญภาวะนักท่องเที่ยวลดลงเพราะค่าตั๋วสูง
ส่วนอีกประเด็นที่ นายอรรถวิชช์ ตั้งคำถาม คือ เหตุผลที่รัฐบาลเลือกขายน้ำมันเครื่องบินให้ประเทศเวียดนาม ซึ่งถือเป็นคู่แข่งสำคัญด้านการท่องเที่ยวของไทย โดยมองว่าเป็นการช่วยเสริมจุดแข็งให้คู่แข่งโดยไม่จำเป็น พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงบทบาทของข้าราชการกระทรวงพลังงานในการเสนอเรื่องดังกล่าว ทำไมเราต้องไปช่วยให้คู่แข่งแข็งแรงขึ้น ทั้งที่เราควรเอาน้ำมันชุดนี้มาช่วยลดต้นทุนการเดินทางในประเทศ กระตุ้นเศรษฐกิจและท่องเที่ยวไทยมากกว่า

นอกจากนี้ ยังเปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตั้งแต่ก่อนเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณา โดยเสนอให้ลดราคาน้ำมันเครื่องบินภายในประเทศแทนการส่งออก พร้อมเชื่อว่า นายเอกนัฏพยายามทำอย่างเต็มที่แล้ว แต่ปัญหาสำคัญอยู่ที่ระบบข้าราชการในกระทรวงพลังงาน
นายอรรถวิชช์ กล่าวทิ้งท้ายว่า สิ่งที่น่ากังวลคือข้าราชการบางส่วน “สวมหมวกสองใบ” คือเป็นทั้งฝ่ายกำกับดูแลและมีบทบาทในบอร์ดโรงกลั่น ซึ่งอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ พร้อมย้ำว่า หากปล่อยให้มีการส่งออกน้ำมันเครื่องบินต่อไป จะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้โรงกลั่นได้กำไรเพิ่ม ขณะที่ประชาชนไทยยังต้องเผชิญค่าตั๋วเครื่องบินราคาแพงและเศรษฐกิจท่องเที่ยวที่ซบเซา
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews